“หากลิขิตฟ้าคือโซ่ตรวนที่คอยเหนี่ยวรั้งวิญญาณ... วันนี้ พวกเราจะใช้กระบี่คู่นี้ สับมันให้ขาดเป็นจุล!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของฉินมู่ไป๋ดังก้องสะท้อนไปทั่วถ้ำลับมังกรหลับ อัคคีปราณสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานจากร่างของเขา ราวกับมังกรสวรรค์ที่ถูกจองจำมานานนับหมื่นปีและกำลังคำรามเพื่อทวงคืนอิสรภาพ รอบกายของเขาปรากฏรอยปริแยกของมิติอากาศจากการบีบอัดของพลังที่เหนือล้ำกว่าขอบเขตเซียนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
เบื้องหน้าของเขาคือหลี่จื่อเหว่ย นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี เรือนร่างระหงสะท้อนประกายแสงสีครามจากกระบี่เจิดจรัสในมือ ทว่าแววตาที่มักจะว่างเปล่าและห่างเหิน บัดนี้กลับสะท้อนภาพเงาของชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างอย่างแน่วแน่ นางไม่กล่าววาจาใดเพราะความผูกพันและจิตวิญญาณที่ประสานกันอย่างไร้รอยต่อ ได้หลอมรวมลมปราณของทั้งคู่ให้เป็นหนึ่งเดียวดายิ่งกว่าคำหวานใดในใต้หล้า
“ระวังตัวด้วย... มู่ไป๋ ทัณฑ์สวรรค์รอบนี้ไม่เหมือนคราใด”
เสียงหวานใสที่เยือกเย็นดั่งหยกกระทบกันเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนจิตใจของผู้ฝึกตนนับร้อย ทว่าสำหรับฉินมู่ไป๋แล้ว คำเตือนนี้กลับเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจที่ทำให้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนมุมปากของอดีตมหาเทพผู้เหี้ยมหาทันที
“ต่อให้ฟ้าดินถล่มลงมาตรงหน้า หากข้ายังมีเจ้าเคียงข้าง... แม้แต่เงาของเง็กตระกูลเซียน ข้าก็ไม่เกรงกลัว!”
ครืนนน—!
สิ้นเสียงของฉินมู่ไป๋ ท้องนภานอกถ้ำลับพลันเปลี่ยนเป็นสีโลหิต เมฆทมิฬหนาทึบม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นยักษ์ สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดเท่าลำต้นตาลฟาดผ่าลงมาตรงปากถ้ำอย่างไร้ความปรานี แรงกดดันระดับมหาเทพทะลักล้นลงมาจนพื้นศิลาแกร่งรอบกายพวกเขาร้าวรานเป็นใยแมงมุม นี่คือ ‘ด่านเคราะห์เก้าสวรรค์’ บททดสอบสุดท้ายก่อนก้าวข้ามขีดจำกัดความเป็นมนุษย์สู่สถานะอมตะที่แท้จริง
เซียนทั่วไปเพียงแค่เผชิญสายฟ้าสายแรกก็วิญญาณแตกดับแล้ว แต่วันนี้... ทั้งสองกำลังจะทะลวงมันพร้อมกัน!
“รับมือ!”
ฉินมู่ไป๋สะบัดมือขวา กระบี่เหล็กนิลกาฬในมือเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า เขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยมีหลี่จื่อเหว่ยทะยานตามติดดั่งเงาตามตัว ทั้งสองตวัดกระบี่ประสานวิชา ‘กระบี่คู่ผสานใจ สรรพสิ่งบรรจบ’ อักขระโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นโล่ค่ายกลรูปดอกบัวสวรรค์ขนาดมหึมาที่หมุนวนรับสายฟ้าอัคคีที่กำลังโหมกระหน่ำลงมา
เปรี้ยง! เปริมมม!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวจนยอดเขาหลักแห่งสำนักเซียนสั่นสะเทือน ศิษย์สายตรงและผู้อยู่เบื้องล่างต่างพากันคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันระดับนี้ พลังปราณที่สะท้อนกลับทำให้เลือดสีชาดไหลรินออกจากมุมปากของฉินมู่ไป๋และหลี่จื่อเหว่ย แต่แววตาของทั้งคู่กลับยิ่งทอประกายความดุดันและเด็ดเดี่ยวมากขึ้น
“ยังไม่พอ!” ฉินมู่ไป๋คำรามลั่น เลือดในกายเดือดพล่าน เขากระตุ้นพลังปราณแห่งบรรพกาลที่หลับใหลในจุดตันเถียนใหม่อีกครั้ง ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ออร่าสีทองสว่างวาบจนกลบแสงของสายฟ้าสวรรค์เสียสิ้น
“จื่อเหว่ย! ส่งพลังทั้งหมดมาที่ข้า!”
