คมกระบี่จ่อชิดลำคอระหง ประดุจน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูที่พร้อมจะพราก
ไอสังหารแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีคราม
ประมุขพรรคอสูรโลหิตแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม นัยน์ตาดั่งสัตว์ร้ายกระหายเลือดจับจ้องร่างของหลี่จื่อเหว่ยที่ถูกผนึกปราณด้วยค่ายกลมารโลหิต นางยังคงรักษาความสง่างามไว้ได้อย่างน่าทึ่ง แม้หยาดโลหิตสีชาดจะรินไหลจากมุมปาก ดุจดอกเหมยแดงแต้มบนหิมะขาวโพลน
"ฉินมู่ไป๋... หากเจ้ากล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว อาจารย์สุดที่รักของเจ้า... จะต้องดับสูญไปพร้อมกับกระบี่เล่มนี้!"
คำรามนั้นก้องกังวานเสียดแทงโสตประสาท ทว่าสิ่งที่ปรากฏบนใบหน้าของฉินมู่ไป๋หาใช่ความตระหนกไม่ ชายหนุ่มเพียงแค่ทอดถอนหายใจยาวนาน แววตาที่เคยลึกล้ำดุจห้วงดาราบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่น่ากลัวยิ่งกว่า
"เจ้าโง่เขลา... รู้หรือไม่ว่าสิ่งเดียวในสามภพที่ข้าเกลียดที่สุด คือการมีใครมาบังคับขู่เข็ญนาง"
เสียงของฉินมู่ไป๋ราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนแรงกดดันของค่ายกลมารสั่นสะเทือน เขาค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ห้วงมิติรอบกายพลันบิดเบี้ยว รัศมีกระบี่สีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับมังกรทองตื่นจากการหลับใหล
วิถีกระบี่ของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด ไม่ใช่สิ่งที่ปุถุชนจะหยั่งถึง
เพียงแค่เขายกปลายนิ้วขึ้นวาดผ่านความว่างเปล่า อักขระโบราณนับหมื่นตัวก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อตัวเป็นค่ายกลกระบี่สวรรค์สะท้านภพ แรงกดดันมหาศาลกดทับจนเหล่าสาวกพรรคอสูรโลหิตคุกเข่าลงกับพื้นกระอักเลือดสดๆ ออกมาพร้อมกัน
"อาจารย์... ศิษย์ทำให้ท่านต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ สมควรตายยิ่งนัก"
ฉินมู่ไป๋ส่งกระแสจิตอ่อนโยนไปหาหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ แววตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอาทรลึกซึ้งในพริบตา หลี่จื่อเหว่ยช้อนสายตาขึ้นมองศิษย์รัก นัยน์ตาสงบนิ่งดั่งบึงน้ำลึกปรากฏระลอกคลื่นแห่งความห่วงใย นางส่ายศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่ามิใช่ความผิดของเขา
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง อสูรพยัคฆ์สายฟ้า บรรพกาลที่ถูกจองจำอยู่เบื้องหลังก็คำรามก้องสะท้านปฐพี!
มันคือสัตว์อสูรระดับบรรพกาลที่มีร่างกายใหญ่โตดุจภูเขา กรงเล็บหุ้มด้วยสายฟ้าสีม่วงเข้ม ดวงตาดั่งอัคคีเพลิงจ้องมองมนุษย์ทั้งสองด้วยความเกรี้ยวกราด บรรยากาศรอบด้านถูกแผดเผาด้วยอสนีบาตพันสายที่ฟาดผ่าลงมาอย่างบ้าคลั่ง ประมุขพรรคอสูรโลหิตหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ
"ฮ่าๆๆๆ! เจ้าคิดว่าจะจัดการข้าได้โดยไม่สนใจพยัคฆ์สายฟ้าบรรพกาลตัวนี้อย่างนั้นหรือ? จงกลายเป็นอาหารของมันเสียเถอะ!"
