กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย•ตอนที่ 5

เคมีที่เริ่มทำงาน

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
เสียงคำรามของฟ้าผ่าด้านนอกดังสนั่นจนกระจกหน้าต่างรถตู้คันหรูสั่นสะเทือน พริมาสะดุ้งเฮือก เผลอขยับกายถอยหลังหนีเสียงกัมปนาทจนแผ่นหลังชนเข้ากับเบาะหนังนุ่มอย่างจัง ทว่าความนุ่มของเบาะยังไม่น่าตกใจเท่ากับแผงอกกว้างของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งตอนนี้ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ สายฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงเม็ดฝนที่ซัดสาดกระทบหลังคาเหล็กดังทึบจนกลบเสียงทุกอย่างรอบตัว เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มนวลของหญิงสาว "จะขยับไปไหนอีก หะยัยตัวแสบ กลัวผีรึไง" เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้นในความมืดสลัว คินน์ปรายตามองหญิงสาวที่นั่งตัวเกร็งเป็นตุ๊กตาไขลาน มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจตามนิสัย แววตาคมกริบภายใต้ความมืดประกายระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นคนปากเก่งอย่างพริมามีสภาพแบบนี้ พริมาเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แล้วตวัดสายตาค้อนขวับกลับไปทันที ไม่มีทางที่คนอย่างพริมาจะยอมเสียฟอร์มให้ซุปตาร์ปากเสียเด็ดขาด "ฉันไม่ได้กลัวผีค่ะ แค่รำคาญเสียงฟ้าผ่า... แล้วก็รำคาญคนที่นั่งหายใจรดต้นคออยู่แถวนี้ด้วย" พริมาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเชิดรั้นแม้จะสั่นน้อยๆ จากแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ "ปากเก่งจริงนะ เวลาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เขยิบตัวเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนไหล่กว้างแทบจะเกยติดกับร่างบาง มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเล็กที่พยายามจะผลักไสเขาออกเบาๆ "ดูข้างนอกสิ รถติดยาวเหยียด แถมน้ำยังท่วมสูงขนาดนั้น ทีมงานก็ติดต่อไม่ได้... คืนนี้เราคงต้องติดแหง็กอยู่ในรถคันนี้ด้วยกันยาวๆ แล้วล่ะ คุณพริมา" ประโยคหลังเขากระซิบบริเวณข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าแฝงความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาขนลุกเกรียว พริมาพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงมหาศาลของชายหนุ่มกลับทำให้เธอเหมือนลูกนกที่ติดอยู่ในกรงเล็บ "ปล่อยมือฉันนะ คุณคินน์! อย่ามาฉวยโอกาสในที่มืดนะยะ" "ฉวยโอกาสอะไรกัน ผมนั่งอยู่เฉยๆ ของผมแท้ๆ เป็นคุณต่างหากที่ถอยมาชนผมเอง" คินน์ย้อนกลับหน้าตาเฉย ดวงตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ อย่างเผลอไผล กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอยามที่แอร์ในรถเป่าปะทะผิวกาย ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ทำงานอย่างเงียบเชียบ รถตู้คันโตจอดนิ่งสนิทอยู่กลางสะพานข้ามแยก ท่ามกลางม่านฝนสีเทาที่หนาทึบจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ไฟถนนสลัวๆ สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกเปียกชื้น เกิดเป็นเงาแสงและเงาดำทอดทับลงบนใบหน้าของทั้งคู่ บรรยากาศภายในรถอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่ความอึดอัดที่น่ารำคาญ แต่กลับเต็มไปด้วยกระแสความร้อนรุ่มที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ พริมานิ่งงันไปเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย ความดุดันและเย่อหยิ่งที่เคยมีในตัวซุปตาร์หนุ่มบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ มันคือความใกล้ชิดที่อันตรายเกินกว่าจะควบคุม "มองอะไรคะ หน้าฉันมีฝุ่นติดอยู่รึไง" พริมาแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก "เปล่า..." คินน์ตอบเสียงแผ่วเบา