เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 9

ค่ายกลมายาแห่งแดนลับ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
*เคร้ง!* ประกายไฟสีม่วงอมฟ้าสาดกระเซ็นสะท้อนกับผนังศิลาโบราณที่อาบไล้ด้วยคราบเลือดแห้งกรัง แรงปะทะจากกระบี่โลหิตทมิฬส่งผลให้ร่างของฉินมู่ไป๋ไถลถอยหลังไปสามก้าว เท้าทั้งสองข้างกดจมลงไปในพื้นหินจนแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม เลือดสีสดสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของเขา แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับทอประกายดุดันราวกับพยัคฆ์หนุ่มผู้กระหายเลือด "สัญลักษณ์มังกรทมิฬเจ็ดเศียร... พวกเจ้าคือเงาสังหารจากหุบเขาอสูรกลืนวิญญาณเมื่อสามร้อยปีก่อนสินะ" ฉินมู่ไป๋แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ หยัดกายตั้งตรงอย่างมั่นคง ปลายกระบี่สวรรค์ในมือชี้ตรงไปเบื้องหน้าโดยไม่มีอาการสั่นเทาแม้แต่น้อย "คิดไม่ถึงว่าเศษสวะที่รอดตายจากศึกครั้งนั้น จะยังกล้าส่งสุนัขรับใช้มารubหางถึงแดนลับเซียนแห่งนี้" เงาร่างทั้งสามยังคงนิ่งเงียบราวกับวิญญาณไร้จิตวิญญาณ พวกมันเคลื่อนไหวพร้อมกันดั่งเงาสะท้อนในกระจก ปลายกระบี่อาบโลหิตสีดำปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความตายที่กดทับจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ทว่าก่อนที่คมกระบี่มรณะจะพุ่งเข้ามาถึงตัว ประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ดั่งเกล็ดน้ำแข็งพันปีก็สาดส่องลงมาจากเบื้องบน ขัดขวางวิถีดาบของพวกมันไว้อย่างเฉียบพลัน *ฟึบ!* ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของหลี่จื่อเหว่ยทิ้งตัวลงยืนเคียงข้างเขาอย่างสง่างาม แม้ใบหน้าอันงดงามจะยังคงเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งไร้รอยคลื่น แต่คิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยนั้นบ่งบอกว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด "มู่ไป๋ ระวังตัวด้วย ค่ายกลนี้ไม่ใช่ค่ายกลลวงตาทั่วไป..." น้ำเสียงหวานกังวานแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่มือเรียวดั่งหยกยกกระบี่เซียนเหมันต์ขึ้นจรดหน้าอก "มันคือ 'ค่ายกลกลืนวิญญาณเก้าสวรรค์' ที่หลอมรวมเอาภาพลวงตาและจิตสังหารเข้าด้วยกัน ยิ่งพวกมันถูกสังหาร พลังปราณของพวกมันจะยิ่งเพิ่มพูนเป็นเท่าตัว" ฉินมู่ไป๋เหลือบมองอาจารย์หญิงที่ยืนอยู่เคียงข้าง กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวนางลอยปะปนกับกลิ่นคาวเลือด ชั่วขณะนั้น หัวใจที่เคยด้านชาจากการผ่านศึกนับร้อยปีกลับเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง เขายกย่องความเก่งกาจของนาง แต่วินาทีนี้ เขากลับนึกอยากปกป้องนางไว้เบื้องหลังเสียมากกว่า... แม้จะรู้ดีว่านางแข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม "อาจารย์... หากวันนี้ศิษย์กับท่านต้องติดอยู่ที่นี่ด้วยกัน ท่านกลัวหรือไม่?" ฉินมู่ไป๋เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย หลี่จื่อเหว่ยปรายตามองลูกศิษย์ตัวแสบที่ยังมีอารมณ์มาหยอกเย้าในสถานการณ์คับขัน นัยน์ตาคู่งามฉายแววซับซ้อนครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "หากเจ้ายังมีเวลาพูดจาเหลวไหลเช่นนี้ สู้เก็บเรี่ยวแรงไว้ทำลายค่ายกลเสียดีกว่า... แต่อย่าลืมว่า หากเจ้าตายอยู่ที่นี่ ข้าคงต้องทนเหงาไปอีกหลายร้อยปี" คำพูดเรียบง่ายแต่แฝงความนัยล้ำลึกนั้น ทำให้ฉินมู่ไป๋ถึงกับนิ่งงัน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ประกายตาของเขากลับมาคมกล้าดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งลับใหม่ "เช่นนั้น... ศิษย์คนนี้จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาพรากอาจารย์ไปจากโลกนี้เป็นอันขาด แม้แต่เงาพญายมก็ไม่มีสิทธิ์!" *โฮกกก!