“ถ้าคุณยังเอาแต่กอดอกทำหน้าเหมือนอมขี้ไก่แบบนั้น ฉันจะถือว่าคุณอยากเปลี่ยนไปนั่งรถตู้กองถ่ายร่วมกับรินรดาแทนนะคะ คุณคินน์”
เสียงหวานใสที่เจือความเย้าแหย่ดังขึ้น ท่าศาลาริมน้ำเก่าคร่ำคร่าในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี พริมาในชุดเอี๊ยมยีนส์เซอร์ๆ กับหมวกแก๊ปใบเก่งกำลังใช้ปลายนิ้วเคาะกระจกฝั่งข้างคนขับของรถสปอร์ตคันหรูที่จอดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางโลเคชั่น ปลายนิ้วเรียวสวยจงใจเคาะเป็นจังหวะกวนประสาท ขณะที่เจ้าของรถหรู... ซุปตาร์หนุ่มระดับประเทศอย่าง ‘คินน์’ กำลังนั่งหน้าคว่ำเป็นจานเชิงอยู่หลังพวงมาลัย
กระจกฟิล์มดำสนิทเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงเสียยิ่งกว่าตอนเข้าฉากดราม่าร้องไห้เสียอีก ดวงตาคมกริบตวัดมองคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาคาดโทษ
“ปากเก่งนักนะพริมา ใครบอกว่าฉันอยากไปนั่งรถตู้คันนั้นกัน... ให้ตายยังไงฉันก็ไม่เอาหน้าไปทนฟังยัยชะนีนั่นแกล้งบีบน้ำตาเรียกร้องความสนใจเด็ดขาด” คินน์แค่นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกวาดมองไปรอบกองถ่ายชั่วคราวที่มีทีมงานกำลังวุ่นวายกับการตั้งกล้อง “แล้วนี่เธอกล้าดียังไงมาสั่งฉัน... ฉันเป็นพระเอกนะเว้ย”
“พระเอกแล้วไงคะ? พระเอกก็ต้องนั่งรถมาโลเคชั่นเองได้เหมือนกัน ในเมื่อผู้จัดการส่วนตัวของคุณติดธุระด่วนที่กรุงเทพฯ ส่วนฉัน... บังเอิญเป็นนางเอกที่ไม่มีผู้จัดการเหมือนกัน ถึงได้ถูกผู้กำกับยัดเยียดให้มาเป็น ‘สารถี’ จำยอมขับรถพาคุณมาถึงนี่ไงคะ รู้ตัวไหมคะว่าคุณน่ะตัวภาระชะมัด”
พริมาสวนกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัวรัศมีซุปตาร์แม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นกอดอกบ้าง ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยประกายความสนุกสนาน ยิ่งได้เห็นผู้ชายที่คนค่อนประเทศกรี๊ดกร๊าดกำลังหัวเสียจนหูแดง ยิ่งทำให้เธอกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่
คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนชัด เขาอยากจะเถียงกลับให้เธอสำลักน้ำลายเสียเหลือเกิน แต่ติดตรงที่... คำพูดของเธอมันดันเป็นความจริงนี่สิ! รถสปอร์ตคันโปรดของเขาเกิดยางแตกกะทันหันกลางทางแยกก่อนเข้าอำเภอ โชคดีที่พริมาขับรถกินลมชมวิวตามหลังมาพอดี และโชคร้ายยิ่งกว่า... คือกองถ่ายดันสั่งห้ามทีมงานคนอื่นมารับพวกเขาเพราะอยากให้พระ-นางได้ซ้อมบทและ ‘จูนคลื่นความรู้สึก’ กันระหว่างทาง
แต่ดูยัยแสบนี่ทำสิ! นอกจากจะไม่เกรงใจซุปตาร์อย่างเขาแล้ว ยังทำหน้าเหมือนสนุกสนานที่ได้แกล้งเขาอีกต่างหาก
“ขึ้นมาได้แล้วน่า... ยืนรับแดดอยู่ได้ เดี๋ยวหน้าพังแล้วไม่มีใครเล่นเลิฟซีนด้วยจะมาหาว่าฉันไม่เตือนนะคะ” พริมาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเชิงเย้าแหย่ ก่อนจะหมุนตัวเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งคนนั่งแล้วหย่อนก้นลงนั่งสบายๆ อย่างไม่เกรงใจ
คินน์หรี่ตามองคนข้างกายที่ถือวิสาสะขึ้นมานั่งบนรถคันโปรดของเขา หน้าตาเฉยเมยราวกับเป็นเจ้าของรถเสียเอง กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าเจือกลิ่นแดดจางๆ ลอยแตะจมูกทันทีที่เธอนั่งลง ปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างเงียบงัน
“ใครอนุญาตให้เธอมานั่งเบาะนี้ไม่ทราบ?” คินน์แกล้งถามเสียงเข้ม ทั้งที่หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะตั้งแต่ตอนที่กลิ่นกายของเธอผสมผสานเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว
