"คุณว่าอะไรนะ... ให้พวกเราสองคนคุมโปรเจกต์เดอะพาร์ควิวร่วมกันอย่างนั้นเหรอคะ!"
เสียงอุทานของนลินดังขึ้นแทบจะประสานเสียงกับความเงียบงันที่เพิ่งถูกฉีกกระชากลงในห้องประชุมใหญ่ เอกสารในมือของวิศวกรสาวแทบจะร่วงหล่นลงพื้น หากเธอไม่รีบคว้ามันไว้เสียก่อน ดวงตากลมโตฉายแววไม่เชื่อหูเมื่อได้ยินคำประกาศิตจากผู้อำนวยการอาวุโส ที่เพิ่งโยนระเบิดเวลาลูกใหญ่ลงกลางวงโต๊ะประชุม
ดวงตาคมของรวิชญ์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับมามองหน้านลินที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึงเช่นกัน!
สถาปนิกหนุ่มเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์ขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด เขากวาดสายตาคมกริบมองหญิงสาวราวกับเธอเป็นเชื้อโรคกลายพันธุ์ตัวใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบในห้องแล็บ
"ผมปฏิเสธค่ะ... เอ๊ย หมายถึงผมปฏิเสธครับ!" รวิชญ์เกือบหลุดปากใช้สรรพนามผิดเพี้ยนเมื่อความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุด เขาหันไปเผชิญหน้ากับผู้บริหารทันที "ท่านครับ ผมทำงานออกแบบด้วยสุนทรียศาสตร์และมาตรฐานระดับเวิลด์คลาส ผมไม่ต้องการวิศวกรโครงสร้างที่เอาแต่คิดเรื่องเสาเข็มกับคานคอนกรีตมาทำให้งานศิลป์ของผมพังไม่เป็นท่าหรอกนะครับ"
นลินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียง 'หึ' ดังลอดไรฟันอย่างน่าหมั่นไส้ เธอยืดตัวตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจเกินร้อย ดวงตาทรงเสน่ห์ตวัดมองสถาปนิกปากร้ายหัวจรดเท้าอย่างไม่เกรงกลัว
"อุ๊ย ตายจริง! คุณรวิชญ์คะ คิดว่าตัวเองเป็นศิลปินเอกแห่งยุคเรอเนซองส์หรือไงคะ ถึงได้กล้าดูถูกงานวิศวกรรมโครงสร้างที่เป็นกระดูกสันหลังของตึกน่ะ หรืองานออกแบบของคุณมันกลวงเปล่า จนกลัวว่าถ้าเจอโครงสร้างที่แข็งแรงจริง ๆ เข้าไป ดีไซน์ง้องแง้งของคุณจะรับไม่ไหวกันแน่คะ"
"นี่คุณ!" รวิชญ์ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีแผ่ซ่านความเย่อหยิ่งของเขาไม่ได้ทำให้นลินถอยแม้แต่ก้าวเดียว หญิงสาวกลับกอดอก ยักคิ้วท้าทายกลับไปอย่างไม่ลดละ เคมีที่ปะทะกันรุนแรงในอากาศราวกับมีประกายไฟแลบแปลบป๊าบจนคนอื่นในห้องประชุมต้องรีบหลบสายตา
"พอได้แล้วทั้งคู่!" เสียงทุบโต๊ะเบา ๆ ของผู้อำนวยการดังขึ้นยุติศึกย่อม ๆ "ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานอนุมัติงบด่วนพิเศษให้ปิดดีลนี้ภายในสามเดือน ถ้าพวกคุณไม่อยากตกงานทั้งคู่ ก็จงหุบปากแล้วไปกางแปลนร่วมกันที่ห้องทำงานส่วน 402 เดี๋ยวนี้!"
