"ถ้าคิดว่าจะเอารอยยิ้มจอมปลอมมาหลอกให้กองถ่ายนี้เอ็นดูได้ล่ะก็... คงต้องบอกว่าคุณคิดผิดถนัดแล้วล่ะค่ะ รินรดา"
เสียงหัวנסหัวเราะในลำคอเบาๆ ของพริมาดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของกองถ่ายละครฟอร์มยักษ์ที่เพิ่งเปิดกล้องในสตูดิโอปิด กลิ่นอายความอึดอัดลอยอบอวลอยู่ในอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต ปลายนิ้วเรียวของพริมาเคาะลงบนแก้วกาแฟเย็นในมือเป็นจังหวะเนิบนาบ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่จงใจเดินนصفเฉิดฉายเข้ามาในเขตหวงห้ามของทีมงาน
รินรดา นางเอกสาวลูกรักผู้ทรงอิทธิพลแห่งช่อง ยิ้มรับคำทักทายด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่ไปไม่ถึงดวงตา หล่อนปรายตามองพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามที่ซ่อนไว้ภายใต้เปลือกตาคู่คม
"ตายจริง... ฉันก็แค่อยากจะมาเยี่ยมเยียนกองถ่ายแฟนหนุ่ม เอ๊ย... เพื่อนร่วมงานเก่าอย่างคุณคินน์เขาก็เท่านั้นเองค่ะ ไม่คิดเลยว่าจะเจอคุณพริมามายืนทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพื้นที่แถวนี้ด้วย แปลกจังนะคะ ทั้งที่เป็นแค่นักแสดงสมทบแท้ๆ แต่ทำไมถึงทำตัวล้ำเส้นทีมงานบ่อยจัง"
คำพูดเหน็บแนมที่เจือความอิจฉาริษยาอย่างปิดไม่มิด ทำให้ทีมงานรอบข้างต่างพากันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจแรง ทุกคนรู้ดีว่ารินรดามีแบ็กอัพหนุนหลังเบอร์ไหน และที่สำคัญ... เธอกำลังพยายามประกาศอาณาเขตเหนือผู้ชายคนเดียวกับที่พริมาเพิ่งจะมีปากเสียงด้วยบนรถตู้เมื่อรุ่งสาง
พริมายิ้มมุมปาก ความแสบคันและความเจ้าเล่ห์ฉายชัดขึ้นในแววตา หล่อนก้าวเท้าเข้าไปหารินรดาช้าๆ แต่ละย่างก้าวเปี่ยมด้วยความมั่น and ทรงพลัง จนรินรดาเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ล้ำเส้นเหรอคะ? หู้ว... แปลกจังนะคะ ทั้งที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานสองนาน แต่คุณกลับมองเห็นฉันเป็นคนแรกเสียได้ สงสัยว่าโรคแพ้คนสวยกว่าคงจะกำเริบสินะคะ ถึงได้ตาพร่ามัวจนแยกไม่ออกว่าใครคือแขกรับเชิญ... และใครคือเจ้าของพื้นที่ตัวจริง"
พริมาลดเสียงลงกระซิบใกล้ใบหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่รื่นรมย์ แต่กลับคมกริบราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง
"แล้วก็... เรื่องที่คุณบอกว่ามาเยี่ยม 'เพื่อนร่วมงาน' เนี่ย ถ้าฉันตาไม่ฝาด ฉันจำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน เพิ่งมีข่าวหลุดออกมาว่าคุณพยายามส่งข้อความไปหาคินน์วันละแปดรอบ แต่เขาบล็อกไลน์คุณไปเรียบร้อยแล้วนี่คะ แบบนี้เขาเรียกว่ามาเยี่ยม... หรือมาตื๊ออย่างไร้ศักดิ์ศรีกันแน่คะ หึ"
รินรดาหน้าถอดสีทันที ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン หล่อนกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก ยัยเด็กนี่! ปากดีไม่เคยเปลี่ยน กล้าดียังไงถึงมาตบหน้าเธอกลางกองถ่ายแบบนี้!
