เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยแผדเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบปริร้าว สาดแสงสีแดงฉานสลับกับความมืดมัวของโถงทางเดินชั้นยี่สิบห้า ธันวาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่น แรงกระชากนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดเดี่ยวพอที่จะดึงหญิงสาวให้ออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงรันโค้ดโปรเจกต์อัลกอริทึมค้างไว้
"วิ่งค่ะริน! ทางหนีไฟอยู่ทางขวา" เสียงทุ้มต่ำของธันวาแทรกผ่านเสียงไซเรนเข้ามาในโสตประสาท รินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้กับหน้าจอเซิร์ฟเวอร์ที่กำลังกะพริบเตือนระบบสำรองไฟล่ม
"เดี๋ยวก่อนค่ะธันวา! ฉันต้องเซฟฐานข้อมูลดิบของโมเดล V.3 ไม่อย่างนั้นข้อมูลการเทรนสามร้อยชั่วโมงจะสูญหาย..."
"ข้อมูลหายเรียกกู้คืนได้ แต่ถ้าคุณตายอยู่ในตึกนี้เพราะความดื้อรั้น ฉันจะเอาโมเดลบ้าๆ นั่นไปขายให้ใครคะ!" ธันวาตวาดแข่งกับเสียงสัญญาณเตือน น้ำเสียงของเขาดุดันแต่แฝงด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด แรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นจนรินรดาต้องจำยอมก้าวขาตามแรงดึงของเขาฝ่าความโกลาหลออกไปยังบันไดหนีไฟ
ประตูเหล็กทึบปิดกระแทกไล่หลัง ตัดขาดเสียงหวีดหิวของสัญญาณเตือนภัยภายนอก เหลือเพียงความเงียบงันและกลิ่นอับชื้นของบันไดหนีไฟคอนกรีตเปลือยเปล่า ทั้งคู่หยุดยืนหอบหายใจอยู่ตรงชานพักระหว่างชั้นที่ยี่สิบสี่ แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวสาดส่องลงมาทอดเงายาวทับซ้อนกันบนพื้นปูน
รินรดาดึงข้อมือกลับอย่างนุ่มนวล เธอพยายามจัดระเบียบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยับย่นและเส้นผมที่หลุดลุ่ย มือบางสั่นเทาเล็กน้อยแต่พยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นตามสัญชาตญาณของการเป็นวิศวกรผู้ควบคุมสถานการณ์
"ขอบคุณค่ะ... สำหรับการลากฉันออกมาอย่างป่าเถื่อนเมื่อครู่" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แม้หัวใจจะยังเต้นรัวรากับกลองเพล
ธันวาพิงแผ่นหลังกว้างเข้ากับผนังปูนเปลือย ดวงตาคมกราบมองสำรวจร่างบางตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความโล่งอกที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปาก เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น วิศวกรผู้ปราดเปรื่องคงกำลังนั่งคำนวณอัตราการเผาไหม้ของคาร์บอนในห้องเซิร์ฟเวอร์ไปพร้อมกับโค้ดบรรทัดสุดท้ายของคุณแล้วล่ะค่ะ รินรดา... บางครั้งตรรกะและอัลกอริทึมก็ช่วยชีวิตคุณไม่ได้หรอกนะ ถ้ามันไม่มีตัวแปรของสัญชาตญาณเข้ามาเกี่ยวข้อง"
"ตรรกะคือความจริงที่พิสูจน์ได้ค่ะธันวา" รินรดาย้อนกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจที่ถูกต้อน "ไม่ใช่การตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบแบบที่คุณเพิ่งทำลงไป ถ้าไฟไหม้นั่นเป็นแค่การทดสอบระบบปลอมๆ ตามรอบประจำปีล่ะคะ? เท่ากับว่าฐานข้อมูลเมื่อครู่พังเพราะความตื่นตระหนกของคุณเอง"
ธันวาขยับตัวเข้าใกล้รินรดาอีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงอากาศบางเบา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการวิ่งหนีตายเมื่อครู่ลอยเข้าจมูก รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เธอยืนนิ่งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยสนามแม่เหล็กบางอย่างที่ผู้ชายคนนี้แผ่ออกมา
"คุณมั่นใจเหรอคะว่ามันคือการทดสอบระบบ?" ธันวาโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดริมหู เสียงของเขาต่ำพร่าและจริงจังจนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา
"คุณหมายความว่ายังไง..."
