สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรผู้ไม่เคยศิโรราบ•ตอนที่ 11

ทริปดูงานสุดป่วน

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงปิดประตูดังปัง... คือคำตอบเดียวที่นลินได้รับ หลังจากเธอพยายามอธิบายมาตลอดสิบนาทีเต็มว่าเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารของรถเอสยูวีคันหรูนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นกองขยะเอกสารหน้างานที่สุมหัวกันจนแทบจะไม่มีที่วางขา “ถ้าคุณคิดจะเอาแบบแปลนโครงสร้างมารองก้นแทนเบาะเสริมความประณีต ก็เชิญตามสบายค่ะคุณสถาปนิก แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้าแผ่นคำนวณความปลอดภัยของฉันยับแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ฉันจะเอาคานเหล็กไปฟาดกระจกฝั่งคุณให้แตกคามือแน่” นลินลอยหน้าลอยตากล่าวพร้อมกับดันกองกระดาษรarวเกะกะพวกนั้นไปกองรวมกันไว้ที่เบาะหลังอย่างไม่ไยดี มือเรียวตวัดเข็มขัดนิรภัยคาดล็อกลำตัวด้วยความรวดเร็วและทะมัดทะแมง รวิชญ์ที่เพิ่งก้าวขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งคนขับ ชำเลืองมองการกระทำนั้นด้วยหางตา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะขึ้นเล็กน้อยตามสไตล์คนที่มั่นใจในความสมบูรณ์แบบของตัวเอง นิ้วเรียวยาวเคาะพวงมาลัยรถเป็นจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะหันมาสบตากับวิศวกรสาวที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างกาย “มือปราบโครงสร้างอย่างคุณนี่ปากเก่งกว่าตอนยืนพรีเซนต์งานหน้าบิดาของโครงการซะอีกนะคะ หรือว่าที่กล้ามาต่อปากต่อคำกับฉันตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้ เพราะแอบไปท่องบทด่าฉันมาจากบ้านตั้งแต่ตีห้าคะคุณนลิน” เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่เอ่ยขึ้นอย่างกวนประสาท แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นฉายแววพราวระยับอย่างที่นลินเห็นแล้วอยากจะคว้าแฟ้มข้อมูลไปฟาดหน้าหล่อๆ นั้นสักที “ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งท่องบทด่าคุณหรอกค่ะ รวิชญ์... เวลาชีวิตของวิศวกรที่มีหน้าที่คุมไซต์งานก่อสร้างมูลค่าพันล้าน มันมีค่ามากกว่าการมานั่งต่อปากต่อคำกับสถาปนิกโรคจิตที่ชอบแก้แบบหน้างานตามอารมณ์ศิลปินตื่นสายแบบคุณก็แล้วกัน ออกรถได้แล้วค่ะ ฝนทำท่าจะตก โครงการเปิดหน้าดินไว้ ถ้าคอนกรีตเสียหายขึ้นมา คุณนั่นแหละที่จะเป็นคนแรกโดนฉันเฉ่งจนไม่เหลือชิ้นดี” เครื่องยนต์สมรรถนะสูงคำรามเบาๆ ก่อนที่รถจะพุ่งตัวออกจากสำนักงานใหญ่ด้วยความเร็วพอเหมาะ ทัศนียภาพสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าเป็นทุ่งโล่งและแนวภูเขาไกลตา บรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ถูกปิดทึบด้วยกระจกกันเสียงกลับอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความอึดอัดและแรงดึงดูดประหลาดที่ทั้งคู่ต่างพยายามหลบ and เลี่ยง ตลอดสองชั่วโมงของการเดินทาง ความเงียบงันเริ่มกัดกินพื้นที่ระหว่างเบาะคู่หน้า มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากวิทยุคลื่นโปรดที่รวิชญ์จงใจเปิดคลอเพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียด แต่นลินกลับมองออกไปนอกหน้าต่าง ทำเป็นสนใจวิวทิวทัศน์ข้างทางเสียเต็มประดา ทั้งที่ความจริงแล้ว ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดแคบๆ นี้กำลังทำให้หัวใจเจ้ากรรมของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความสะอาดเฉพาะตัวของรวิชญ์ ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศทุกครั้งที่เขาขยับตัวเปลี่ยนเกียร์ จนกระทั่งรถขับเข้าสู่เขตพื้นที่ห่างไกล ฝนเม็ดโตเริ่มโปรยปรายลงมากระทบกระจกรถ เสียงเปาะแปะดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นห้วงพายุฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทัศนวิสัยข้างทางมืดมิดลงฉับพลัน แสงไฟหน้ารถสาดส่องได้เพียงไม่กี่เมตรเพราะหมอกหนาทึบที่เริ่มลงจัด “เวรเอ๊ย…” รวิชญ์สบถเบาๆ ในลำคอ มือหนากำพวงมาลัยแน่นขึ้นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว เขากดปุ่มเปิดที่ปัดน้ำฝนให้ทำงานด้วยความเร็วสูงสุด แต่ดูเหมือนปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาจะเกินกว่าขีดจำกัดที่อุปกรณ์จะรับไหว “ขับช้าลงค่ะ! มองไม่เห็นทางแล้วนะ” นลินเอ่ยเตือนเสียงเครียด ตัวเธอเองเผลอยกมือขึ้นเกาะที่จับเหนือศีรษะโดยอัตโนมัติ ร่างกายเกร็งขมิ่งด้วยความตื่นตระหนกเมื่อรถเริ่มมีอาการลื่นไถลเล็กน้อยจากผิวถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ “รู้อยู่แล้วน่า ไม่ต้องสั่ง…” รวิชญ์พยายามบังคับพวงมาลัยประคองรถเข้าจอดข้างทางบริเวณจุดพักรถร้างที่แทบไม่มีแสงไฟ แต่โชคร้าย... ทันทีที่ล้อหน้าขวาเหยียบลงไปบนดินโคลนที่ไหล่ทาง รถทั้งคันก็เกิดอาการทรุดฮวบลงไปครึ่งล้อ เสียงโลหะขูดขีดดังสนั่นก่อนที่เครื่องยนต์จะดับสนิทลงท่ามกลางความมืดมิดและเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดใส่ตัวรถอย่างบ้าคลั่ง ภายในรถตกอยู่ในความเงียบสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกับเสียงฝนด้านนอก รวิชญ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วหันมามองคนข้างๆ ที่ตอนนี้ใบหน้าหวานถอดสีเล็กน้อยแต่ยังคงความดื้อรั้นไว้ครบถ้วน “ลงไม่ได้แล้วล่ะครับคุณวิศวกร... ล้อหน้าติดหล่มโคลนเรียบร้อย โรงเรียนสถาปนิก” “แล้วมันเพราะใครกันล่ะคะ ถ้าคุณไม่ขับรถเร็วเกินพิกัดในสภาพอากาศแบบนี้ เราจะมาติดแหง็กอยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้ไหม!” นลินหันขวับมาตวาดกลับทันที ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดจนลืมตัว เธอยื่นมือไปจะผลักไหล่กว้างของอีกฝ่าย แต่เพราะความมืดและความแคบของห้องโดยสาร ทำให้จังหวะที่เธอยื่นมือออกไป ข้อศอกดันไปกระแทกเข้ากับคอนโซลรถอย่างแรงจนเสียหลัก “โอ๊ย!” นลินอุทานเบาๆ หลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกที่จะพุ่งชนกับกระจกฝั่งคนขับ ทว่า... แรงกระแทกนั้นไม่เคยเกิดขึ้น วงแขนแข็งแรงและอบอุ่นของรวิชญ์คว้าเอวบางของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงเหวี่ยงพาให้นลินเซถลาเข้าไปกระแทกแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นกายของผู้ชายคนนี้โอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้ม ใกล้เสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วของกันและกัน นลินเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อตระหนักว่าตอนนี้ใบหน้าของเธอกับเขาอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว รวิชญ์ก้มมองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา แววตาสายนั้นไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหรือกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความระอุร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ “ปล่อยค่ะ…” นลินกระซิบเสียงสั่น พยายามจะดันอกแกร่งออก แต่รวิชญ์กลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของเธอจนสั่นสะท้าน “ถ้าผมบอกว่าไม่อยากปล่อย... คุณจะทำยังไงล่ะครับ นลิน” เสียงทุ้มต่ำพزซิบแผ่วเบาข้างริมใบหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาวิศวกรสาวผู้ไม่เคยศิโรราบให้ใครถึงกับพูดไม่ออก สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ และในเสี้ยววินาทีที่นลินกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะกระจกรถประตูด้านฝั่งคนขับดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบส่องทะลุกระจกเข้ามา รวิชญ์ผละออกจากตัวนลินด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจ นลินรีบดีดตัวกลับมานั่งตัวตรง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำร้อนผ่าวไปถึงใบหู รวิชญ์หันไปมองนอกกระจกด้วยความไม่สบอารมณ์ก่อนจะกดปุ่มลดกระจกชamatลงเพื่อดูว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาล แสงไฟฉายสาดส่องเข้าตาจนรวิชญ์ต้องยกมือขึ้นบัง ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าของชายสูงวัยคนหนึ่งจะดังแทรกเสียงฝนเข้ามา “คุณชายรวิชญ์... ทางข้างหน้าสะพานขาด รถผ่านไม่ได้แล้วนะครับ รีบถอยกลับเถอะ!” รวิชญ์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินคำเตือนนั้น แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม ร่างของใครอีกคนก็เบียดแทรกเข้ามาด้านหลังชายสูงวัย พร้อมกับแสงไฟฉายที่ส่องตรงเข้ามาภายในรถเต็มตา และเมื่อนลินเงยหน้าขึ้นมองผ่านไหล่ของรวิชญ์ เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุดกレイ ผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในสถานที่แบบนี้ และเป็นคนเดียวที่จะพังทลายทุกอย่างลงในพริบตาเดียว! (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนของความรู้สึกนี้นะคะ!)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรผู้ไม่เคยศิโรราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%