สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรผู้ไม่เคยศิโรราบ•ตอนที่ 12

ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“ถ้าคุณยังเอาแต่เงียบแล้วทำหน้าถมึงทึงใส่ฉันเหมือนฉันเป็นผู้รับเหมาเทปูนหนีงาน โปรดจำไว้ด้วยนะคะรวิชญ์ ว่ากุญแจห้องนี้อยู่ในมือฉัน และฉันมีสิทธิ์ที่จะล็อกประตูขังคุณไว้ตรงนี้จนกว่าฟ้าจะสว่าง” เสียงฝนที่โหมกระหน่ำซัดเข้ากับกระจกบานใหญ่ของบ้านพักตากอากาศกลางไซต์งานเปรียบเสมือนเสียงดนตรีประกอบฉากความขัดแย้งที่เดินทางมาถึงจุดเดือด นลินยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แม้สภาพของเธอจะดูเยินไปบ้างจากพายุฝนฟ้าคะนองที่โหมกระหน่ำจนทำให้โครงสร้างชั่วคราวเกือบพังทลายเมื่อชั่วโมงก่อน แต่แววตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีทีท่าว่าจะยอมลดละให้ใคร รวิชญ์ถอนหายใจยาว พลางใช้มือเสยผมสีดำสนิทที่เปียกชื้นจนลู่ลง เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยเนี้ยบกริบตามแบบฉบับสถาปนิกเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์ บัดนี้แนบไปกับแผงอกกว้างเนื่องจากละอองฝน เม็ดน้ำใสเกาะพราวอยู่ตามกรอบหน้าคมคายและสันจมูกโด่งเป็นสัน เขาไม่ได้ดูน่าเกรงขามเหมือนเวลาอยู่หน้าไซต์งานเลยสักนิดในยามนี้ ทว่ากลับมีเสน่ห์แบบดิบเถื่อนที่ทำให้นลินเผลอหลบสายตาไปเสมองทางอื่นชั่วขณะ “ปากเก่งให้มันตลอดเถอะนลิน” รวิชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าเล็กน้อยจากการตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ “ตัวเปียกเป็นลูกแมวตกน้ำขนาดนั้น ยังมีหน้ามาขู่เจ้าของโปรเจกต์อีกเหรอครับ... อ๊ะ ขอโทษที ฉันหมายถึง *นะคะ*” “นี่คุณ!” นลินตวัดสายตากลับมามองค้อนทันที “จะกวนประสาทฉันให้ได้อะไรขึ้นมา หะ? ไฟก็ดับ ทางออกข้างนอกก็โดนต้นไม้ใหญ่ล้มทับขวางทางไว้ เราติดแหง็กอยู่กันสองคนในบ้านพักพนักงานเก่าๆ นี่ร่วมสามชั่วโมงแล้วนะรวิชญ์ แทนที่คุณจะช่วยคิดหาทางติดต่อทีมกู้ภัย คุณเอาแต่เดินวนไปวนมาแล้วก็แซะฉันอยู่ได้” “ฉันไม่ได้แซะ ฉันแค่พูดความจริง” ก้าวเท้ายาวๆ ของสถาปนิกหนุ่มทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงอย่างรวดเร็ว จนวิศวกรสาวต้องเผลอขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็งอย่างจัง รวิชญ์ก้าวเข้ามาประชิด ใช้มือข้างหนึ่งยันกรอบประตูไว้เหนือศีรษะเธอ กักขังร่างเพรียวบางไว้ในอาณาเขตของเขา กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยกรุ่นอยู่รอบตัว ทำไมนลินถึงเพิ่งรู้ว่าเวลาที่ผู้ชายคนนี้เงียบแล้วมองมาด้วยสายตาแบบนี้ มันอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าเหล็กเส้นโค้งงอเสียอีก “ปล่อยนะรวิชญ์ ถอยไปห่างๆ เลย” เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “ทำไมล่ะ กลัวเหรอ” รวิชญ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า “ไหนล่ะวิศวกรสาวผู้ไม่เคยศิโรราบ คนที่เถียงฉันฉอดๆ บนโต๊ะประชุมทุกสัปดาห์ หายไปไหนหมดแล้วล่ะครับ... อ้ะ ขอโทษที *นะคะ*” “ฉันไม่ได้กลัว!” นลินเถียงเสียงแข็ง มือเล็กเอื้อมขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออกห่าง แต่กล้ามเนื้อแน่นๆ ใต้ร่มผ้าเปียกชื้นนั้นกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก “แค่รู้สึกว่าคุณฉวยโอกาสในยามวิกฤตต่างหาก ถอยไปนะ ไม่งั้นฉันเอาแฟ้มนี้ฟาดหน้าคุณจริงๆ ด้วย” รวิชญ์หลุดยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งหรือการประชดประชัน แต่มันคือรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย นลินชะงักไป ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความสับสนระคนประหลาดใจ “ถ้าฉันไม่ถอย... คุณจะทำไม” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น ความขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความลุ่มลึกที่ชวนให้ รวิชญ์เลื่อนมืออีกข้างขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วตัดกับความเย็นเฉียบของบรรยากาศรอบตัว นลินหยุดหายใจไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่ริมฝีปาก “รวิชญ์...” เธอครางชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับถูกสะกดจิต “ฉันเหนื่อยแล้วนลิน” เขาเอמהกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงนั้นเจือความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด “เหนื่อยที่ต้องคอยหาเรื่องทะเลาะกับคุณทุกครั้งที่เจอหน้า เหนื่อยที่ต้องปั้นหน้าเย็นชาใส่ ทั้งที่ความจริงแล้ว... ฉันแค่อยากยืนอยู่ใกล้ๆ คุณแบบนี้ให้ นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันทำให้นลินสมองตื้อตันไปหมด คำพูดโต้เถียงนับร้อยที่เตรียมไว้ในหัวมลายหายวับ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ค้นหาความล้อเล่นในแววตานั้น ทว่าสิ่งที่พบกลับมีเพียงความจริงจังและประกายความเจ็บปวดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง “คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย” เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “เราเป็นศัตรูกันในสายงานนะรวิชญ์ คุณเกลียดโครงสร้างที่ฉันคำนวณจะตายไป” “ฉันไม่เคยเกลียดอะไรที่เป็นฝีมือของคุณเลย” รวิชญ์สวนกลับทันควัน สายตาคมกวาดมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ “เกลียดตัวเองซะมากกว่า ที่ปากเสียใส่คุณทุกวันเพราะอยากให้คุณหันมามอง... คุณมันซื่อบื้อหรือแกล้งโง่กันแน่ นลิน” คำว่า ‘ซื่อบื้อ’ เกือบจะทำให้เธอสวนกลับด้วยหมัดหนักๆ สักเปรี้ยง แต่ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะทันได้ขยับเถียง เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงกิ่งไม้หักโค่นดังสนั่นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงกระจกหน้าต่างอีกบานแตกกระจายพร้อมกับกระแสลมแรงที่พัดกรรโชกเข้ามาในห้องพักจนเอกสารกระจัดกระจาย ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว รวิชญ์ดึงร่างของนลินเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณเพื่อปกป้องเธอจากเศษกระจกที่ปลิวว่อน อ้อมกอดของเขาอบอุ่นและแน่นหนาจนเธอแทบจมหายไปกับแผ่นอกกว้าง หัวใจสองดวงเต้นโครมครามแข่งกับเสียงพายุฝนด้านนอก แต่ในวินาทีที่ความเงียบสงบกลับมาแทนที่เสียงฟ้าผ่า และริมฝีปากของพวกเขากำลังจะขยับเข้าใกล้กันอีกครั้งเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่ค้างคา... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของคนงานที่ลุยฝนเข้ามา “คุณรวิชญ์ครับ! คุณนลิน! อยู่ข้างในไหมครับ ทางหลวงเปิดแล้ว ทีมกู้ภัยมาถึงแล้วครับ!” รวิชญ์ชะงักค้าง นลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต วิศวกรสาวรีบหันไปจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความลนลาน ขณะที่สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดสุดขีด มือหนาขยี้ผมตัวเองแรงๆ อย่างหัวเสียที่จังหวะเวลาดันกลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียเหลือเกิน รวิชญ์หันกลับมามองหน้าเธอที่ตอนนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหู แววตาสีเข้มวับวาวขึ้นด้วยประกายความหมายบางอย่างที่ยังค้างคา “เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่” เขากระซิบด้วยเสียงทุบต่ำลอดไรฟัน ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูเปิดรับบุคคลภายนอกที่ยืนรออยู่ และในจังหวะที่ประตูเปิดกว้างออก แสงไฟฉายจากทีมกู้ภัยสาดส่องเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ทำให้รวิชญ์ถึงกับหน้าถอดสี และทำให้นลินต้องผงะถอยหลังด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด! *(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนของความรู้สึกนี้นะคะ!)*
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรผู้ไม่เคยศิโรราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%