“อ้าว... ก็คุณบอกว่าฉันเป็นสารถีไงคะ สารถีเขาก็นั่งฝั่งคนขับ... อ๊ะ! หรือว่าคุณอยากเป็นคนขับให้ฉันนั่งกินลมชมวิวแทนล่ะคะ เชิญเลยนะ ฉันง่วงพอดี” พริมาทำท่าจะขยับตัวลงจากรถจริงๆ แต่มีหรือที่คนขี้หวงอย่างคินน์จะยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไป
หมรุบ!
มือหนาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ทันควาบ แรงดึงไม่ได้รุนแรงแต่หนักแน่นจนพริมาเซเข้าไปหาโดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียนใส จนพริมาต้องชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
“จะไปไหน...” เสียงทุ้มต่ำของคินน์แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำชวนฝัน “นั่งลงไปเลยนะพริมา อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นกับฉัน... บอกไว้ก่อนว่าทริปนี้ไม่มีใครตามมาขัดจังหวะเราได้ง่ายๆ หรอกนะ”
ประโยคท้ายเขาจงใจลดเสียงลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาพริมาขนลุกซู่ไปทั้งตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดึงสติแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา
“คะ... ใครเขาจะเล่นด้วย ปล่อยเลยนะ เดี๋ยวทีมงานก็เดินมาเห็นหรอกค่ะ” พริมาพยายามดันแผงอกกว้างออกห่าง แต่มือหนากลับทำตัวราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อย
“เห็นแล้วไง? ฉันเป็นพระเอก... ฉันจะจับมือนางเอกในกองถ่ายมันแปลกตรงไหน” คินน์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ผู้หญิงทั้งประเทศใจละลายมานักต่อนักแล้ว แต่สำหรับพริมันandมันคืออาวุธสังหารดีๆ นี่เอง
“แต่ฉันไม่ใช่‘นางเอก’ ที่จะยอมให้คุณฉวยโอกาสง่ายๆ หรอกนะคะ คุณคินน์... ปล่อย!” พริมาสะบัดข้อมือสุดแรงจนหลุดพ้นจากการเกาะกุม เธอรีบหันไปคาดเข็มขัดนิรภัยทันทีเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด
คินน์มองปฏิกิริยานั้นด้วยความขบขันในอก ความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกพึงพอใจอย่างประหลาด เขาเคลื่อนรถออกตัวด้วยความนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่รีสอร์ทกลางหุบเขาที่ทางกองถ่ายจัดเตรียมไว้ให้ โดยไร้เงาของผู้จัดการหรือสื่อมวลชนคอยจับตาดู มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ จากวิทยุ และบรรยากาศสองข้างทางที่เป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีทอดยาวไปจนถึงแนวภูเขา
ตลอดการเดินทางเกือบสองชั่วโมง แม้จะไม่มีบทสนทนาหวานซึ้งเลี่ยนๆ แต่บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้ดีว่ามันกำลัง ‘เกินเลย’ กว่าเพื่อนร่วมงานทั่วไป
รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าเรือนพักไม้สักหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ปลีกวิย่อยจากตัวรีสอร์ทหลัก บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง ไม่มีเสียงจอแจของกองถ่าย เพราะทีมงานส่วนใหญ่ยังเคลียร์คิวอยู่ที่โลเคชั่นแรก พริมาเปิดประตูลงจากรถ สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเต็มฟอด ก่อนจะหันไปมองซุปตาร์หนุ่มที่กำลังเดินอ้อมมาหยิบกระเป๋า
“ห้องพักมีสองห้องใช่ไหมคะ?” พริมาถามย้ำเพื่อความมั่นใจ
คินน์ชะงักมือที่กำลังถือกระเป๋าเดินทาง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายอีกครั้ง ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวอย่างพินิจพิเคราะห์
“ห้องนอนน่ะมีสองห้อง... แต่เตียงน่ะ ฉันไม่แน่ใจว่ะ”
“คุณคินน์!” พริมาแยกเขี้ยวใส่ทันที “ถ้าคุณยังไม่เลิกพูดจาเจ้าเล่ห์ ฉันจะย้ายไปนอนเต็นท์กับผู้กำกับจริงๆ ด้วยนะยะ!”
