"ถ้าคุณยังกล้าล้ำเส้นเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัวของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณมีเจตนาแอบแฝง... ยัยตัวแสบ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดจงใจกดต่ำลงจนเกือบชิดริมใบหูของฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลาดไหล่ทำให้ขนอ่อนลุกชันขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ทว่าพริมากลับไม่ได้ถอยร่นหนีอย่างที่ซุปตาร์หนุ่มชื่อดังรอดูแต่อย่างใด เธอกลับพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างเราในตอนนี้แทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ปลายจมูกของเราเกือบจะชนกันอยู่แล้ว หากเธอนึกอยากจะขยับเข้าไปอีกเพียงนิดเดียว
"เจตนาแอบแฝงอะไรกันคะคุณคินน์ หน้าตาฉันดูเหมือนพวกโรคจิตแอบโรคจิตตามตื้อดาราต๊อกต๋อยขนาดนั้นเลยหรือไง" พริมาย้อนถามเสียงใส ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความแสבคันที่พร้อมจะต่อปากต่อคำได้ทุกเมื่อ
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางที่ยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายเขาอย่างถือดี ซุปตาร์หนุ่มปรายตามองเอกสารข้อตกลงการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวฉบับเฉพาะกิจที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวหรู ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ด้วยท่าทางหยิ่งยโสตามวิสัยของคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการบันเทิง
"ต๊อกต๋อยงั้นเหรอ? คำก็ต๊อกต๋อย สองคำก็ซุปตาร์ตกอับ เธอนี่มันปากเก่งเกินกว่าจะเป็นแค่ผู้ช่วยนะพริมา" นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกระดาษเอกสารเบาๆ เป็นจังหวะ ก่อนที่เขาจะตวัดสายตากลับมาสบกับดวงตาคู่สวยที่จ้องเขาเขม็งไม่ลดละ "ในเมื่อเธอเสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่นี้เอง ก็จจำใส่สมองอันน้อยนิดนี่ไว้ให้ดี เพราะฉันไม่ได้ใจดีเหมือนผู้จัดการส่วนตัวของฉันหรอกนะ"
คินน์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออีกก้าว บังคับให้พริมาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือราคาแพงโดยปริยาย เขายกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทาบลงบนชั้นหนังสือเพื่อกักขังเธอไว้ในอาณาเขตของตัวเอง สายตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งฉุนเฉียว และ... บางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะยอมรับกับตัวเอง
"กฎข้อที่หนึ่ง... ห้ามเถียง ห้ามออกความเห็น และห้ามขัดคำสั่งของฉันเด็ดขาด ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะไร้สาระในสายตาเธอมากแค่ไหนก็ตาม" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ราวกับประกาศิตจากจักรพรรดิ
พริมาเบะปากทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "โห... นี่ฉันเป็นผู้ช่วยส่วนตัวหรือนางกำนัลในวังหลังยุคโบราณคะเนี่ย ถึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอ้าปากพูดความจริง ถ้าฉันไม่เถียงแล้วใครจะคอยตบะแตกใส่คุณล่ะคะ"
"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันห้าม!" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นจนเกือบเป็นคำสั่ง "ห้ามเถียงก็คือห้ามเถียง! และกฎข้อที่สอง... ห้ามยุ่งเรื่องส่วนตัวของฉันเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข่าวฉาว เรื่องคนในครอบครัว หรือแม้กระทั่งเรื่องโทรศัพท์มือถือ หน้าที่ของเธอมีแค่จัดการตารางเวลา เตรียมกาแฟ และทำตามที่ฉันสั่งจบในตึกนี้ ไม่ใช่มาทำตัวเป็นสายสืบจำเป็น"
ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต เพื่อค้นหาพิรุธบางอย่าง ทว่าพริมากลับทำเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะิเทดสะท้าน เธอยกมือขึ้นกอดอกอีกครั้ง แล้วพยักหน้ารับอย่างกวนประสาท
