“ถ้าสมองส่วนการคำนวณของคุณยังทำงานได้ไม่เต็มร้อย แนะนำให้ไปกินปลาทะเลค่ะคุณวิศวกร ไม่ใช่มานั่งทำหน้าบึ้งเป็นตูดแมวใส่แบบแปลนโครงสร้างของฉันอยู่แบบนี้”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของรวิชญ์ดังขึ้น ท่ามกลางกองกระดาษพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ที่กางเกงเกลื่อนบนโต๊ะทำงานตัวยาวในห้องประชุมโครงการ นลินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองสถาปนิกหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แต่ติดตรงที่ริมฝีปากคู่นั้นมักจะพ่นคำพูดกวนประสาทออกมาได้ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ มือเรียวบางกำดินสอในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอปะทะฝีปากกับเขามาก็หลายยก ตบตีด้วยเหตุผลทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมมาก็ไม่รู้กี่รอบ แต่ครั้งนี้... มีบางอย่างที่แปลกออกไป
นลินหรี่ตามองผู้ชายตรงหน้าอย่างพิจารณา ท่าทางที่ดูเย่อหยิ่งและคำพูดจาร้ายกาจเหมือนเช่นเคย แต่ทำไม... ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังใช้คัตเตอร์กรีดกระดาษอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้โดนนิ้วของเธอที่ยื่นเข้าไปชี้จุดผิดพลาดเมื่อครู่ ถึงได้ดูทะนุถนอมแปลกๆ
“ฉันไม่ได้สมองเสื่อมค่ะคุณรวิชญ์ แต่จุดเชื่อมต่อตรงเสาหลักรับน้ำหนักเฟสสามเนี่ย ถ้าทำตามสเปกที่คุณวาดมา มันจะเกิดแรงเฉือนเกินพิกัดในอีกห้าปีข้างหน้าต่างหาก ฉันแค่กำลังปกป้องตึกของคุณไม่ให้พังถล่มลงมาทับหัวคนอื่นต่างหากเล่า!” นลินเถียงกลับทันควัน เสียงใสมีความดุดันและมั่นใจในศักดิ์ศรีของวิศวกรหญิงเต็มเปี่ยม
รวิชญ์ชะงักมือที่กำลังถือคัตเตอร์ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนประกายบางอย่างที่อ่านยาก ชั่วแวบหนึ่ง นลินสังเกตเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ขอบตาของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกดูยุ่งเหยิงกว่าทุกวัน เส้นผมสีเข้มที่มักจะเซ็ตไว้อย่างเนี้ยบตอนนี้กลับตกลงมาปรกหน้าผากมนเล็กน้อย
“รู้แล้วน่า...” รวิชญ์พึมพำเบาๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความอ่อนล้าลงไปครึ่งหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ “ฉันไม่ได้จะให้ทำตามแบบเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ซะหน่อย ก็แค่ร่างคร่าวๆ ดูก่อน... เธอจะรีบหัวร้อนไปไหน หิ้วปีกฉันเหวี่ยงตั้งแต่เช้าตรู่แล้วเนี่ย”
นลินถึงกับอ้าปากค้างเล็กน้อย เธอกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า นี่คือเสียงของสถาปนิกปากหมาที่ชอบจิกกัดเธอว่า ‘ยัยวิศวกรหัวแข็ง’ ทุกครั้งที่เจอหน้าจริงๆ หรือเปล่า ทำไมวันนี้ถึงยอมลดราวาศอกให้เสียงอ่อนเสียงหวานใส่แบบนี้ หรือว่าเขาแอบไปกินยาผิดสำแดงมาตอนพักเที่ยง
“คุณ... พูดว่าอะไรนะ?” นลินเอียงคอถามด้วยความประหลาดใจ
“เปล่า ใครพูดอะไร หูฝาดไปเองแล้วมั้งคุณ” รวิชญ์รีบกลบเกลื่อนด้วยการเบือนหน้าหนีไปมองกระดาษพิมพ์เขียวฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ ที่ข้างแก้มอย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามตีสีหน้าเย็นชาใส่เหมือนเดิม แต่หูที่แดงก่ำนั้นฟ้องทุกอย่างจนหมดเปลือก
นลินหรี่ตาลงด้วยความสงสัยขั้นสุด ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ปกติแล้วรวิชญ์จะไม่เคยยอมรับความผิดพลาดของตัวเองต่อหน้าคนอื่น ยิ่งเป็นเธอยิ่งไม่มีทางยอมเด็ดขาด แต่วันนี้... นอกจากจะไม่เถียงกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบแล้ว เขายยังแอบเลื่อนแก้วกาแฟอุ่นๆ ที่สั่งมาเผื่อ มาวางไว้ใกล้ๆ มือเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
สายตาของวิศวกรสาวก้มมองแก้วกาแฟทรงสวยที่มีโน้ตแปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *‘กินซะ สมองจะได้ไม่ช้า’* แม้ถ้อยคำจะยังกวนประสาทตามสไตล์ แต่ความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ข้างในกลับอบอุ่นจนน่าประหลาด
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้อุ่นๆ ลอยละล่องผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์เขียว นลินแอบมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มที่กำลังตั้งอกตั้งใจแก้แบบโครงสร้างตามที่เธอเสนออย่างเงียบๆ ความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งที่เธอเคยเกลียดชัง ตอนนี้กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
*ผู้ชายคนนี้... แท้จริงแล้วเป็นคนแบบไหนกันแน่นะ?*
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของนลินซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือบางเอื้อมไปแตะขอบแก้วกาแฟเบาๆ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจอย่างช้าๆ รวิชญ์ที่สัมผัสได้ถึงความเงียบผิดปกติเงยหน้าขึ้นสบตากับเธออีกครั้ง ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่ตอนนี้เหลือเพียงแค่โต๊ะทำงานกว้างไม่ถึงเมตร ดวงตาคมกริบของเขาสะท้อนภาพของเธอไว้อย่างชัดเจน ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ มีเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง
ทว่า... ก่อนที่เคมีอันร้อนแรงและลึกซึ้งจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
“คุณรวิชญ์คะ! แย่แล้วค่ะ แบบแปลนโครงการโซน B ที่ลูกค้าเพิ่งส่งมาแก้ไขด่วน เกิดปัญหาใหญ่แล้วค่ะ!” เสียงของเลขาหน้าห้องดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตาเดียว
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรผู้ไม่เคยศิโรราบ•ตอนที่ 7
ความใจดีที่ซ่อนอยู่ใต้คำด่า
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรผู้ไม่เคยศิโรราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!