“ลองดูสิ... ถ้าเธอเดินออกไปตอนนี้ ฉันจะประกาศให้กองถ่ายรู้ทั้งกองเลยว่านางเอกปากเก่งคนนี้แอบมานอนร้องไห้ซบไหล่พระเอกบนรถเมื่อกี้” คินน์ยักคิ้วกวนประสาท พลางก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว จนพริมาต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาเรือนไม้
“คุณมัน... คนฉวยโอกาส!”
“ก็บอกแล้วไงคะว่าทริปนี้... ฉันไม่ได้ตั้งใจมาทำงานอย่างเดียวหรอกนะ” คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณซอกคอขาวผ่อง พริมาหลับตาปี๋ หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งกรอบกั้นและไม่มีใครมาขัดขวางทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นอย่างฉับพลัน
กริ๊ก!
เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนจากระเบียงด้านหลังเรือนพักดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงกระแอมกระไอของใครบางคนดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะความหวาน
“อะแฮ่ม! ขอโทษทีค่ะ... พอดีฉันลืมกุญแจสำรองไว้ห้องนี้ ทีมงานบอกให้มาหยิบ... เอ๊ะ? นี่พวกคุณ... กำลังซ้อมบทเลิฟซีนกันอยู่เหรอคะเนี่ย?”
เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้น ทำเอาคินน์และพริมาต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจ เมื่อหันไปมองต้นเสียงก็พบร่างระหงของ ‘รินรดา’ ยืนถือพวงกุญแจยิ้มหวานหยาดเยิ้มอยู่ตรงประตูเชื่อมระเบียง ดวงตาคู่สวยกวาดมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด
พริมาหน้าถอดสี รีบถอยห่างจากอกแกร่งของคินน์ทันที ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านขึ้นมาตามสันหลังเมื่อตระหนักได้ว่า... รินรดามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อผู้กำกับบอกว่าเธอพักอยู่อีกฝั่งหนึ่งของรีสอร์ท!
“เธอมาทำอะไรที่นี่ รินรดา?” คินน์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ แววตาดุดันขึ้นมาทันทีที่เห็นหน้าคู่ปรับตัวฉกาจ
รินรดาเดินนิ่มนวลเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้น ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยแผนการร้ายที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า
“อ้าว... ก็ผู้กำกับบอกว่าห้องฝั่งโน้นแอร์เสีย ฉันเลยต้อง ‘ย้ายมาพักร่วมตึกเดียวกับคุณ’ ไงคะ คินน์... ดูท่าทางพวกเราคงจะได้ใช้เวลาร่วมกัน ‘อย่างสนิทสนม’ ตลอดทริปนี้แล้วล่ะค่ะ”
รินรดาพูดพลางส่งยิ้มเยาะมาให้พริมา ที่ตอนนี้ได้แต่ยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธกรุ่น
**************************************
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความแสบของคู่นี้เสมอนะคะ*
กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย•ตอนที่ 23
ทริปกระชับความสัมพันธ์
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!