สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรผู้ไม่เคยศิโรราบ•ตอนที่ 2

มาตรฐานที่ไม่มีใครยอมใคร

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบ ลอยอวลจนแทบจะคว้ามาคั้นเป็นน้ำได้อยู่แล้วค่ะ รวิชญ์ยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะประชุมกระจกนิรภัย ตัวปัญหา... ใช่ค่ะ เขาไม่ได้คิดไปเองว่าผู้หญิงคนนี้คือตัวปัญหา เพราะตั้งแต่วินาทีที่ชื่อของนลินถูกบรรจุลงในโปรเจกต์ ‘The Apex’ เม็ดทรายทุกเม็ดในนาฬิกาชีวิตอันแสนสงบสุขของเขาก็เริ่มไหลย้อนกลับอย่างบ้าคลั่ง "ขอโทษที่มาสายค่ะ พอดีรถติด... หรือถ้าพูดให้ถูกคือ ติดนิสัยเกลียดคนตรงต่อเวลาแบบไม่สร้างสรรค์ค่ะ" น้ำเสียงใสทว่าราบเรียบเย็นชาดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้สถาปนิกหนุ่มเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์โดยเฉพาะ นลินหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่สะทกสะท้านต่อสายตานับสิบชีวิตจากบอร์ดบริหารที่กำลังมองมาเป็นตาเดียว รวิชญ์ขยับกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา เขาดึงกระดาษแปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกตินิดหน่อย เพื่อข่มกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด "ถ้าคุณคิดว่าการมาสายสิบหันนาทีแล้วพ่นคำพูดไร้สาระออกมา จะทำให้โครงสร้างบ้าๆ ของคุณดูมีความน่าเชื่อถือขึ้นมาได้ล่ะก็... ฉันเกรงว่าคุณจะประเมินสมองของบอร์ดบริหารชุดนี้ต่ำไปนะคะ, คุณวิศวกร" รวิชญ์ตอกกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเจือไปด้วยความเย้ยหยันที่ถูกกลั่นกรองมาอย่างดี นลินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ไม่มีความหวาดหวั่นฉายชัดในดวงตากลมโตคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย เธอยื่นมือเรียวไปหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดหน้าจอแบบจำลองสามมิติ แล้วผลักมันกลับไปตรงหน้าเขาด้วยปลายนิ้ว "โครงสร้างที่สถาปนิกปากจัดอย่างคุณบอกว่า 'บ้าๆ' เนินรับน้ำหนักได้มากกว่าดีไซน์เพ้อเจ้อที่ใช้เสาโชว์เอวบางร่างน้อยของคุณถึงสามเท่าค่ะ ถ้าคุณยอมใช้เวลาศึกษาตัวเลขแทนที่จะเอาเวลาไปยืนส่องกระจกจัดแต่งทรงผมให้เนี้ยบทุกองศา คุณคงไม่โง่ถามคำถามสิ้นคิดแบบเมื่อกี้ออกมาหรอกนะคะ" เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะประชุม บอร์ดบริหารหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำมาจิบแก้เก้อ ไม่เคยมีใครกล้าพูดจากับรวิชญ์—สถาปนิกมือหนึ่งผู้กวาดรางวัลระดับโลกมาแล้วทุกทวีป—ด้วยน้ำเสียงจิกกัดและตรงไปตรงมาขนาดนี้มาก่อนในชีวิต รวิชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองหญิงสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขาก้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปะปนกับความดุดันของเขา ทำให้นลินต้องชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอก็เลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียว "ปากเก่งดีนี่คะ..." รวิชญ์กระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ร ิมฝีปากหยักเหยียดยิ้มร้ายกาจ "แต่หวังว่าตอนที่ผนังกระจกโค้งสามร้อยหองศาที่คุณดึงดันจะใช้มันพังทลายลงมาเพราะรับแรงลมไม่ไหว... ปากของคุณจะยังแข็งได้แบบนี้อยู่นะคะ" "มันไม่มีวันพังค่ะ!" นลินสวนกลับทันที เสียงของเธอดังพอให้ทุกคนในห้องได้ยินชัดเจน "เพราะฉันคำนวณมันด้วยหลักวิศวกรรมที่ถูกต้อง ไม่ใช่ใช้แค่ 'จินตนาการเพ้อเจ้อ' แบบที่คุณใช้ร่างแบบตึกทรงประหลาดนี่ขึ้นมาเพื่อสนองนี้ดตัวเองหรอกค่ะ!" ประธานกรรมการบริหารที่นั่งอยู่หัวโต๊ะรีบยกมือขึ้นปรามเมื่อสถานการณ์เริ่มเดือดระอุเกินกว่าจะควบคุม "เอาล่ะครับๆ ทั้งสองคน... เรามาที่นี่เพื่อหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่มาเปิดเวทีประลองฝีปาก โปรเจกต์มูลค่าหมื่นล้านนี้ต้องการความร่วมมือ ไม่ใช่สงครามเย็น" รวิชญ์ผละตัวกลับมายืนตรงช้าๆ จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ผิดกับนลินที่ยังคงส่งสายตาพิฆาตมาให้เขาไม่เลิกรา "ผมไม่มีปัญหากับการร่วมมือครับ ท่านประธาน..." รวิชญ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท กวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาว "แต่ถ้าอีกฝ่ายยังทำงานโดยใช้แต่อารมณ์และความดื้อรั้นเป็นที่ตั้ง... ผมก็เกรงว่าเราคงต้องให้ทางบอร์ดเป็นคนตัดสินใจแล้วล่ะครับว่า ระหว่าง 'งานออกแบบของผม' กับ 'ความปลอดภัยตามหลักการของเธอ' สิ่งไหนควรถูกพับเก็บลงถังขยะก่อนกัน" นลินตบโต๊ะเบาๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธขึงที่พุ่งพล่าน "นี่คุณ! จะดูถูกกันมากเกินไปแล้วนะ!" ก่อนที่สงครามขนาดย่อมในห้องประชุมจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ทนายความส่วนตัวของบริษัทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึึก ดวงตากวาดมองทุกคนในห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่รวิชญ์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะการประชุมครับคุณรวิชญ์... แต่มีเรื่องด่วนที่สุดที่เพิ่งเกิดขึ้น และมันเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงหลักของโปรเจกต์ The Apex โดยตรงครับ" รวิชญ์ขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองหน้าทนายความสลับกับซองเอกสารในมือ นลินเองก็ชะงักความตั้งใจที่จะเถียงต่อ หันมามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสงสัยระคนระแวงไม่แพ้กัน ทนายความกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องประชุมถึงกับเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศ "มีคำสั่งศาลด่วนที่สุด... สั่งอายัดพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด เนื่องจากมีบุคคลปริศนาอ้างสิทธิ์ครอบครองโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว และชื่อของเจ้าของกรรมสิทธิ์คนใหม่... คือคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยครับ" ดวงตาคมของรวิชญ์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับมามองหน้า 'นลิน' ที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึงเช่นกัน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรผู้ไม่เคยศิโรราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%