"ถอยไปค่ะคุณคินน์... นี่มันห้องทำงาน ไม่ใช่ห้องนอนส่วนตัวของคุณ"
พริมาพยายามดันแผงอกกว้างที่กำลังบดเบียดเข้ามาจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง เสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมาจากอกนั้นไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือความหวั่นไหวที่เธอพยายามกักขังเอาไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว
คินน์ไม่ยอมถอย ทั้งยังขยับกายเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นของเขาเกือบจะสัมผัสกับพวงแก้มใส กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของเขากระจายอยู่รอบตัวเธอ ราวกับกรงขังที่มองไม่เห็นที่กักขังวิญญาณของเธอเอาไว้ให้อยู่ในภวังค์แห่งความปรารถนา
"ใครบอกว่าที่ไหนก็ 'นอน' ไม่ได้?" เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นระริกอยู่ข้างใบหู พริมาสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อจนขนลุกชัน "ในเมื่อฉันเป็นเจ้านายเธอ และเธอก็เป็นผู้ช่วยส่วนตัว... กฎข้อไหนในสัญญาบอกว่าการดูแลเจ้านายอย่างใกล้ชิดเกินไปจะทำไม่ได้?"
"สัญญาน่ะมันระบุแค่เรื่องงานค่ะ ไม่ได้ระบุเรื่อง... เรื่องไร้สาระแบบนี้"
"งั้นเหรอ?" คินน์แค่นยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน "งั้นลองบอกฉันทีสิ พริมา... ว่าจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ตอนนี้ มันเป็นเพราะเธอกำลังโกรธ หรือเพราะเธอกำลัง 'รู้สึก' เหมือนกับฉันกันแน่?"
มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าของเธอแผ่วเบา สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความร้อนแรงไปทั่วทุกตารางนิ้วที่เขาแตะต้อง พริมาเม้มปากแน่น ความถือดีที่เคยมีมลายหายไปจนเกือบหมดสิ้น เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์นี้ดำเนินต่อไป เส้นกั้นบางๆ ที่ขีดเอาไว้ว่าจะไม่มีทางเป็นอะไรกันได้มากกว่า 'เจ้านายและลูกน้อง' จะพังทลายลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ
"คุณคินน์... อย่าทำแบบนี้" เธอเอ่ยเสียงอ่อย ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน
"ทำไม?" เขากดเสียงต่ำลงอีก "กลัวเหรอว่าถ้าฉันข้ามเส้นนี้ไป แล้วเธอจะถอนตัวไม่ขึ้น? หรือว่ากลัว... ว่าจริงๆ แล้วเธอก็รอให้ฉันทำแบบนี้มาตลอด?"
คำถามจี้จุดนั้นทำให้พริมาถึงกับชะงัก เธอแหงนหน้ามองคนตรงหน้า สายตาของคินน์ในยามนี้ไม่มีแววหยอกล้อเหมือนทุกครั้งที่เจอในกองถ่าย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่ปิดไม่มิด ความซึนเดเระที่เขาเคยใช้เป็นเกราะกำบังดูเหมือนจะถูกทำลายลงจนสิ้น เหลือเพียงซุปตาร์หนุ่มผู้เอาแต่ใจที่กำลังเรียกร้องความสนใจจากผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาสนใจ
"คุณมันบ้า..." พริมาพึมพำ ก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ ทั้งที่นัยน์ตาคลอหน่วย "บ้าที่คิดว่าฉันจะยอมง่ายๆ"
"ถ้าไม่ยอม... แล้วทำไมถึงไม่ผลักฉันออกไปให้พ้นล่ะ?" คินน์เลิกคิ้วท้าทาย มืออีกข้างของเขาเลื่อนมาโอบรอบเอวคอดกิ่ว ดึงรั้งเธอเข้ามาจนแทบจะหลอมละลายเป็นร่างเดียวกัน พริมาสูดลมหายใจลึก กลิ่นกายของเขาอบอวลไปทั่วประสาทสัมผัส มันเป็นความรู้สึกที่อันตราย... หวานล้ำ และชวนให้เสพติดอย่างบอกไม่ถูก
"เพราะถ้าฉันผลัก... คุณก็จะหาเรื่องหักเงินเดือนฉันอีกน่ะสิคะ" เธอเลือกที่จะโต้ตอบด้วยประโยคกวนประสาทเพื่อปกปิดความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า
"หึ... ปากเก่งนักนะ"
คินน์ไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงไม่ถึงนิ้ว พริมากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกที่สั่งให้หนีปะทะกับความปรารถนาที่สั่งให้เธอโอนอ่อนตาม ความเงียบในห้องทำงานถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างมีจังหวะ
