“บอกมาว่ายัยนั่นไปอยู่ที่ไหน!”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเยือกเย็นและหยิ่งยโสบัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ คินน์กระชากคอเสื้อผู้จัดการส่วนตัวของพริมาอย่างลืมตัว ดวงตาคมกริบที่เคยมีเสน่ห์ดึงดูดแฟนคลับทั่วบ้านทั่วเมือง บัดนี้มีเพียงความแดงก่ำจากความโกรธแค้นผสมปนเปกับความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
“ฉันไม่รู้... คุณคินน์ คุณไม่มีสิทธิ์มาคาดคั้นฉันแบบนี้ พริมาเขาไม่ได้เป็นสมบัติของคุณ! และที่สำคัญ... เขาไม่อยากเจอคุณอีกต่อไปแล้ว!”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของซุปตาร์หนุ่ม คินน์ปล่อยมือจากคอเสื้ออีกฝ่ายราวกับถูกของร้อน ความเงียบงันภายในห้องพักหรูใจกลางเมืองกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข หากแต่เป็นความเงียบที่กัดกินจิตใจจนแทบบ้าคลั่ง
ห้องนี้... เคยมีกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าที่พริมาชื่นชอบ มันเคยมีเสื้อผ้าของเธอที่วางระเกะระกะอยู่บนโซฟา เคยมีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเธอเวลาที่เขาทำท่าทางหึงหวงไร้เหตุผล แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับว่างเปล่า เหลือเพียงความอ้างว้างที่ตอกย้ำให้เขารู้ว่า 'ความปากร้าย' ที่เขาภาคภูมิใจนักหนา ได้กลายเป็นกับดักที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเองจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ
คินน์เดินโซเซไปที่โต๊ะทำงาน เขาเปิดลิ้นชักออกและพบเพียงความว่างเปล่า กระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เธอเคยเขียนทิ้งไว้ว่า *‘หิวก็หาของกินเองนะคะ อย่าทำตัวเป็นคุณชายตกอับ’* ถูกเก็บทิ้งลงถังขยะไปนานแล้ว แต่ภาพลายมือหวัดๆ นั้นกลับฝังแน่นอยู่ในสมอง
“ขาดเธอไปแค่ไม่กี่วัน... ทำไมมันเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงตรงหน้าวะ” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าจนแทบจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงของซุปตาร์แถวหน้า
เขานึกถึงวันวานที่รินรดาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์เหลี่ยมสารพัด เขาเลือกที่จะผลักไสพริมา เพียงเพราะอีโก้ที่ว่าเขาสามารถควบคุมทุกอย่างได้ แต่ในวินาทีที่ประตูปิดลงและไม่มีร่างบางมายืนกอดอกเชิดหน้าใส่ เขาถึงได้ตระหนักว่า... คนที่เขา ‘ควบคุม’ ไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว คือคนที่เขากำลัง ‘โหยหา’ จนลมหายใจแทบขาดห้วง
*ครืด...*
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นรัว คินน์คว้ามันขึ้นมาด้วยความหวังที่ริบหรี่ แต่เมื่อเห็นชื่อ ‘รินรดา’ ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ความรังเกียจก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง
“มีอะไร” เขาถามเสียงเรียบ กดดันอารมณ์ตัวเองไว้สุดความสามารถ
“คินน์คะ... คืนนี้รินมีงานเลี้ยงฉลองปิดกล้อง ถ้าคุณไปกับริน เรตติ้งละครเราต้องพุ่งแน่ๆ นะคะ อีกอย่าง... รินได้ข่าวมาว่าพริมาเขากำลังไปเดทกับใครบางคนที่ต่างจังหวัด ถ้าคุณไปกับรินตอนนี้... รับรองว่าข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้จะเป็นของคุณ ไม่ใช่ยัยนั่น”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยของรินรดาไม่ได้ทำให้เขาใจอ่อน แต่มันกลับจุดชนวนความเดือดดาลที่ซ่อนอยู่ภายใน
“ฟังให้ดีนะรินรดา” คินน์แค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว “ถ้าพริมาเขามีคนใหม่จริงๆ คนแรกที่ฉันจะจัดการก็คือเธอ... เพราะถ้าไม่ใช่เพราะแผนสกปรกของเธอ พริมาก็ไม่มีวันหนีฉันไปไหน อย่าลองดีกับฉันให้มากนัก เพราะถ้าฉันบ้าขึ้นมา... ต่อให้เธอมีแบ็กดียิ่งใหญ่แค่ไหน ฉันก็จะทำให้เธอกลายเป็นแค่เศษฝุ่นที่ไม่มีใครจดจำ!”
เขากดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ ร่างสูงทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังราคาแพง พลางหลับตาลง ภาพใบหน้าของพริมาในวันที่เธอโกรธจัดจนแก้มแดงก่ำลอยเข้ามาในห้วงคำนึง เขาพลาดไปแล้ว... พลาดที่คิดว่าความรักคือเกมที่ต้องมีคนชนะ พลาดที่ปล่อยให้ความปากร้ายกลายเป็นกำแพงกั้นระหว่างหัวใจ
ขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกผิด เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรัวและหนักแน่น คินน์ลืมตาขึ้นด้วยความรำคาญ เขาคิดว่าเป็นพนักงานโรงแรมหรือใครสักคนที่มารบกวน
“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น!” เขาตะโกนตอบ แต่เสียงฝีเท้าหน้าห้องกลับไม่หยุดลง แถมบานประตูยังถูกผลักเข้ามาอย่างถือดี
คินน์เงยหน้าขึ้นมองเตรียมจะระเบิดอารมณ์ใส่ แต่แล้วถ้อยคำด่าทอกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อเห็นร่างระหงในชุดเดรสสีขาวเรียบง่ายยืนเด่นอยู่หน้าห้อง ใบหน้าสวยคมนั้นดูเหนื่อยล้า แต่ดวงตากลมโตคู่เดิมยังคงมีความแสบคันที่เขารู้สึกคิดถึงจนเจ็บหน้าอก
“ฉันไม่ได้มาเพื่อฟังคุณอาละวาด” พริมาเอ่ยเสียงเรียบ เธอก้าวเข้ามาข้างในช้าๆ กวาดสายตามองห้องที่ดูยุ่งเหยิงราวกับสนามรบ “แต่ฉันมาเพื่อทวงของสำคัญของฉันคืน”
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก “ของสำคัญงั้นเหรอ? เธอหมายถึงอะไร”
พริมาหยุดยืนตรงหน้าเขา รัศมีความมั่นใจที่เคยมีดูเหมือนจะลดทอนลงไปบ้าง แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความอ่อนหวานที่เขาก็เพิ่งเคยสัมผัส เธอเอื้อมมือขึ้นมาแตะที่หน้าอกซ้ายของเขาเบาๆ
“ก็หัวใจของฉันที่ทำตกไว้ที่นี่ไง... แล้วดูเหมือนว่าคนแถวนี้จะทำมันพังไปเกือบหมดแล้วด้วย”
คินน์ชะงักไป ความรู้สึกผิดและดีใจตีรวนกันจนเขาทำอะไรไม่ถูก เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพหลอนที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
“พริมา... ฉัน...”
“เดี๋ยวค่ะ” พริมาขัดขึ้นก่อนที่เขาจะพูดจบ เธอขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “ก่อนจะพูดอะไรที่ทำให้ฉันหงุดหงิดอีกครั้ง... ช่วยบอกหน่อยได้ไหม ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่หลังประตูห้องนั้น... คือใคร?”
คินน์ขมวดคิ้วแน่น เขาหันไปมองบานประตูที่เปิดค้างไว้ เห็นรินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและริษยาถึงขีดสุด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสัมพันธ์ที่เปราะบางแต่ทรงพลังของคินน์และพริมานะคะ - เหมยฮวาแรกแย้ม
กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย•ตอนที่ 29
ความเจ็บปวดของผู้ชายปากร้าย
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!