อสูรพยัคฆ์สายฟ้าคำรามลั่น มันเหวี่ยงอุ้งเท้าอันทรงพลังตบเข้าใส่ฉินมู่ไป๋อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ แรงปะทะมหาศาลทำให้พื้นดินรอบรัศมีร้อยลี้พังทลายลงในพริบตา
ฉินมู่ไป๋ไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง เขายืนหยัดตระหง่านราวกับเสาหลักค้ำจุนฟ้าดิน นัยน์ตาสอดประสานกับอสูรบรรพกาลอย่างไม่เกรงกลัว จิตวิญญาณแห่งมหาเทพแผ่ขยายออกไปครอบ
คลุมทั่วทั้งหุบเขา
"สัตว์เดรัจฉานอย่างเจ้า เกิดมาเพื่อเป็นผู้ติดตามของข้า ไฉนจึงยังไม่คุกเข่าคำนับ!"
เสียงตวาดดุจสายฟ้าฟาดจากปากของฉินมู่ไป๋ผสานกับลมปราณแท้จริงอันไร้ขอบเขต แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงบนจิตวิญญาณของอสูรพยัคฆ์สายฟ้าโดยตรง มันชะงักกรงเล็บที่กำลังจะตบลงมา ร่างกายมหึมาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงด้วยความหวาดกลัวจากสัญชาตญาณดั้งเดิม
นี่มิใช่การกดขี่ด้วยพลังกาย แต่เป็นการกดขี่ด้วย "วิถีแห่งฟ้าดิน" ที่สูงส่งกว่านับร้อยเท่า!
อสูรพยัคฆ์สายฟ้าส่งเสียงครางฮื่อในลำคอ ดวงตาดุร้ายแปรเปลี่ยนเป็นความยำเกรง มันค่อยๆ ลดหัวอันใหญ่โตลงแนบพื้น ดินฟ้าอากาศที่เคยแปรปรวนพลันสงบลงในพริบตา การสยบสัตว์อสูรบรรพกาลด้วยวาจาเพียงประโยคเดียว ทำเอาประมุขพรรคอสูรโลหิตหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก
"เป็นไปไม่ได้! นั่นคืออสูรบรรพกาลเชียวนะ! มัน... มันยอมจำนนต่อเด็กหนุ่มขอบเขตหลอมรวมลมปราณได้อย่างไร!"
ฉินมู่ไป๋ปรายตามองประมุขพรรคอสูรโลหิตด้วยหางตา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ในสายตาของข้า เจ้ากับสัตว์เดรัจฉานตัวนี้ก็ไม่ต่างกัน... ล้วนอยู่ในกำมือของข้าทั้งสิ้น"
เขาสะบัดมือเบาๆ ค่ายกลมารโลหิตที่พันธนาการหลี่จื่อเหว่ยอยู่ก็แตกสลายเป็นจุล ร่างบางเซถลาเข้าสู่อ้อมกอดของชายหนุ่มโดยสัญชาตญาณ กลิ่นอายหอมเย็นดั่งดอกเหมยผสานกับกลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยเข้าจมูก ฉินมู่ไป๋กระชับอ้อมแขนโอบกอดอาจารย์สาวไว้อย่างทะนุถนอม ความเย็นชาทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่เขาต้องการมอบให้นางผู้เดียว
"อาจารย์... ปลอดภัยแล้วนะครับ" เขาเอמהกระซิบแผ่วเบaข้างใบหูของนาง
หลี่จื่อเหว่ยเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ แม้นางจะเป็นถึงเซียนผู้สูงส่ง แต่ในยามที่อยู่ในอ้อมกอดนี้ หัวใจของนางกลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะผ่อนคลาย เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ...
"ฮìๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ศิษย์รักอาจารย์ บุกเบิกเส้นทางสู่นรกด้วยกันคงจะสนุกไม่น้อย"
เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขาอย่างไร้ซุ่มเสียง ไอพลังที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นทรงพลังและกดดันยิ่งกว่าประมุขพรรคอสูรโลหิตหลายเท่าตัว นัยน์ตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองฉินมู่ไป๋ด้วยความกระหายใคร่รู้ พร้อมกับกระบี่มารโบราณในมือที่เริ่มส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ฉินมู่ไป๋ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยที่เขาตามหามานานนับร้อยปี—กลิ่นอายของ "ผู้ทรยศ" ที่เคยสังหารเขาในชาติภพก่อน!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงดาราไปพร้อมกันนะครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 7
พันธสัญญาอสูรพยัคฆ์สายฟ้า
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!