"ก่อนที่เราจะวิ่งออกมา ฉันเห็นหน้าจอแจ้งเตือนการเข้าถึงระบบจาก IP Address ภายนอก... และมันไม่ใช่การซ้อมหนีไฟค่ะริน" ธันวาเว้นจังหวะ สายตาคมกริบกวาดมองลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาว ค้นหาความหวาดหวั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง "มีคนกำลังพยายามแฮกข้อมูลโปรเจกต์ 'อัลกอริทึมหัวใจ' ของเรา พร้อมๆ กับที่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้น... ตรรกะทางคณิตศาสตร์ของคุณอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไงล่ะคะ?"
รินรดานิ่งงัน สมองที่เคยประมวลผลด้วยความรวดเร็วราดรดด้วยน้ำเย็นจัด ข้อสันนิษฐานทั้งหมดถูกป้อนเข้าสู่ระบบความคิดในหัว หากนี่ไม่ใช่การซ้อม... นั่นหมายความว่าสัญญาณเตือนภัยถูกจงใจกระตุ้นเพื่อให้ตึกปลอดคน และเปิดช่องทางให้ใครบางคนเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์กลางได้โดยไม่มีใครขัดขวาง
และคนๆ นั้นรู้ดีว่าเธอและธันวายังคงทำงานล่วงเวลาอยู่ในออฟฟิศ
"คีย์..." รินรดาพึมพำชื่อคู่แข่งทางธุรกิจออกมาโดยไม่รู้ตัว
ธันวาพยักหน้ารับช้าๆ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน "ถูกต้องค่ะ... คู่แข่งคนสำคัญของเรากำลังเล่นเกมสกปรก และพวกเราก็เพิ่งเดินลงมาจากหลุมพรางที่เขาขุดไว้พอดิบพอดี"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชานพักบันไดหนีไฟอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันและอันตราย รินรดารู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตของคำว่า 'เพื่อนร่วมงาน' หรือ 'คู่ค้าทางธุรกิจ' มือหนาของธันวาเอื้อมมาแตะที่ข้อศอกของเธอเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นคง ทว่าสัมผัสนั้นกลับทำให้ผิวเนื้อบริเวณที่ถูกสัมผัสร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองมือที่ยังคงกุมข้อศอกเธออยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายที่ฉลาดเป็นกรดและอ่านเกมขาดในทุกๆ ด้านคนนี้
"แล้วเราจะทำยังไงต่อคะ?" น้ำเสียงของรินรดาอ่อนลงเล็กน้อย สูญเสียความแข็งกร้าวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด
"เราจะกลับขึ้นไปค่ะ" ธันวาตอบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทาย "ไปดูให้เห็นกับตาว่าใครกันแน่ที่กล้าเล่นกับระบบของรินรดา..."
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้แย้งใดๆ ประตูเหล็กหนีไฟชั้นยี่สิบสี่ที่ควรจะปิดสนิท กลับมีเสียงก๊อกแก๊กเบาๆ ดังขึ้นจากกลอนด้านนอก... ตามมาด้วยเงาดำทึบที่ทาบทับลงบนกระจกใสเล็กๆ ของบานประตู พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่หยุดยืนสนิทอยู่ตรงหน้าประตูนั้นพอดี!
"แสงดาวพร่างพราว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระทึกนะคะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้คุณเป็นแค่คนรู้จัก•ตอนที่ 6
บทสนทนาหลังเลิกงาน
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้คุณเป็นแค่คนรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!