หลี่จื่อเหว่ยไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางหมุนตัวกลางอากาศ รวบรวมลมปราณน้ำแข็งทั้งหมดในร่างถ่ายทอดผ่านฝ่ามือแนบเข้าที่แผ่นหลังของฉินมู่ไป๋ ความร้อนแรงดั่งสุริยันและไอเย็นยะเยือกดั่งเหมันต์นิรันดร์หลอมรวมกันในร่างเดียว เกิดเป็นพลังงานชนิดใหม่ที่เหนือความเข้าใจของกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน พลังที่สามารถสร้างและทำลายล้างจักรวาลได้ในพริบตา
“วิชากระบี่... ทลายม่านสวรรค์!”
ทั้งสองตวัดกระบี่พร้อมกันเป็นครั้งสุดท้าย คลื่นกระบี่รูปมังกรและหงส์คู่ผสานกันพุ่งทะยานแหวกม่านเมฆทมิฬขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไร้แรงต้านทาน แสงสว่างเจิดจ้าฉีกกระชากความมืดมิดของรัตติกาลให้สว่างวาบดั่งกลางวัน สายฟ้าสีเลือดที่กำลังจะผ่าลงมาถูกพลังกระบี่ตัดขาดเป็นสองท่อนในดาบเดียว!
อั๊ก!
แม้จะทำลายทัณฑ์สวรรค์ได้สำเร็จ แต่แรงสะท้อนกลับทำให้ทั้งคู่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ฉินมู่ไป๋รีบคว้าเอวบางของหลี่จื่อเหว่ยเข้าหาตัว ร่างทั้งสองกลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นศิลาภายในถ้ำก่อนจะหยุดนิ่งลง ลมหายใจของทั้งคู่หอบสะท้าน เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากเนียน ทว่ารอบกายพวกเขากลับเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ละอองแสงสีทองและละอองน้ำแข็งสีครามโปรยปรายลงมาราวกับหิมะโปรยในฤดูใบไม้ผลิ ร่างกายของทั้งสองลอยขึ้นเหนือพื้นช้าๆ โดยอัตโนมัติ ขอบเขตพลังของพวกเขาพ้นผ่านแดนมนุษย์ ก้าวเข้าสู่ ‘ขอบเขตเซียนอมตะ’ อย่างสมบูรณ์แบบ!
ฉินมู่ไป๋มองหน้าหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาคมกริบทอประกายความอ่อนโยนลึกซึ้ง เขายกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นของนางออกอย่างทะนุถนอม “เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่... ยอดดวงใจของข้า”
หลี่จื่อเหว่ยหลบสายตาเล็กน้อย ใบหน้างามที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับมีรอยแดงระเรื่อปรากฏขึ้นอย่างหาได้ยาก นางซบหน้าลงกับอกแผงกว้างของเขา สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น “ข้าไม่เป็นไร... ขอเพียงมีท่านอยู่เคียงข้าง ต่อให้ต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์อีกกี่ครั้ง ข้าก็ไม่หวาดกลัว”
บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความหวานชื่นและเปี่ยมด้วยชัยชนะ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบเข้าครอบงำ และพวกเขากำลังจะดื่มด่ำกับความสำเร็จในการก้าวข้ามขีดจำกัดร่วมกันนั้นเอง
กริ๊ก...
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ ดังขึ้นจากเงาดำมืดที่ลึกที่สุดภายในถ้ำลับที่ควรจะไร้ผู้คน!
ฉินมู่ไป๋ชะתักร 1 จังหวะ ดวงตาหรี่แคบลงทันที เขาดึงหลี่จื่อเหว่ยมาไว้ด้านหลังพร้อมกับกระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ
“ใคร?!”
สิ้นเสียงตะโกน เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ “ฮ่าๆๆ... สมกับเป็นอดีตมหาเทพและศิษย์สายตรงผู้เยือกเย็น ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง น่าเสียดาย... ความพยายามทั้งหมดของพวกเจ้าวันนี้ เป็นเพียงแค่การเปิดทางให้ ‘มัน’ ตื่นขึ้นมาเท่านั้น!”
เมื่อสิ้นคำพูดนั้น พื้นถ้ำใต้เท้าของทั้งคู่ก็พลันยุบตัวลง กลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ที่ดูดกลืนร่างของพวกเขาร่วงดิ่งลงสู่ห้วงเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง พร้อมกับเสียงหัวเราะปริศนาที่ดังสะท้อนก้องกาลเวลา!
— ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางในวิถียุทธภพอันยาวนานนี้ด้วยนะครับ — หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 28
ทลายม่านสวรรค์สู่ความเป็นอมตะ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!