เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 20

นางเซียนผู้ยอมสละพลังปราณ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"จื่อเหว่ย... เตรียมตัวรับมือให้ดี วันนี้แหละที่ข้าจะพาเจ้า... ทลายฟ้าคว่ำแผ่นดินไปด้วยกัน!" เสียงคำรามของฉินมู่ไป๋สะท้อนก้องกังวานดุจเสียงอัสนีบาตฟาดผ่าใจกลางห้วงมหรรณพ เมฆทมิฬหนาทึบบนท้องนภาม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นหมุนวน อักขระโบราณสีทองนับพันลอยเคว้งคว้างอยู่รอบกายเขา กระบี่เหล็กนิลกาฬในมือสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง มันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับกระหายเลือดของเหล่าทวยเทพเบื้องบน นี่คือวิถีกระบี่ที่หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งกฎสวรรค์ วิถีแห่งความคลั่งแค้นและรักอันล้ำลึกที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ ทว่า เบื้องหน้าของเขามิใช่กองทัพอสูรหรือจอมมารจากแดนสนธยา หากแต่เป็นค่ายกลอัสนีเก้าชั้นฟ้าที่ถักทอขึ้นจากพลังปราณบรรพกาล มันแผ่รังสีแห่งความตายที่พร้อมจะบดขยี้วิญญาณให้แตกสลายเป็นจุล "มู่ไป๋... หยุดเถอะ!" เสียงหวานล้ำที่มักจะเย็นชาดั่งน้ำแข็งในบึงหมื่นปี บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อย หลี่จื่อเหว่ยยืนอยู่เบื้องหลังเขา อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางยามนี้เปรอะเปื้อนด้วยหยาดโลหิตสีชาด เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายตามแรงพายุหมุนของพลังปราณ ทว่าแววตาคู่คมกริบคู่นั้นกลับมิได้ทอดมองไปยังมหันตภัยเบื้องหน้า แต่มันกลับจับจ้องแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ยืนหยัดปกป้องนางด้วยชีวิต ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นในอกของนางเซียนผู้เยือกเย็น นางผู้ซึ่งใช้เวลาหลายร้อยปีตัดขาดจากโลกีย์ ปิดตายหัวใจไว้ในหอคอยน้ำแข็ง แต่วันนี้... บุรุษผู้ถือครองวิถีกระบี่คลั่งผู้นี้ กลับยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อต้านทานทัณฑ์สวรรค์แทนตัวนาง "ข้าไม่เคยหยุด..." ฉินมู่ไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดเดี่ยว เขามองตรงไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมามองนาง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตมหาเทพ "ในเมื่อสวรรค์มันไร้ตา คิดจะพรากเจ้าไปจากข้า เช่นนั้นวันนี้ ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ ควักเอาดวงตาของมันออกมาดูเสีย!" *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดเท่าลำต้นตาลฟาดผ่าลงมาจากใจกลางมิติ แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนพื้นดินรอบรัศมีร้อยลี้ทรุดตัวลงกลายเป็นหลุมลึก ฉินมู่ไป๋คำรามลั่น ทะยานร่างขึ้นสู่ห้วงอากาศ พลังปราณในจุดตันเทียนระเบิดออกราวกับภูเขาไฟระเบิด กระบี่ในมือวาดออกเป็นวงโค้ง คมกระบี่กรีดผ่านห้วงมิติเกิดเป็นรอยแยกสีดำสนิท พลังปราณกระบี่ผสานกับจิตวิญญาณแห่งความคลั่งพุ่งเข้าปะทะกับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์อย่างจัง! แรงปะทะสะท้านสะเทือนไปถึงรากแก้วแห่งปฐพี คลื่นกระแทกสีทองและสีม่วงกระจายออกเป็นวงกว้าง