"แก!... นังพริมา! แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงกล้ามาพูดจาสามหาวกับฉันแบบนี้!" รินรดาหมดมาดนางเอกผู้แสน igh-class ทันที หล่อนกรี๊ดออกมาเสียงดังลั่นจนผู้กำกับที่กำลังเซ็ตฉากอยู่ไกลๆ ถึงกับต้องหันขวับมามอง
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้เงื้อมมือขึ้นมาตบสั่งสอนเด็กเปรตตรงหน้า เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ทรงพลังและเย็นชาจนน่าขนลุกก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้ทุ้งสองร่างต้องแข็งค้าง
"ทำอะไรกันเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของผม... รินรดา?"
ร่างสูงโปรดของคินน์ก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยชุดสูทสไตล์โมเดิร์นสีเข้ม เรือนผมที่เซ็ตไว้อย่างดีรับกับใบหน้าคมคายไร้ที่ติ ทว่าแววตากลับเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขากวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยความรำคาญใจ แต่เมื่อสายตาคมกริบมาหยุดอยู่ที่ใบหน้ายิ้มระรื่นของพริมา ประกายตากลับไหววูบไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นไว้ลึกซึ้ง
รินรดาเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี หล่อนรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนแกร่งของคินน์ทันที น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสารราวกับนางเอกผู้ถูกรังแก
"คินน์คะ! ช่วยรินด้วยเถอะค่ะ รินแค่แวะมาทักทายตามประสาคนเคยสนิท แต่ผู้หญิงคนนี้... ยัยพริมาหาเรื่องรินก่อนแถมยังพูดจาดูถูกรินสารพัดเลยนะคะ!"
คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของรินรดาอย่างไร้เยื่อใยด้วยท่าทีนิ่งเฉย สายตาคมกราบมองรินรดาด้วยความเบื่อหน่ายอย่างถึงที่สุด ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับพริมาที่ยืนกอดอกพิงเสาด้วยท่าทีลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้
"เหรอ..." คินน์เอ่ยเสียงเรียบ "แต่เท่าที่ผมจำได้ คนที่ชอบหาเรื่องชาวบ้านก่อน... น่าจะเป็นคนที่ยืนร้องไห้งอแงอยู่ตรงนี้นะ"
รินรดากลืนไม่เข้าคายไม่ออก หน้าชาดิกราวกับถูกตบด้วยความจริง พริมาหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ อย่างหมั่นไส้ในความปากร้ายของพ่อซุปตาร์หนุ่มที่ต่อให้ปากจะหมาใส่เธอแค่ไหน แต่เวลามีมารหัวใจโผล่มา เขากลับจัดการได้เจ็บแสบเสียยิ่งกว่าเธอลงมือเองเสียอีก
"นั่นสิคะคุณคินน์ ฉันก็ยืนอยู่เฉยๆ ของฉันแท้ๆ แต่มีคนร้อนตัววิ่งแจ้นมาหาเรื่องฉันถึงที่เองต่างหากล่ะค่ะ" พริมาลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว
คินน์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวระคนเอ็นดูจนแทบอยากจะเดินเข้าไปปิดปากช่างเจรจานั่นเสียให้เข็ด แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากต่อปากกับแม่ตัวแสบ ร่างของโปรดิวเซอร์หนุ่มใหญ่เจ้าของช่องก็เดินเข้ามาตบมือเสียงดังเพื่อเรียกสติทุกคนในกอง
"เอาล่ะๆ พักกองพอรึยัง! ฉากต่อไปพระ-นางต้องเข้าฉากกุ๊กกิ๊กกันแล้วนะ... เอ๊ะ! รินรดาคุณมาทำอะไรที่นี่? วันนี้ไม่มีคิวถ่ายของคุณนี่ครับ?" โปรดิวเซอร์หนุ่มเอ่ยถามด้วยความฉงน
รินรดาเม้มปากแน่นอย่างเจ็บใจ หล่อนส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาให้พริมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสะบัดหน้าหนีด้วยความอับอาย
"รินแค่มารับลมค่ะ... งั้นรินขอตัวกลับก่อนนะคะคินน์ ไว้เราค่อยเจอกันใหม่นะ" หล่อนฝืนยิ้มกลืนเลือดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากสตูดิโอท่ามกลางสายตาของทีมงานนับสชีวิต
บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง พริมาถอนหายใจเบาๆ แล้วหมุนตัวจะเดินหนีไปเตรียมตัวเข้าฉากของตัวเองบ้าง แต่ทว่า... ข้อศอกเรียวกลับถูกมือใหญ่ของใครบางคนคว้าหมับไว้แน่นจนเธอต้องสะดุ้งสุดตัว
"จะรีบเดินหนีไปไหน หืม... ยัยตัวแสบ"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับแรงดึงที่ทำให้ร่างบางเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคินน์อย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความอบอุ่นจากร่างกายของเขาโชยเข้าจมูกจนพริมาต้องรีบดันอกเขาออก
"ปล่อยนะคะ! นี่มันกลางกองถ่ายนะ เกิดใครมาเห็นเข้า..."
