“ขยับอีกเพียงก้าวเดียว เจ้าก็มิใช่ศิษย์ของสำนักกระบี่ไร้ชื่ออีกต่อไป”
น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบ่อลึก ทว่าแฝงด้วยความเย็นเยียบที่สามารถแช่แข็งวิญญาณได้ดังมาจากเบื้องหลัง หลี่มู่เหยียนหยุดฝีเท้าลงทันที เขาไม่ได้หันกลับไปมอง แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายกลับเกร็งตัวดุจคันธนูที่ถูกง้างจนสุดสาย
ท่ามกลางกลิ่นไหม้ของอากาศที่เกิดจากอัสนีบาตฟาดลงมาเมื่อครู่ กลิ่นอายกดดันจากผู้อาวุโสสูงสุดกำลังแผ่ซ่านเข้ามาเหมือนเกลียวคลื่นมรณะ รอบกายของเขา เงาร่างนับร้อยที่รายล้อมอยู่บนยอดเขาต่างนิ่งงันดุจรูปปั้นหิน มีเพียงเสียงกระซิบของลมหายใจที่สั่นพร่าด้วยความหวาดกลัว
หลี่มู่เหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ “ศิษย์หรือ? หากศิษย์ต้องตายเพราะความโง่เขลาของผู้เป็นอาจารย์ เช่นนั้นการเป็นศิษย์ก็คงเป็นเพียงโซ่ตรวนที่ผูกมัดข้าไว้กับกองเพลิง”
เขาสะบัดชายเสื้อแล้วสาวเท้าก้าวเข้าสู่ห้องเก็บฟืนเก่าแก่ท้ายสำนัก ที่ซึ่งถูกปล่อยทิ้งร้างจนฝุ่นเขรอะ ท่ามกลางสายตาของศิษย์นับร้อยที่ไม่อาจขัดขวางมหาอำนาจระดับผู้อาวุโสได้ เขาพุ่งตัวเข้าไปในความมืดมิดของโรงเรือนไม้ผุพังนั้นทันที
ภายในนั้นอบอวลด้วยกลิ่นไม้เน่าและเถ้าถ่านจากการเผาไหม้ครั้งเก่าก่อน แสงสลัวจากรูรั่วของหลังคาทอดผ่านลงมาเป็นลำ ส่องกระทบกับกองฟืนที่พังทลาย หลี่มู่เหยียนไม่รีรอ เขาใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่พื้นดิน ใต้ชั้นเถ้าถ่านหนาเตอะที่ดูไม่มีสิ่งใดน่าสนใจ เขาสัมผัสได้ถึงกระแสปราณที่ไหลเวียนอยู่อย่างเงียบงัน—มันเป็นพลังที่เก่าแก่ แข็งแกร่ง และเปี่ยมด้วยความอาฆาต
*ฉึก!*
ปลายนิ้วของเขาครูดไปกับแผ่นหินที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน เสียงกลไกโบราณขยับตัวด้วยแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ผืนดินตรงหน้าแยกออก เผยให้เห็นกล่องไม้จันทน์หอมสีดำสนิทที่แฝงด้วยอักขระเวทสีทองซีดจาง
เขารีบคว้ากล่องใบนั้นขึ้นมา กระแสปราณมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ฝ่ามือจนเส้นเลือดดำปูดโปน หลี่มู่เหยียนกัดฟันกรอด ข่มกลั้นความเจ็บปวดที่ราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เขาเปิดฝาออกภายในนั้นไม่ได้มีเพียงตำรา แต่มีหยกผลึกเล่มหนึ่งที่สลักลวดลายกระบี่ไร้ชื่อ—กระบี่ที่เป็นต้นกำเนิดแห่งสำนัก แต่มันถูกทำให้สาบสูญไปพร้อมกับบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง
“นี่คือ... ร่องรอยของวิชาที่ไม่อาจอยู่ในตำราเล่มใดได้” หลี่มู่เหยียนพึมพำ ดวงตาคมกริบของเขาสะท้อนแสงหยกสีโลหิต
*‘หากเจ้าปรากฏตัวที่นี่ แสดงว่าลิขิตฟ้าของสำนักกระบี่ไร้ชื่อได้พังทลายลงแล้ว... จงจำไว้ วิถีกระบี่ที่แท้จริงหาใช่การรักษา แต่คือการทำลายเพื่อสร้างใหม่’*
เสียงกระซิบที่ดังก้องอยู่ในมโนภาพมิใช่เสียงของใครอื่น แต่เป็นเสียงของตัวเขาเองในชาติภพก่อนที่เคยได้ยินจากตำนานโบราณ!