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของพวกเขาจะได้สัมผัสกันจนเกินเลยไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างกระทันหันและไร้มารยาทก็ทำลายบรรยากาศจนย่อยยับ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คินน์คะ! คุณอยู่ในนั้นใช่ไหม รินเอาเอกสารตารางงานของเดือนหน้ามาให้เซ็นค่ะ"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูทำให้คินน์ชะงักไปทันที นัยน์ตาคมกริบวูบไหวด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขาผละออกจากพริมาอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตไปที่บานประตู ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมหูของพริมาที่ยังคงยืนตัวแข็งทื่ออยู่
"อย่าเพิ่งไปไหน... เรื่องของเรายังไม่จบ แค่พักเบรกเท่านั้น"
คินน์ผละตัวออกมา จัดเสื้อสูทของตนเองให้เข้าที่อย่างใจเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินไปที่ประตูแล้วกระชากเปิดออกด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนความหงุดหงิดไว้ภายใต้หน้ากากซุปตาร์ตัวร้าย แต่ทว่า... ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง รินรดาที่ยืนรออยู่ข้างนอกกลับชะงักค้าง เมื่อเห็นสภาพของพริมาที่ยืนพิงประตูด้วยใบหน้าที่แดงซ่านและแววตาที่ยังคงสับสน
รินรดาหรี่ตาลง มองสลับระหว่างคินน์และพริมาด้วยความเกลียดชังที่พุ่งพล่านอยู่ในอก "ดูเหมือนรินจะมาผิดจังหวะสินะคะ... หรือจริงๆ แล้วพวกคุณกำลัง 'ทำ' อะไรที่มันสำคัญกว่างานอยู่?"
พริมาพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาจากมุมห้อง พยายามทำตัวให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด แต่ทว่าสายตาที่รินรดาจ้องมองมานั้นกลับเต็มไปด้วยคำถามที่เธอเองก็ยังไม่อยากจะหาคำตอบในตอนนี้
คินน์ยืนกอดอกพิงขอบประตู มองดูผู้หญิงสองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาจนน่าขนลุก
"ถ้าธุระมีแค่นั้น ก็วางไว้บนโต๊ะแล้วออกไปซะ รินดา... แล้วจำไว้ด้วยนะ ว่าต่อจากนี้ 'ห้องทำงาน' ของฉัน ไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้ามาได้ตามใจชอบโดยไม่มีนัด... โดยเฉพาะเธอ"
รินรดากำแฟ้มในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าสวยฉาบด้วยความโกรธจัดที่ถูกหักหน้าต่อหน้าพริมา เธอจ้องมองคินน์ด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อหันไปเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากของพริมา ความอดทนของเธอก็ขาดผึง
"งั้นเหรอคะ... แต่ถ้าสิ่งที่รินรู้มามันเป็นความลับที่อาจจะทำลายชื่อเสียงของคุณได้ล่ะคะคินน์... คุณยังจะกล้าไล่รินอยู่อีกไหม?"
คำพูดของรินรดาทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน คินน์หุบยิ้มทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับสัตว์ป่าที่ถูกกระตุ้น พริมาเองก็นิ่งค้างไป ความรู้สึกลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่า สิ่งที่รินรดากำลังจะพูดออกมา... มันอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้เพื่อทำลายทุกอย่างที่พวกเขากำลังเริ่มสร้างขึ้น
คินน์ขยับตัวก้าวไปข้างหน้า ประจันหน้ากับรินรดาในระยะประชิด เขาแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ในนัยน์ตาไม่มีความขบขันเลยแม้แต่นิดเดียว
"จะขู่ฉันเหรอ รินดา? กล้าดีนี่..."
คินน์เอื้อมมือไปคว้าคางของรินรดาให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้เธอเผชิญหน้ากับความโกรธที่แท้จริงของเขา
"งั้นก็พูดมาเลยสิ... อย่าให้ฉันต้องเดา เพราะถ้าสิ่งที่เธอกำลังจะพล่ามออกมามันไม่มีมูลความจริงแม้แต่นิดเดียว... ฉันรับรองเลยว่า ต่อให้เป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของช่อง เธอก็จะไม่ได้ยืนเหยียบพื้นละครเรื่องนี้อีกต่อไป"
พริมามองภาพตรงหน้าด้วยความตึงเครียด เธอรู้ดีว่าเกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และดูเหมือนว่า 'กับดัก' ที่เธอกับคินน์กำลังติดอยู่นั้น... จะซับซ้อนและอันตรายกว่าที่เธอเคยคิดไว้หลายเท่าตัวนัก!
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้เหมยฮวาแรกแย้มเสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย•ตอนที่ 22
สัมผัสที่เกินเลย
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!