จบคำสั่งเด็ดขาดนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกปิดลงอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสาวผู้ไม่เคยศิโรราบยืนจ้องกันตาไม่กะพริบอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบ
ห้องทำงานส่วน 402 คับแคบกว่าที่คิด โต๊ะทำงานตัวใหญ่ถูกตั้งไว้กลางห้อง บังคับให้ทั้งคู่ต้องนั่งเผชิญหน้ากันในระยะประชิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ จากตัวนลินลอยมาแตะจมูกรวิชญ์ยามที่เธอหย่อนตัวลงนั่งกระแทกกระทั้นบนเก้าอี้หนIหนัง สถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น จงใจเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการใจสั่นแปลก ๆ ที่จู่ ๆ ก็เล่นงานอย่างไร้สาเหตุ
"เลิกทำหน้าเหมือนคนท้องผูกเสียทีเถอะค่ะคุณรวิชญ์ ไหนคะ แบบร่างที่คุณอวดนักอวดหนาว่ามันคืองานชิ้นเอก ขอดูหน่อยสิคะว่ามันจะสวยจนพังตึกได้จริงไหม" นลินแบื้อมือออกไปตรงหน้า นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเร่งเร้า ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้กวนประสาทเขา
รวิชญ์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ เขาดึงม้วนกระดาษแปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ออกมาสะบัดแผ่หลาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังพรึบ สายตาคมกริบเปลี่ยนโหมดเข้าสู่โหมดจริงจังแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนจากผู้ชายปากร้ายกลายเป็นสถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลทันที
"นี่คือดีไซน์ผนังกระจกโค้งรับแสงธรรมชาติแบบพาโนรามา ไม่มีเสากลางเพื่อความโปร่งโล่งตา..." รวิชญ์ใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนจุดสำคัญของแปลน น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่าฟัง "ตรงนี้แหละที่จะทำให้ตึกนี้โดดเด่นที่สุด"
นลินโน้มตัวเข้ามาใกล้แปลนมากขึ้น เส้นผมยาวสลวยระลงมาคลอเคลียกรอบหน้า ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ รวิชญ์ชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอปะทะเข้ากับต้นแขนของเขาจนขนลุกชัน วิศวกรสาวกวาดสายตาพิจารณาตัวเลขและสัดส่วนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
"สวยค่ะ ยอมรับว่าสวยมาก..." นลินเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด นัยน์ตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ "แต่ในทางวิศวกรรมแล้ว มันคือ 'หายนะดี ๆ นี่เอง' ค่ะคุณสถาปนิก! ถ้าไม่มีเสารับน้ำหนักตรงมุมนี้ แรงลมปะทะตึกสูงระดับนี้ กระจกโค้งของคุณจะแตกละเอียดกลายเป็นเศษฝุ่นภายในพายุฤดูร้อนครั้งแรกแน่นอนค่ะ"
รวิชญ์หรี่ตาลง จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดจาขัดคอเขาอย่างฉอด ๆ ความใกล้ชิดนี้ทำให้เขาลืมเรื่องงานไปชั่วขณะ กลิ่นอายความเป็นผู้หญิงที่ทรงพลังและเย้ายวนในเวลาเดียวกันกำลังปั่นป่วนประสาทสัมผัสของเขาอย่างหนักหน่วง
"ถ้าคุณมีความสามารถพอ คุณก็ต้องหาทางใส่โครงสร้างเหล็กซ่อนรูปมารองรับดีไซน์ของผมให้ได้สิคะคุณวิศวกร" รวิชญ์โน้มตัวเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น จนหน้าผากของทั้งคู่แทบจะชนกัน เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงท้าทายที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "อย่าบอกนะว่า... เก่งแต่ปาก แต่ฝีมือจริง ๆ มีแค่นี้?"
นลินผะผ่าวไปทั่วใบหน้า เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าพลิกเกมรุกกลับมาใกล้ชิดเธอในระยะอันตรายขนาดนี้ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ ๆ ทำให้สติที่เคยกระเจิดกระเจิงกลับมายากเย็น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอาการสั่นไหว
"ใครว่าฉันไม่มีฝีมือล่ะคะ..." นลินเค้นเสียงตอบกลับด้วยความดื้อรั้น แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล เธอยื่นมือไปคว้าปากกาเคมีจากมือเขา ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันอยู่รำไร "ถ้าฉันแก้โครงสร้างนี้ได้โดยที่งานดีไซน์ห่วย ๆ ของคุณไม่เสียทรงแม้แต่มิลลิเมตรเดียว คุณต้องยอมรับเงื่อนไขข้อหนึ่งของฉัน..."
"เงื่อนไขอะไร?" รวิชญ์ถามเสียงพร่า ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเอื้อiนเอ่ยวาจาไม่ยอมคนอย่างหลงใหล
"เงื่อนไขที่ว่าก็คือ..." นลินกระซิบเบา ๆ ชิดริมฝีปากของเขา แววตาดื้อรั้นฉายประกายท้าทายครั้งใหญ่ "คุณต้อง..."
**ครืนนน—!**
เสียงประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดผางอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตหน้าจอสีแดงกระพริบเตือนสั่นสะเทือนไปทั่วห้อง
"คุณรวิชญ์ครับ! คุณนลินครับ! แย่แล้วครับ... ไซต์งานก่อสร้างหลักเกิดรอยร้าวปริศนาขึ้นที่ชั้นใต้ดิน น้ำกำลังทะลักเข้าพื้นที่โครงสร้างหลักแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไวโอเล็ตการ์เด้นเสมอนะคะ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรผู้ไม่เคยศิโรราบ•ตอนที่ 3
น้ำผึ้งหยดเดียว
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรผู้ไม่เคยศิโรราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!