"รับทราบค่ะท่านซุปตาร์... เรื่องยุ่งเรื่องชาวบ้านนี่งานถนัดฉันเลย เอ้ย ไม่ใช่! หมายถึงฉันเป็นคนมารยาทงามพอที่จะไม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของใครหรอกค่ะ สบายใจได้" น้ำเสียงลากยาวช่วงท้ายพร้อมรอยยิ้มยั่วโมโหทำเอาคินน์ต้องขบกรามแน่นด้วยความหมั่นไส้ ผู้หญิงคนนี้ช่างสรรหาคำมาต่อกรกับเขาได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ
"ดี... ถ้าจำได้ก็จำให้ขึ้นใจ เพราะถ้าเธอทำผิดกฎแค่ข้อเดียว..." คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอหอมกรุ่นโดยไม่ทันให้ตั้งตัว จนพริมาสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวราวกับกลองเพล ลมหายใจอุ่นที่เปรอะเปื้อนอยู่ข้างแก้มทำเอาสติที่เคยกระเจิดกระเจิงไปไกลกว่าเดิม "ฉันจะหักเงินเดือนเธอครึ่งหนึ่ง... และอาจจะมีบทลงโทษอย่างอื่นที่เธอคาดไม่ถึงด้วย"
พริมากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนิ่วหน้าพยายามผลักแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่ทว่าร่างกายของเขากลับมั่นคงราวกับกำแพงหินผา "นี่คุณ! ขู่เก่งนักนะ หน้าเงินหรือไงถึงเอาแต่เรื่องเงินมาอ้าง"
"เปล่า... ฉันไม่ได้หน้าเงิน แต่ฉันชอบเห็นเวลาเธอทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อฉันแต่มันทำอะไรไม่ได้ต่างหากล่ะ" คินน์กระิบแผ่วเบa น้ำเสียงพร่าต่ำเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่จงใจหยอกล้อให้คนฟังเสียอาการ และเขาก็ทำสำเร็จเสียด้วย เมื่อเห็นพริมาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์ระหว่างคนทั้งสองจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิตของสาวเจ้า
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"คุณคินน์คะ... รินเองค่ะ พอดีรินเอาน้ำส้มคั้นสดๆ มาฝาก เห็นว่าคุณซ้อมบทมาเหนื่อยๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว"
เสียงหวานหยดย้อยที่ดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา ทำให้ร่างสูงที่กำลังกักขังพริมาอยู่ถึงกับชะงักกึก คินน์ผละตัวออกห่างจากพริมาทันที สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยเย็นชาในชั่วพริบตา ขณะที่พริมาแอบพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกโล่งใจที่รอดพ้นจากสถานการณ์ชวนใจเต้นแรงเมื่อครู่มาได้อย่างหวุดหวิด
แต่ทว่า... ความโล่งใจนั้นอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาที เมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่หลังประตูก็คือ 'รินรดา' นางเอกร่วมช่องจอมเสแสร้งที่จงใจเข้ามาหาเรื่องปั่นป่วนหัวใจเธอและคินน์อยู่เรื่อยๆ!
ดวงตากลมโตหันขวับไปมองหน้าซุปตาร์หนุ่มทันที เห็นคินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง ชายหนุ่มหันมาสบตาเธอนิ่ง ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย
"อ้อ... เกือบลืมไป ว่าเรายังมีกฎข้อที่สามที่สำคัญที่สุด..." คินน์โน้มตัวลงกระซิบกระซาบข้างหูเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
"กฎข้อที่สาม... ห้ามหวั่นไหวกับฉันเด็ดขาด ไม่ว่าฉันจะทำตัวร้ายกาจใส่ หรือ... ทำดีด้วยก็ตาม"
พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากด่าทอความหลงตัวเองของเขา ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มของรินรดาที่ก้าวเข้ามาพร้อมแก้วน้ำส้มในมือ...
"อุ๊ย... คินน์คะ รินเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย ทำไมผู้ช่วยคนใหม่ถึงได้ยืนหน้าแดงขนาดนั้นล่ะคะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เหมยฮวาแรกแย้ม" มาโดยตลอดนะคะ
กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย•ตอนที่ 3
กฎสามข้อของผู้ช่วยลับ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!