ทันใดนั้น เสียงประตูโรงเรือนก็ถูกกระชากออกอย่างแรง เยวี่ยหลิงจื่อปรากฏกายขึ้นในชุดขาวสะอาดสะอ้านที่ตัดกับบรรยากาศอันสกปรกโสมม นางยืนนิ่ง ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ความเย็นชาที่นางสั่งสมมานานปีดูเหมือนจะสั่นคลอนเพียงเพราะการเผชิญหน้าในพื้นที่คับแคบเช่นนี้
“ท่าน... พบมันแล้วหรือ?” นางถาม เสียงของนางสั่นไหวกว่าที่เคย
หลี่มู่เหยียนลุกขึ้นยืน ร่างสูงสง่าของเขาบดบังแสงสว่างจนหมดสิ้น เขาเดินตรงไปหานาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจกั้น “ข้าพบสิ่งที่ควรเป็นของข้าแต่แรกแล้ว เยวี่ยหลิงจื่อ เจ้ายังจะยอมอยู่ข้างผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏต่อสำนักอีกหรือ?”
เยวี่ยหลิงจื่อไม่ได้ถอยหนี นางกลับยื่นมือที่สั่นเทาออกไปแตะที่ปลายกระบี่ของเขา “สำนักที่ไร้ซึ่งธรรมะและปกปิดความจริงไว้ใต้เถ้าถ่าน มิใช่สำนักที่ข้าเคารพศรัทธา... หากการที่เจ้าเป็นกบฏ คือหนทางเดียวที่จะทำให้โลกนี้กระจ่างแจ้ง ข้าก็จะยอมเป็นศัตรูของสวรรค์ไปพร้อมกับเจ้า”
คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอาหัวใจของจอมยุทธ์ผู้แข็งกร้าวเต้นผิดจังหวะ ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ เสียงคำรามของท้องฟ้าก็ดังสนั่นหวั่นไหว ดินแดนโดยรอบเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
*ครืนนนนน!*
แผ่นดินใต้เท้าของทั้งสองยุบตัวลงอย่างฉับพลัน หลี่มู่เหยียนเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของผู้อาวุโสสูงสุดปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเหนือโรงเรือน พร้อมกับฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยพลังปราณมหาศาลหมายจะกวาดล้างทุกสิ่งให้หายไปในคราเดียว
“หลี่มู่เหยียน! ส่งคัมภีร์นั้นมาเสีย อย่าให้วิชาของบรรพบุรุษต้องเปื้อนเลือดของเจ้าเลย!”
กระบี่ในมือของหลี่มู่เหยียนสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับมันรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา เขาหันไปมองเยวี่ยหลิงจื่อที่แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ก่อนจะกระชับดาบหยกในมือแน่น
ความลับที่ซ่อนอยู่ในคัมภีร์กำลังแผ่ไอเย็นเยือกออกมาจนทั่วทั้งโรงเรือนกลายเป็นน้ำแข็ง หลี่มู่เหยียนกระซิบข้างหูของนาง “เตรียมตัวให้พร้อม... คืนนี้สำนักกระบี่ไร้ชื่อจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป”
ทันใดนั้น ผนังห้องเก็บฟืนก็พังทลายลงจากการโจมตีของผู้ที่อยู่ภายนอก ทว่าท่ามกลางฝุ่นควันและเถ้าถ่านที่ตลบอบอวล ร่างของชายลึกลับในชุดดำสนิทที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ ก็ก้าวเดินออกมาจากเงามืดของเถ้าถ่านนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดต้องชะงักฝ่ามือกลางอากาศ
“ผู้ใดกันที่บังอาจแตะต้องสิ่งที่ข้าทิ้งไว้?”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหลี่มู่เหยียนและเยวี่ยหลิงจื่อนะคะ ชิงเสวี่ยเหมันต์สัญญาว่าจะพาทุกท่านดำดิ่งสู่จุดพลิกผันที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ!
กระบี่หิมะไร้พ่าย กับคุณหนูเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 2
เคล็ดวิชาลึกลับใต้เถ้าถ่าน
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะไร้พ่าย กับคุณหนูเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