ฉินมู่ไป๋กระอักเลือดคำโตออกมากลางอากาศ ร่างกายของเขาถูกเผาผลาญด้วยสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์จนผิวหนังปริแตกเป็นรอยแผลน่ากลัว แต่เขากลับไม่ยอมถอยแม้แต่ครึ่งก้าว สายตายังคงดุดันและทะนงองอาญ "อาจารย์... ข้าบอกแล้วว่า ข้าจะปกป้องท่านเอง" เขาคิดในใจอย่างมุ่งมั่น ต่อให้กระดูกทั่วร่างแหลกสลาย ต่อให้จิตวิญญาณแตกดับเป็นผุยผง เขาก็จะไม่ยอมให้ปลายนิ้วของสตรีผู้นี้ต้องระคายเคือง ทว่า ค่ายกลอัสนีเก้าชั้นฟ้าหาได้มีเพียงสายฟ้าสายเดียว รอยแยกมิติเบื้องบนเปิดกว้างขึ้น ดาบอัสนีโบราณนับหมื่นเล่มก่อตัวขึ้นจากพลังงานบริสุทธิ์ของฟ้าดิน เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ฉินมู่ไป๋ แต่พุ่งตรงไปยังหลี่จื่อเหว่ยที่กำลังอ่อนแรงจากการทะลวงขอบเขตพลัง! *วูบ!* ดวงตาของฉินมู่ไป๋เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณดิบของอดีตมหาเทพกรีดร้องเตือนภัย เขาไม่อาจหลบการโจมตีนี้ได้ทัน และหากปล่อยให้มันพุ่งเข้าใส่หลี่จื่อเหว่ย นางที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการบำเพ็ญเพียรจะต้องดับสูญทั้งร่างและวิญญาณอย่างแน่นอน "มู่ไป๋! อย่า!" หลี่จื่อเหว่ยอุทานออกมาเสียงหลง เมื่อเห็นร่างของศิษย์หนุ่มพุ่งสวนกระแสพลังปราณเข้ามาขวางกั้นระหว่างนางกับดาบอัสนีหมื่นเล่มด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ *ฉึก! ฉึก! ฉึก!* เสียงคมดาบพุ่งทะลวงเนื้อหนังดังสนั่นหวั่นไหว ดาบอัสนีเล่มแรกปักเข้าที่หัวไหล่ขวาของฉินมู่ไป๋ เล่มที่สองทะลุผ่านสีข้างซ้าย และเล่มที่สาม... ปักเข้าที่กลางแผ่นหลัง ลึกล้ำจนเกือบถึงหัวใจ! โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นราวกับสายฝนโปรยปรายลงมาย้อมอาภรณ์สีขาวของหลี่จื่อเหว่ยให้กลายเป็นสีชาดน่าสยดสยอง ร่างของฉินมู่ไป๋สะท้านเฮือก ดวงตาที่เคยคมกล้าดุจพญาอินทรีเริ่มพร่ามัว ลมหายใจติดขัด ทว่าริมฝีปากที่อาบด้วยโลหิตกลับแย้มยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุด... และเปี่ยมไปด้วยความรักอันล้นพ้น "ข้า... บอกแล้ว... ว่าข้าจะปกป้องท่าน..." เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ ก่อนที่ร่างสูงสง่าจะร่วงหล่นลงมาจากห้วงอากาศดุจดาวตกที่หมดสิ้นประกายแสง "มู่ไป๋!!" เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความแตกสลายและร้าวรานดังออกมาจากลำคอของหลี่จื่อเหว่ย นางลืมสิ้นซึ่งกฎเกณฑ์แห่งสำนัก ลืมสิ้นซึ่งวิถีแห่งเซียนที่ต้องไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก ร่างระหงพุ่งทะยานรับร่างที่กำลังร่วงหล่นของเขาไว้ในอ้อมแขน อ้อมกว้างที่เคยอบอุ่นบัดนี้เย็นเฉียบและชุ่มโชกไปด้วยโลหิต มือเรียวบางสั่นเท้าระริกขณะสัมผัสใบหน้าซีดเผือดของเขา นางพยายามโคจรพลังปราณสายบริสุทธิ์ถ่ายเทเข้าไปในร่างของเขาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ทว่าพลังปราณทัณฑ์สวรรค์ที่ตกค้างอยู่ในบาดแผลกลับกัดกินเส้นชีพจรของเขาอย่างบ้าคลั่ง "อย่าทิ้งข้า... ฉินมู่ไป๋ เจ้าเป็นศิษย์ของข้า... เจ้าไม่มีสิทธิ์ตายก่อนที่ข้าจะอนุญาต!" น้ำใสๆ ไหลรินออกจากดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็ง มันหยดลงบนแก้มของฉินมู่ไป๋ กลายเป็นหยาดน้ำตาแห่งความรักและความเสียใจที่นางเก็บกดไว้มานานแสนนาน ฉินมู่ไป๋ปรือตาขึ้นช้าๆ มือที่สั่นเทายื่นออกไปสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของนาง นิ้วมือเปื้อนเลือดเกลี่ยหยาดน้ำตาบนดวงหน้าของนางอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าภาพนี้จะเป็นเพียงความฝัน "จื่อเหว่ย... ข้าไม่เป็นไร... ข้าแค่... ง่วงนิดหน่อย..." เขากล่าวด้วยเสียงอันแหบพร่า รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า "ข้าดีใจ... ที่ท่านปลอดภัย..." "เจ้าคนโง่... เจ้ามันคนโง่ที่สุด!" หลี่จื่อเหว่ยสะอื้นไห้ นางรวบรวมสติและตัดสินใจในเสี้ยววินาที นางเซียนผู้สูงส่งหลับตาลง วางมือทั้งสองข้างลงบนหน้าอกของตนเอง ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างจ้าก็ส่องประกายออกมาจากร่างของหลี่จื่อเหว่ย พลังปราณเซียนระดับมหาวัชระที่นางสะสมมานานนับร้อยปีค่อยๆ ถดถอยลง นางกำลัง... ยอมสละพลังปราณครึ่งหนึ่งของตนเพื่อต่อลมหายใจให้เขา! "ท่านอาจารย์... อย่าทำเช่นนั้น!" ฉินมู่ไป๋เบิก 5 ตาด้วยความตกใจ หากนางทำเช่นนี้ ฐานะเซียนของนางจะสั่นคลอน และอาจสูญเสียพลังไปตลอดกาล "ท่านจะสูญเสีย..." "หุบปาก!" หลี่จื่อเหว่ยลืมตาขึ้น แววตาของนางเด็ดเดี่ยวและมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด "ในเมื่อเจ้ากล้าเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องข้า เหตุใดข้าจึงจะยอมให้คนที่ข้ารักที่สุดต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้!" พลังปราณเซียนบริสุทธิ์ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของฉินมู่ไป๋ บาดแผลฉกรรจ์เริ่มสมานตัวอย่างช้าๆ แต่อาการของหลี่จื่อเหว่ยกลับทรุดฮวบลง ร่างกายของนางสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ทว่า ในวินาทีที่พลังปราณของทั้งสองกำลังหลอมรวมกันนั้นเอง ท้องนภากลับเงียบสงัดลงอย่างฉับพลัน เมฆทมิฬที่หมุนวนหยุดนิ่ง ราวกับเวลาถูกแช่แข็ง *ตึง!* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องบน... เป็นเสียงฝีเท้าที่มิได้เหยียบย่างบนพื้นดิน แต่มันเหยียบย่างอยู่บนหัวใจของสิ่งมีชีวิตทุกตนในใต้หล้า ร่างในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากอนธการปรากฏขึ้นท่ามกลางรอยแยกมิติที่เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับกระบี่เล่มหนึ่งที่ปล่อยไอสังหารสีเลือดพวยพุ่งออกมาปกคลุมไปทั่วสารทิศ "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงเยือกเย็นและแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้น "เซียนผู้สูงส่งยอมสละพลังปราณเพื่อศิษย์รัก... เช่นนั้น ข้าผู้เฒ่าขอรับดวงวิญญาณของพวกเจ้าทั้งสองคน ไปเป็นบรรณาการแด่ห้วงนรกภูมิก็แล้วกัน!" ฉินมู่ไป๋กัดฟันกรอด พยุงร่างที่ยังบาดเจ็บสาหัสของตนลุกขึ้นยืนบังหน้าหลี่จื่อเหว่ยเอาไว้ ดวงตาสีดำสนิททอประกายแสงสีทองคมกริบดุจคมกระบี่ แม้ร่างกายจะสะินสะท้าน แต่จิตวิญญาณกลับลุกโชนด้วยเพลิงแห่งโทสะ กระบี่เหล็กนิลกาฬในมือส่งเสียงกรีดร้องรับเจตంట์จำนงแห่งการฆ่าฟันอีกครั้ง... -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ความรักอันมั่นคงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%