"ให้เห็นไปสิ..." คินน์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน แววตาคมกริบพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์และประกายความหวงแหนที่ปิดไม่มิด "ฉันอยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าคนทั้งกองเห็นว่าซุปตาร์ตัวร้ายอย่างฉัน... กำลังจะจูบนางเอกตกกระป๋องแถวนี้... พวกเขาจะเอาไปเม้าท์กันสนุกแค่ไหน"
พริมาเบิกตากว้าง หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพล ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดรดอยู่บนพวงแก้มทำให้สมองของเธอน็อกไปชั่วขณะ
"คุณคินน์! คุณมันบ้า..."
คินน์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของเธอแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับท่าทีปากร้ายโดยสิ้นเชิง ทำให้พริมาเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ
"ใช่... ฉันบ้า" คินน์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่า "และต้นเหตุความบ้าของฉัน... ก็ยืนอยู่ตรงนี้ไง"
เขายิ่งขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแนบชิดกับกลีบปากนุ่มของเธออยู่รอมร่อ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังจะหวานล้ำและหลอมละลายความตึงเครียดทั้งหมดลง เสียงปรบมือดังป้าบจากผู้กำกับก็ดังทะลุโสตประสาทขึ้นมาขัดจังหวะทันที!
"เฮ้ย! คินน์! พริมา! พร้อมเข้าฉากโรแมนติกฉากแรกได้แล้วเว้ย! มายืนสวีทอะไรกันตรงมุมเสวะวะเนี่ย!"
คินน์ชะงักกึก เขาผละออกจากร่างบางอย่างหัวเสียเล็กน้อย แต่ดวงตาคมยังคงจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อเล็กน้อยของพริมาด้วยความเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
พริมาหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก หล่อนรีบผลักอกเขาเต็มแรงแล้ววิ่งหนีหายเข้าไปในห้องแต่งตัวทันที ทิ้งให้คินน์ยืนยกยิ้มมุมปากอยู่คนเดียวอย่างคนเหนือกว่า
ทว่า... ในขณะที่คินน์กำลังจะเดินตามหลังหญิงสาวไปเพื่อทวงสัปยศต่อ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าที่เป็น 'เบอร์ส่วนตัว' ของบุคคลปริศนาที่เขาไม่ได้ติดต่อมานานนับปี... บุคคลที่กุมความลับดำมืดบางอย่างที่อาจทำลายชีวิตในวงการบันเทิงของเขาทั้งหมดลงได้ในชั่วข้ามคืน!
---------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 6 แล้วนะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับความซึนของพี่คินน์และความแสบของน้องพริมากันนะคะ รบกวนกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เหมยฮวาแรกแย้ม" ด้วยนะคะ รักค่ะ!
กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย•ตอนที่ 6
ศัตรูหัวใจคนแรก
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!