เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 8

คำสั่งสอนจากท่านอาจารย์ผู้เย็นชา

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
กลิ่นอายอันชวนคลื่นไส้สายนั้น… ต่อให้ร่างเนื้อนี้จะเปลี่ยนผ่านไปกี่ร้อยปี ต่อให้ดวงวิญญาณจะถูกหลอมละลายในเตาหลอมอัคคีสวรรค์สักกี่หมื่นครา ฉินมู่ไป๋ก็ไม่มีวันจดจำผิดเพี้ยนไปได้แม้แต่น้อย มันคือกลิ่นอายของ "โลหิตมังกรทมิฬ" วิชาต้องห้ามที่สลักลึกลงไปในกระดูกของมันผู้นั้น—ผู้ที่เคยลอบแทงข้างหลังในคืนที่พายุฝนคำรามบนยอดเขาเทวะเก้าชั้นฟ้า ในเสี้ยววินาทีนั้น นัยน์ตาคมกริบของฉินมู่ไป๋ราวกับถูกอาบด้วยเปลวเพลิงสีชาด เส้นเลือดขอดนูนขึ้นที่หลังมืออันขาวผ่องขณะที่นิ้วเรียวยาวกำด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาแน่นจนส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ พลังปราณสังหารที่เก็บงำไว้ภายใต้ท่าทีเกียจคร้านระเบิดทะลักออกมาดั่งคลื่นคลั่ง ทำเอาอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นสีดำสนิท "ฉินมู่ไป๋... เจ้าเป็นอะไรไป?" เสียงเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูเอ่ยแทรกขึ้น ทำลายภวังค์แห่งความแค้นอันดำมืดลง หลี่จื่อเหว่ยสาวเท้าย่างกรายเข้ามาใกล้ ชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่หมุนวน นางหรี่ตาลงเล็กน้อยจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์ เมื่อครู่ นางสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสัตว์อสูรบรรพกาล มันไม่ใช่พลังปราณของเด็กหนุ่มอายุสิบหกปีที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมลมปราณอย่างแน่นอน แต่มันคือจิตวิญญาณของ "ผู้ผ่านสมรภูมิรบมานับล้านศพ" ต่างหาก! ฉินมู่ไป๋สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความเดือดดาลในอก ดวงตาที่แดงก่ำค่อยๆ กลับคืนสู่ความราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก เขาผ่อนคลายมือที่กำกระบี่ลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยดั่งหยกสลักของอาจารย์หญิงด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ ตามนิสัยเดิม "ไม่มีอะไรหรอกครับท่านอาจารย์... เพียงแค่ข้าพเจ้าบังเอิญได้กลิ่นเน่าเฟะของพวกสุนัขรับใช้ที่ชอบลอบกัดเท่านั้นเอง" ฉินมู่ไป๋เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาหลี่จื่อเหว่ยคิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย นางปรายตามองเศษซากของค่ายกลอสูรโลหิตที่แหลกละเอียดเป็นผุยผงด้วยกระบวนท่าเดียวเมื่อครู่ ความสงสัยในตัวศิษย์สายตรงผู้นี้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด หลี่จื่อเหว่ยจำได้แม่นยำว่า เมื่อสามวันก่อน ฉินมู่ไป๋ผู้นี้ยังเป็นเพียงสวะไร้ค่าที่แม้แต่ลมปราณขั้นพื้นฐานยังโคจรไม่ราบรื่น ทว่ายามนี้... กลับสามารถมองทะลุจุดอ่อนของค่ายกลระดับสาม และซัดพลังทำลายล้างออกมาได้โดยไม่ต้องใช้กระบวนท่าซับซ้อน พรสวรรค์เช่นนี้... แม้แต่บรรพจารย์ในอดีตก็ยังต้องยอมก้มหัวให้ "เจ้าใช้เคล็ดวิชาใดทำลายค่ายกลเมื่อครู่?" หลี่จื่อเหว่ยเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันระดับผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นแท้สวรรค์ที่แผ่ซ่านออกมาทดสอบจิตใจของศิษย์ ฉินมู่ไป๋ไม่สะทกสะท้านต่อแรงกดดันนั้นแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างระหงของนางอีกครึ่งก้าว กลิ่นอายบุรุษที่สะอาดและอบอุ่นเจือจางลอยปะทะนาสิกของนางเซียนผู้เย็นชา จนหลี่จื่อเหว่ยต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความประหม่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน "ท่านอาจารย์อยากรู้จริงๆ หรือครับ?" ฉินมู่ไป๋โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูขาวสะอาดของนาง แววตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "หากข้าพเจ้าบอกว่า... วิชานี้ข้าพเจ้าคิดค้นขึ้นมาเองในความฝันเมื่อคืน ท่านจะเชื่อหรือไม่?" "เหลวไหล!" หลี่จื่อเหว่ยสะบัดแขนเสื้อด้วยความไม่พอใจ ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ด้วยความขัดเคืองที่ถูกศิษย์ล่วงเกินทางวาจา ทว่าภายในใจกลับเต้นระส่ำอย่างประหลาด นางหันหลังให้เขาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ "วิชากระบี่และค่ายกลเมื่อครู่... มีความลึกซึ้งเกินกว่าที่ศิษย์สาย外 (นอก) จะเข้าใจได้ หากเจ้ามิใช่สายลับจากสำนักมาร เหตุใดจึงซ่อนเร้นฝีมือมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา?" ฉินมู่ไป๋มองแผ่นหลังอันบอบบางแต่สง่างามของนาง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าพลันเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาอ่อนโยนลุ่มลึกที่ยากจะหยั่งถึง เขารู้ดีว่าหากไม่แสดงความจริงใจบางอย่างออกมา นางย่อมไม่มีวันวางใจ และเขาอาจสูญเสียโอกาสที่จะได้อยู่เคียงข้างปกป้องนางจากภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา "ข้าพเจ้าไม่ได้ซ่อนเร้น... เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสม" ฉินมู่ไป๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มจริงจัง ไร้ซึ่งความขี้เล่นเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "คนเรามักมองไม่เห็นดวงดาวที่ส่องประกายในยามที่แสงอาทิตย์ยังเจิดจ้าหรอกครับท่านอาจารย์ เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครมองเห็นความจริงใจของข้าพเจ้า จนกระทั่งท่านตกอยู่ในอันตราย" หลี่จื่อเหว่ยชะงักฝีเท้า นางหันกลับมามองเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย คำพูดเมื่อครู่นี้... ช่างเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งทว่ากลับบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของนางอย่างประหลาด ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบบริเวณป่าไผ่ศิษย์สายตรง มีเพียงเสียงใบไผ่เสียดสีกันยามสายลมพัดผ่าน หลี่จื่อเหว่ยจ้องมองนัยน์ตาคู่คมที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ของฉินมู่ไป๋ นางพบว่าภายใต้รูปลักษณ์ของเด็กหนุ่มวัยรุ่นผู้นี้ มีความลึกลับดำมืดและห้วงอารมณ์ที่ลึกซึ้งราวกับมหาสมุทรที่นางไม่สามารถคาดเดาจุดสิ้นสุดได้ ผ่านไปเนิ่นนาน หลี่จื่อเหว่ยจึงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งเคย ทว่าแววตากลับอ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน "ในเมื่อเจ้ามีพรสวรรค์ถึงเพียงนี้ การให้เจ้าไปฝึกฝนปะปนกับศิษย์ทั่วไปคงเป็นการทิ้งขว้างเพชรเม็ดงาม..." นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ปรากฏป้ายหยกสีทองสลักอักษร 'จื่อ' ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศเบื้องหน้าฉินมู่ไป๋ "นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... เจ้าคือศิษย์สายตรงลำดับที่หนึ่งของยอดเขาเมฆาคล้อย จงเข้ารับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาจากข้าโดยตรง" ฉินมู่ไป๋จ้องมองป้ายหยกทองคำนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบา ในชาติภพก่อน เขาคือมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ผู้เคยประทานเคล็ดวิชาให้แก่เซียนนับหมื่น ทว่าในยามนี้ การได้กราบอาจารย์เป็น... หญิงสาวที่ตนรัก ย่อมเป็นรสชาติของชีวิตที่หอมหวานและท้าทายยิ่งกว่าสิ่งใด เขาย่อกายประสานมือคำนับลงอย่างน้อมน้อม ทว่าริมฝีปากกลับกระซิบแผ่วเบาจนมีเพียงเขากับนางเท่านั้นที่ได้ยิน "ศิษย์คำนับอาจารย์... แต่ในเมื่อข้าได้เป็นศิษย์ของท่านแล้ว ท่านต้องเตรียมใจรับมือกับ 'ศิษย์กตัญญู' คนนี้ให้ดีๆ นะครับ" หลี่จื่อเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจประหลาด นางรู้สึกได้ทันทีว่าการตัดสินใจรับเด็กหนุ่มผู้นี้มาเป็นศิษย์ อาจเป็น "หายนะ" ครั้งใหญ่ที่สุดต่อหัวใจอันสงบดั่งน้ำแข็งของนาง ทว่า... ในวินาทีที่นางกำลังจะหันหลังเดินจากไปเพื่อปล่อยให้เขาจัดการตัวเอง สายลมกรรโชกแรงสายหนึ่งก็พัดหอบเอาฝุ่นผงสีดำประหลาดพุ่งเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณยอดเขาอย่างฉับพลัน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องมาจากความว่างเปล่า *"ฮ่าๆๆๆ... ยอดเขาเมฆาคล้อยช่างคึกคักเสียจริง ถึงกับรับศิษย์ใหม่ผู้มีกลิ่นอายคุ้นเคยเช่นนี้เชียวหรือ?"* เงาร่างสีดำสนิทสามร่างปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ปลายกระบี่ของพวกมันอาบด้วยโลหิตสีดำทมิฬ และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าอกของพวกมันสลักสัญลักษณ์รูป "มังกรทมิฬเจ็ดเศียร" ที่ฉินมู่ไป๋จดจำได้ไม่มีวันลืม! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงดาราไปกับวิถีกระบี่อันลุ่มลึกนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%