แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือสะท้อนเงาลงบนนัยน์ตากลมโตที่กำลังหรี่ลงอย่างใช้ความคิด กลิ่นกาแฟดำที่เยือกเย็นจนไร้ไออุ่นบนโต๊ะทำงาน ไม่ได้ช่วยดึงสติของรินรดาให้หลุดพ้นจากตัวเลขและโค้ดบรรทัดยาวเหยียดที่กำลังพังทลายลงต่อหน้า
วิศวกรซอฟต์แวร์สาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มผิดปกติ ระบบหลังบ้านของโปรเจกต์ 'AuraSync' ที่ใช้เวลาปลุกปั้นมานานนับครึ่งปี กำลังถูกโจมตีด้วยคำสั่งแปลกปลอม—ไม่ใช่ไวรัสธรรมดา แต่เป็นการเจาะระบบ (Exploit) ที่เจาะจงจุดอ่อนทางสถาปัตยกรรมข้อมูลที่เธอเป็นคนออกแบบด้วยมือตัวเอง และมีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้โครงสร้างนี้
"คุณรดาครับ... เอ่อ... ดิฉันหมายถึง สถานการณ์หน้าจอตอนนี้ ทางฝ่ายเทคนิคแจ้งว่าแบ็คอัพเซิร์ฟเวอร์สามตัวถูกล็อกรหัสผ่านใหม่พร้อมกันทั้งหมดค่ะ" เสียงของทีมงานสาวรุ่นน้องดังลอดมาจากโทรศัพท์มือถือที่เปิดสปีกเกอร์โฟนไว้ น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
รินรดาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเป็นจังหวะสามช่า—สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอกำลังคำนวณความเสียหาย ทุกวินาทีที่ผ่านไปหมายถึงความน่าเชื่อถือของบริษัทที่กำลังดิ่งลงเหว และที่เลวร้ายที่สุด... เงาร่างของคีย์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นในห้องประชุมเมื่อชั่วโมงก่อน ยังคงติดตา
*เขามีไพ่เหนือกว่า... และเขารู้ว่าเธอกำลังจนมุม*
"ไม่ต้องรีเซ็ตเซิร์ฟเวอร์ค่ะ มันจะยิ่งกระตุ้นกลไกทำลายตัวเองที่ฝังมากับเพย์โหลด ให้เวลาฉันสิบนาทีในการแยกไอพีแอดเดรสต้นทาง แล้วฉันจะโทรกลับ" รินรดากดตัดสายโดยไม่รอคำทักท้วง ความเยือกเย็นภายนอกเป็นเพียงเกราะกำบังที่เธอสร้างขึ้นเพื่อซ่อนความตระหนกที่กำลังกัดกินข้างใน
ทว่า ประตูห้องทำงานส่วนตัวกลับถูกผลักเปิดออกโดยปราศจากการเคาะ
ธันวาปรากฏตัวขึ้นในชุดสูทสีชาโคลที่ยับย่นเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาเพิ่งผ่านการเดินทางที่เร่งรีบมาหมาดๆ เสื้อเชิร์ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นลำคอแกร่งและหยาดเหงื่อบางเบาที่ขมับ แต่สิ่งที่สะดุดตารินรดาที่สุดคือแววตาของเขา—มันไม่ได้มีความระC-สลดหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่คมกริบราวกับเสือดาวที่พบเหยื่อในพายุหิมะ
"คุณดูเหมือนคนกำลังพยายามดับไฟป่าด้วยแก้วน้ำพลาสติกนะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่ขายาวก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ โดยไม่รอให้อินวิเทชัน
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาปะปนกับความตึงเครียด "ถ้าคุณเข้ามาเพื่อจะพูดจาประชดประชันสถานการณ์ ฉันแนะนำให้เดินกลับออกไปทางเดิมค่ะ ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมจิตวิทยากับคุณในยามวิกาลแบบนี้"
"เกมจิตวิทยาเหรอ?" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นนุ่มนวลแต่บาดลึก เขาโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างยันขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ "ผมไม่ได้มาเล่นเกม... ผมมาเพื่อช่วยชีวิตโปรเจกต์ที่คุณรักต่างหากล่ะ"
"ช่วย?" รินรดาแค่น1เสียงหัวเราะเยาะหยัน "คุณต่างหากที่เป็นคนพาคีย์เข้ามาในวงจรนี้ตั้งแต่แรก คุณเป็นคนเสนอให้ดึงบริษัทของเขาเข้ามามีส่วนร่วมในพาร์ทการตลาด ทั้งที่ฉันเคยทักท้วงเรื่องความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางข้อมูลแล้ว!"
