เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 10

ความใกล้ชิดใต้จันทร์กระจ่าง

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โลหิตหนึ่งหยดร่วงหยดลงกระทบพื้นหินศิลาเย็นเยียบ เกิดเสียงก้องกังวานดุจเสียงระฆังสำริดในห้วงมหรรณพ นัยน์ตาคู่สีทองอร่ามบนแท่นบูชาไม่ได้สะท้อนภาพของความตาย แต่มันสะท้อนถึงการตื่นขึ้นของหุบเหวแห่งกาลเวลาที่หลับใหลมานานนับหมื่นปี ฉินมู่ไป๋ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามแนวสันหลัง แม้ในชาติภพก่อนเขาจะเป็นถึงมหาเทพผู้เหี้ยมหาญผู้เหยียบย่ำดาราจักร แต่ยามนี้ในร่างของศิษย์สายตรงผู้ยังไม่บรรลุขอบเขตวิญญาณแท้จริง การเผชิญหน้ากับจิตสังหารระดับบรรพกาลเช่นนี้ย่อมทำให้ชีพจรปั่นป่วนจนแทบกระอักเลือด "ระวังตัว..." เสียงเรียบเย็นดั่งธารน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ดังขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับกลิ่นอายหอมเย็นของดอกเหมันต์สวรรค์ที่คุ้นเคย หลี่จื่อเหว่ยขยับกายเข้ามาประชิด ร่างเพรียวระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ทิ้งตัวลงยืนเคียงข้างเขาอย่างมั่นคง ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดเบาๆ กระบี่เจ็ดดาราในฝักส่งเสียงคำรามต่ำ ก่อเกิดค่ายกลอักขระปะทุเป็นวงแหวนสีครามปกป้องร่างของทั้งสองไว้ทันท่วงที เบื้องหน้าของพวกเขาคือถ้ำลึกลับที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานผาบรรพตอัคคี ศัตรูจากสำนักมารโลหิตกำลังปิดล้อมปากถ้ำด้านนอก เสียงระเบิดของพลังปราณสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนหินผากร่อนตกลงมาไม่ขาดสาย การจะฝ่าออกไปในยามที่พลังปราณของทั้งคู่ยังฟื้นฟูไม่ถึงเจ็ดส่วนนับว่ารนหาที่ตายอย่างแท้จริง ทางเลือกเดียวคือการหลบซ่อนและหาทางออกลับภายในถ้ำแห่งนี้ แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่าใจกลางถ้ำลึกลับกลับซ่อนเร้นสิ่งมีชีวิตโบราณที่อยู่นอกเหนือตำราพิชัยยุทธเซียน “อาจารย์... รอยยิ้มนั้นมันไม่ได้มองมาที่ศิษย์ด้วยความอาฆาต” ฉินมู่ไป๋กระซีบแผ่วเบา ใบหน้าคมคายโน้มลงใกล้ใบหูของนางโดยไม่รู้ตัวเพื่อหลีกเสียงคำรามของค่ายกลภายนอก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับลำคอระหงขาวผ่อง ทำให้นางเซียนผู้เยือกเย็นถึงกับชะงักไปชั่วขณะ หลี่จื่อเหว่ยไม่ได้ผลักเขาออกดังเช่นเคย ดวงตาสง่างามคู่นั้นกวาดมองร่างบนแท่นบูชาที่บัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นละอองแสงสีทอง ร่างของสตรีโบราณผู้นั้นสลายกลายเป็นอักษรโบราณนับหมื่นตัว พุ่งเข้าสู่ห้วงจิตวิญญาณของฉินมู่ไป๋โดยตรงอย่างไร้การป้องกัน! “มู่ไป๋!” นางอุทานออกมาด้วยความตกใจ ปฏิกิริยาของอาจารย์ผู้เย็นชาในยามนี้เต็มไปด้วยความร้อนรน นางคว้าแขนเขาไว้แน่นโดยไม่สนกฎเกณฑ์สำนักใดๆ ทั้งสิ้น ฉินมู่ไป๋รู้สึกราวกับศีรษะจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ข้อมูลมหาศาล เคล็ดวิชากระบี่โบราณที่สูญหายไปนับแสนปี และภาพความทรงจำของสงครามเทพมารไหลบ่าเข้ามาในสมองจนแทบรับไม่ไหว ทว่า ท่ามกลางพายุแห่งความโกลาหลนั้น ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของหลี่จื่อเหว่ยที่กุมมือเขาไว้กลับกลายเป็นจุดยึดเหนี่ยวเดียวที่ดึงสติเขาให้กลับคืนมา “ข้า... ไม่เป็นไรครับอาจารย์” เขาฝืนยิ้ม แม้ริมฝีปากจะมีคราบโลหิตไหลซึม ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณเมื่อค่ายกลภเริ่มพังทลายลงทีละน้อย แรงกดดันจากยอดฝีมือสำนักมารโลหิตใกล้เข้ามาทุกที เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังสะท้อนเข้ามาในอุโมงค์ถ้ำ หลี่จื่อเหว่ยดึงร่างของฉินมู่ไป๋ให้ถอยลึกเข้าไปในซอกหินอับทึบที่ถูกบังด้วยม่านน้ำตกหินย้อย ทั้งสองแนบชิดติดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนประสานกันท่ามกลางความเงียบงันและความตึงเครียดที่กดทับ ในความมืดสลัวภายใต้แสงจันทร์กระจ่างที่สาดส่องลอดรอยแยกของหินผาลงมาเป็นลำแสงสีเงินยวง ใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของหลี่จื่อเหว่ยอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพของเขาที่มีเพียงความห่วงใยและ... ความรู้สึกที่นางพยายามซ่อนเร้นมาตลอดนับร้อยปีของการบำเพ็ญเพียร “หากพวกมันเข้ามา เจ้าจงหนีไปก่อน...” เสียงของนางสั่นพร่าเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่ศิษย์พี่ใหญ่อย่างเขาได้ยินความอ่อนแอจากปากของสตรีผู้เย่อหยิ่งที่สุดในยุทธภพ “พูดอะไรเช่นนั้นครับอาจารย์” ฉินมู่ไป๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดเดี่ยว มือข้างหนึ่งที่ว่างโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะเพื่อปกป้อง “ศิษย์ผู้นี้เคยให้คำสัตย์สาบานแล้ว แม้กายแหลกสลายเป็นจุล ก็ไม่มีวันยอมให้ผู้ใดแตะต้องปลายเส้นผมของท่านแม้แต่เส้นเดียว” หัวใจของหลี่จื่อเหว่ยกระตุกวูบ ความเย็นชาที่สะสมมานับแรมปีละลายหายไปสิ้นในพริบตา นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและอันตรายรอบด้าน ริมฝีปากเรียวบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวเสียงกระซิบของสายลม “เจ้าคนทะลึ่ง... ถึงยามนี้แล้วยังกล้าเจรจาพาทีเช่นนี้อีกหรือ” แม้จะเป็นคำตำหนิ แต่ไม่มีความโกรธเคืองในน้ำเสียงนั้นแม้แต่น้อย มีเพียงความลึกซึ้งที่ยากจะบรรยาย ฉินมู่ไป๋ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาส่องประกายคมกล้าดั่งกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก พลังปราณโบราณที่เพิ่งได้รับจากการสืบทอดเมื่อครู่เริ่มหมุนวนอยู่ในจุดตันtian (ตันเถียน) ของเขาอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่แค่การฟื้นฟู แต่เป็นการทะลวงขอบเขตครั้งใหญ่! ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผัน *“พบตัวพวกมันแล้ว! อยู่ในซอกหินนี่เอง!”* เสียงตะโกนก้องพร้อมกับแสงกระบี่มารสีโลหิตที่ฟันผ่าม่านหินย้อยเข้ามาอย่างโหดเหี้ยม แรงปะทะทำให้เศษหินกระเด็นว่อน หลี่จื่อเหว่ยเตรียมชักกระบี่สวนกลับทันที แต่ฉินมู่ไป๋กลับกดมือนางไว้ สายตาของเขาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่มองเหยื่อ เขาก้มลงกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย “อาจารย์... ท่านพักผ่อนสักครู่เถอะครับ ตาแก่พวกนี้... ให้ศิษย์จัดการเอง” พูดจบ ฉินมู่ไป๋ก็สะบัดมือออกไปเบื้องหน้า ร่างของเขายืนบังร่างของอาจารย์หญิงไว้มิดชิด ทันใดนั้น อักขระสีทองอร่ามพันตัวก็ระเบิดออกจากฝ่ามือของเขา แผ่พุ่งกลายเป็นค่ายกระบี่สวรรค์ที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งขุนเขา! แต่ทว่า... ในเงาสลัวของค่ายกระบี่ที่กำลังก่อตัวขึ้นนั้น เงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากมุมมืดลึกที่สุดของถ้ำกลับไม่ได้ถือกระบี่ของสำนักมารโลหิต แต่มันคือ... กระบี่ประจำกายของปรมาจารย์ผู้ล่วงลับแห่งสำนักของพวกเขาเอง! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงดาราไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%