สายตายังคงไล่ระดับจากดวงตากลมโตลงมาที่ปลายจมูกรั้น และหยุดนิ่งอยู่ที่ริมฝีปากสีเชอร์รี่ที่เม้มเข้าหากันแน่น "แค่กำลังคิดว่า... ทำไมเวลาที่คุณเงียบๆ แบบนี้ ถึงได้น่ามองกว่าตอนอ้าปากเถียงผมตั้งเยอะ" "นี่คุณ!" พริมาฮึดฮัดจะอ้าปากสวนกลับ แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ร่างสูงใหญ่ของคินน์ก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนหน้าผากของเขากับเธอแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ระยะห่างที่หายไปทำให้พริมาลืมสิ้นทุกคำพูด ความดื้อรั้นที่มีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกและแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงดูดให้เพวกเขาเข้าหากันราวกับมีแรงแม่เหล็ก คินน์ชะوงักเล็กน้อย สายตาของเขาอ่อนแสงลงอย่างที่พริมาไม่เคยเห็นมาก่อน นิ้วเรียวยาวที่ยังคงกุมข้อมือเธออยู่เปลี่ยนเป็นไล้หลังมือแผ่วเบาราวกับลืมตัว "บางที... ฝนตกหนักแบบนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไปก็ได้นะ" เสียงกระซิบพร่ามัวดังชิดริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับกลีบปากนุ่มของเธอ ฉับพลันนั้นเอง! *แกร๊ก!* เสียงเปิดประตูดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาในห้องโดยสาร ทำลายบรรยากาศสีชมพูในเสี้ยววินาทีนั้นให้พังทลายลง "พี่คินน์คะ! แย่แล้ว รถข้างหน้าขยับแล้วค่ะ... อ๊ะ!" เสียงแหลมสูงของรินรดาที่แทรกตัวเข้ามาพร้อมร่มคันใหญ่ ทำให้คินน์และพริมาต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต พริมาหน้าแดงก่ำรีบขยับถอยกรูดไปติดริมหน้าต่างอีกฝั่งทันที หัวใจยังคงเต้นรัวด้วยความตกใจและระคนเสียดายเล็กน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ คินน์ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะ เขากวาดสายตามองรินรดาที่ยืนหน้าเสียอยู่ตรงประตูรถด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "ใครใช้ให้เธอเปิดเข้ามาโดยไม่เคาะประตู" คินน์ตวาดเสียงแข็ง แววตาคมกริบดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังนางเอกสาวร่วมช่องที่กำลังทำหน้าเลิกลั่ก รินรดาหน้าเสีย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสัมได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวพระเอกหนุ่ม ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากแก้ตัว สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นพริมาที่กำลังนั่งก้มหน้าจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ และข้อมือข้างหนึ่งที่ขึ้นรอยแดงจางๆ จากการถูกจับ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาวูบหนึ่งบนใบหน้าของรินรดา ก่อนที่เธอจะแสร้งทำเป็นตกใจแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เอ่อ... รินขอโทษค่ะ พอดีเห็นฝนตกนาน พี่คินน์อาจจะอึดอัด... แต่ว่า... เมื่อกี้นี้..." รินรดาแกล้งเว้นวรรค ทำทีเป็นอึกอักก่อนจะเหลือบมองพริมาด้วยสายตาเหยียดหยามที่ซ่อนไว้ไม่มิด "อุ๊ย! หรือว่ารินเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญ... ระหว่างพี่คินน์กับยัยนี่เข้าพอดีคะ?" คำพูดกำกวมและรอยยิ้มเยาะเย้ยของรินรดาทำให้บรรยากาศในรถตู้กลับมาคุคุกรุ่นอีกครั้ง คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความรำคาญใจขั้นสุด ขณะที่พริมาเงยหน้าขึ้น สWXบทสายตากลับไปด้วยแววตาดุดันที่ไม่ยอมแพ้เช่นกัน รถตู้เคลื่อนตัวออกตัวไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย แต่ทว่าสงครามประสาทครั้งใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น กลับร้อนระอุเสียยิ่งกว่าเปลวไฟ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับเคมีที่ค่อยๆ เดือดพล่านนี้เสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%