"เพราะผมมองเห็นตัวเลข และคุณมองเห็นแค่โค้ดไง" ธันวาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไม่ได้โกรธเคือง แต่เต็มไปด้วยความเฉียบคมที่บาดลึกถึงรากเหงื่อ "คุณคิดว่าความปลอดภัยทางไซเบอร์คือการสร้างกำแพงที่หนาที่สุด แต่คุณลืมไปว่าสงครามธุรกิจไม่ได้ตัดสินกันที่กำแพง... มันตัดสินกันที่คนทรยศข้างในกำแพงต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ดวงตากลมโตหรี่ลง "หมายความว่ายังไง?"
ธันวาไม่ตอบในทันที เขายื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากการโดนละอองฝนวางลงบนคีย์บอร์ดของเธอ รินรดามองหน้าเขาอย่างระแวง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดแฟ้มนั้นออก ด้านในไม่ใช่เอกสารการตลาด แต่เป็นสำเนาบันทึกการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างบริษัทคู่แข่งกับอีเมลแอดเดรสที่ถูกเข้ารหัส ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับระบบหลังบ้านที่กำลังล่มอยู่ในขณะนี้
"นี่คือ..."
"หลักฐานว่าคีย์ไม่ได้แค่แฮกเข้ามาระบบของเรา" ธันวาผ่อนลมหายใจยาว แววตาเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "แต่เขามี 'รหัสผ่านหลัก' ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งแปลว่า... มีคนในทีมพัฒนาของคุณขายข้อมูลให้เขา และคนๆ นั้นกำลังนั่งทำงานอยู่ชั้นสิบแปดกับคุณทุกวัน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศดังหึ่งๆ กลายเป็นเพียงฉากหลังของบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้สึกเหมือนพื้นดินใต้เท้ากำลังยุบตัวลง ข้อมูลทางตรรกะทั้งหมดที่เธอเชื่อมั่นถูกสั่นคลอนด้วยความจริงอันแสนโสมมของมนุษย์
"ทำไม... ทำไมคุณถึงรู้เรื่องนี้?" รินรดาถามเสียงแผ่ว ความเยือกเย็นของเธอสลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ใต้มาดวิศวกรสาว
ธันวายืดตัวตรงขึ้น สายตาที่มองเธอนั้นอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาคมกริบดังเดิม เขาเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของเธอ แรงสัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นจัดผ่านเนื้อผ้าทำให้รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้สะบัดออก
"เพราะผมคอยมองคุณอยู่ไง รินรดา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าใจหาย "และผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายสิ่งที่พวกเรา... เอ่อ หมายถึง สิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาเด็ดขาด"
ก่อนที่รินรดาจะได้หาคำพูดใดมาโต้แย้งกับประโยคกำกวมและสายตาที่ร้อนแรงเกินกว่าเจ้านายกับเพื่อนร่วมงานจะมองกัน หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะก็ส่งเสียงเตือน 'Beep' แหลมสูง ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานปรากฏขึ้นพร้อมกับรหัสไอพีแอดเดรสใหม่ที่พยายามเข้าสู่ระบบแบบเรียลไทม์
รินรดาก้มลงมองหน้าจอ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักว่าแหล่งที่มาของสัญญาณไม่ได้มาจากภายนอกอาคาร... แต่มันมาจากห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นใต้ดินที่อยู่ตรงดิ่งใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาลงไปสามชั้น
ธันวาหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งตรงมาตามทางเดินอย่างเร่งรีบ พร้อมกับไฟฉุกเฉินสีแดงที่เริ่มกะพริบสว่างวาบไปทั่วทั้งตึก!
"แสงดาวพร่างพราว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้คุณเป็นแค่คนรู้จัก•ตอนที่ 5
ข้อผิดพลาดที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้คุณเป็นแค่คนรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!