* เสียงคำรามกึกก้องราวกับเสียงคำรามของมังกรแท้จริงดังสะท้อนมาจากผนังศิลาโดยรอบ เงาร่างทั้งสามร่างแปรสภาพกลายเป็นควันสีดำทมิฬ พุ่งทะยานเข้าใส่ทั้งสองคนจากทุกทิศทุกทาง แรงกดดันจากค่ายกลบีบอัดอากาศจนหายใจแทบไม่ออก ทัศนียภาพรอบด้านเริ่มบิดเบี้ยว ภาพของถ้ำโบราณค่อยๆ เลือนหาย กลายเป็นห้วงเหวลึกอันมืดมิดที่มีหมอกโลหิตปกคลุมหนาทึบ นี่คือภาพลวงตาที่ทรงพลังที่สุดของค่ายกล มันพยายามกัดกินจิตใจของผู้อยู่ภายในด้วยความกลัวที่ฝังรากลึก ฉินมู่ไป๋ก้าวขึ้นไปยืนบังเบื้องหน้าของหลี่จื่อเหว่ยโดยสัญชาตญาณ พลังปราณสีทองอร่ามระเบิดออกจากร่างของเขาอย่างเกรี้ยวกราด เคล็ดวิชากระบี่เก้าสุริยันถูกขับเคลื่อนจนถึงขีดสุด อุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นราวกับดวงอาทิตย์ตกลงมาสถิตอยู่ในถ้ำแห่งนี้ "อาจารย์... จับมือข้าไว้" ฉินมู่ไป๋เอื้อมมือไปคว้ามือเรียวเย็นเฉียบของหลี่จื่อเหว่ยไว้แน่น หลี่จื่อเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อฝ่ามืออุ่นร้อนของศิษย์หนุ่มสัมผัสโดน นางชะงักไปชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สะบัดออก กลับปล่อยให้เขากุมไว้แน่น พร้อมกับถ่าย เทพลังปราณเหมันต์บริสุทธิ์ผสานเข้ากับปราณสุริยันของเขาโดยสัญชาตญาณ พลังสองขั้ว หยินและหยาง ร้อนและเย็น หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบในชั่วพริบตา! "ทะยาน!" ทั้งสองคนส่งเสียงคำรามพร้อมกัน ร่างพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศพร้อมกับประกายกระบี่ที่สอดประสานกันอย่างงดงามและทรงพลัง คมกระบี่เพลิงสุริยันและกระบี่น้ำแข็งเหมันต์กวาดล้างหมอกสีดำทมิฬจนสลายกลายเป็นจุล แรงระเบิดจากการประสานวิชาทำให้ค่ายกลโบราณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนผนังศิลาโดยรอบ *เปรี้ยง!* ค่ายกลมายาแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ ทัศนียภาพกลับคืนสู่ความจริง ทว่า... สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าหลังจากหมอกคอยจางหายไป กลับไม่ใช่ทางออกของถ้ำโบราณอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือแท่นบูชาหินสีดำสนิท ตรงกลางแท่นมีร่างของสตรีปริศนาในชุดคลุมโบราณนางหนึ่งนั่งหลับตาอยู่ บนหน้าอกของนางปักไว้ด้วยกระบี่เล่มหนึ่ง... และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บนด้ามกระบี่นั้น มีหยดโลหิตสีทองบริสุทธิ์หยดลงมาอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ดังขึ้นในโสตประสาทของฉินมู่ไป๋และหลี่จื่อเหว่ย *"ในที่สุด... ผู้สืบทอดแห่งสวรรค์และปฐพีก็มาถึง..."* ร่างของสตรีบนแท่นบูชาค่อยๆ ลืมตาขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่สีทองอร่ามที่ไม่มีแววตาของสิ่งมีชีวิต แต่มันกลับจับจ้องตรงมาที่ฉินมู่ไป๋ด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด... รอยยิ้มที่ทำให้วิญญาณของเขาแทบหลุดออกจากร่าง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงดาราไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%