เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องนภากำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ภายในหุบผาดาราคราม ค่ายกลกระบี่เก้าสวรรค์ที่ถูกจัดวางไว้โดยรอบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนอักขระสีทองนับหมื่นตัวบนพื้นศิลาเริ่มปริร้าว
ฉินมู่ไป๋นั่งขัดสมาธิอยู่ใจกลางค่ายกลนั้น ร่างกายของเขาท่วมท้นไปด้วยเหงื่อกาฬที่ผสมปนเปกับโลหิตสีทองอันบริสุทธิ์ เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนราวกับมังกรเพลิงที่กำลังดิ้นรนจะฉีกกระชากผิวเนื้อออกมา การทะลวงผ่าน "ขอบเขตเซียนขั้นต้น" ไม่ใช่แค่การสะสมพลังลมปราณ แต่เป็นการท้าทายกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินโดยตรง การฝืนลิขิตสวรรค์เช่นนี้ย่อมต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดที่แม้แต่มหาเทพในอดีตยังต้องสะท้าน
"มู่ไป๋... เจ้าฝืนเกินไปแล้ว"
เสียงหวานใสที่มักจะเย็นชาดั่งน้ำแข็งในยามปกติ บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อย หลี่จื่อเหว่ยยืนอยู่ตรงข่ายอาคมเบื้องนอก ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด นางยื่นมือเรียวบางออกไปหมายจะถ่าย ทอดพลังปราณน้ำแข็งสุริยันเข้าช่วยประคับประคอง แต่อานุภาพของทัณฑ์สวรรค์ที่กำลังก่อตัวบนยอดเขากลับผลักดันนางกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว
ฉินมู่ไป๋ลืมตาขึ้น ชัยภูมิในดวงตาของเขาคู่นั้นหมุนวนด้วยภาพของห้วงดาราและคมกระบี่ที่พร้อมจะผ่าอนันตกาล เขาแย้มยิ้มออกมา แม้ริมฝีปากจะมีโลหิตไหลริน "ศิษย์พี่... ท่านก็รู้ว่าข้าไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้กระทั่งสวรรค์ หากสวรรค์ต้องการพรากข้าไปจากท่านวันนี้ ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้แหละ... ผ่ามันให้ขาดเป็นสองท่อน!"
น้ำเสียงของเขาทรงพลังและเปี่ยมด้วยความทะนงตนอย่างถึงที่สุด ราวกับมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดเพื่อทวงบัลลังก์แห่งจักรวาล ความคลั่งรักและศรัทธาอันแรงกล้าที่มีต่อสตรีตรงหน้า หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณกระบี่ จนเกิดเป็นแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้มิติรอบด้านบิดเบี้ยว
บนท้องนภา เมฆทัณฑ์สีดำสนิทแผ่ขยายปกคลุมรัศมีนับพันลี้ สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดเท่าลำต้นไม้ยักษ์คำรามลั่นราวกับสัตว์อสูรบรรพกาลที่กำลังโกรธเกรี้ยว มันคือ "อัสนีบาตทัณฑ์สวรรค์รอบแรก" ที่กำลังจะฟาดลงมาพิพากษามดปลวกผู้กล้าอาจหาญท้าทายฟ้าดิน
หลี่จื่อเหว่ยเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตาคู่คมที่มักจะไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส นางรู้ดีว่าการขัดขวางทัณฑ์สวรรค์จะทำให้สายฟ้าทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ถ้านางไม่ทำ... ฉินมู่ไป๋อาจจะต้องดับสูญทั้งวิญญาณ
"หากเจ้าตาย... ข้าจะอยู่ผู้เดียวในยุทธภพนี้ไปเพื่ออะไร" หลี่จื่อเหว่ยพึมพำเบาๆ ทว่าเด็ดเดี่ยว นางสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง กระบี่เทพเหมันต์ประจำกายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ปลดปล่อยไอเย็นยะเยือกที่แช่แข็งแม้กระทั่งสายลม เพื่อสร้างม่านโล่ปกป้องชายหนุ่มผู้เป็นดวงใจ
"อย่า!" ฉินมู่ไป๋คำรามลั่นด้วยความตกใจระคนอาลัย "นี่คือทัณฑ์ของข้า ศิษย์พี่... ท่านถอยไป!"
โครมมมม!
เสียงคำรามของฟ้าดินกลบทุกสรรพเสียง อัสนีบาตสีม่วงเข้มเส้นแรกฟาดผ่าทะลวงม่านพลังเหมันต์ของหลี่จื่อเหว่ยลงมาอย่างไม่ปรานี พลังทำลายล้างแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน หินผาแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างของหลี่จื่อเหว่ยจนกระเด็นกระดอนถอยหลัง พ่นโลหิตคำโตออกมากลางอากาศ
"ศิษย์พี่!" ฉินมู่ไป๋แผดเสียงร้องราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยโทสะอันไร้ขีดจำกัด พลังปราณทั่วร่างระเบิดทะลักออกมาดั่งภูเขาไฟระเบิด กระบี่บินคู่กายสะท้านไหว กรีดร้องโหยหวนด้วยความกระหายเลือด
เขายืนหยัดขึ้นท่ามกลางเศษซากปรักหักพัง มือขวาคว้าจับด้ามกระบี่มั่น ท่ามกลางสายฟ้าสีม่วงที่กำลังพุ่งตรงเข้าใส่กลางกระหม่อมของเขาอย่างเหี้ยมเกรียม
ทว่า ในวินาทีที่อัสนีบาตสายแรกกำลังจะกลืนกินร่างของเขา รอยยิ้มเย้ยหยันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตมหาเทพ ฉินมู่ไป๋ไม่หลบหนี ไม่ตั้งรับ แต่กลับพุ่งทะยานสวนขึ้นไปหาความตายบนท้องฟ้าพร้อมกับประกายกระบี่ที่สว่างเจิดจ้ากว่าดวงอาทิตย์นับร้อยดวงรวมกัน!
ปัง!
แสงสว่างวาบเจิดจ้าจนโลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลน สติของทุกคนดับวูบลงในชั่วพริบตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ก่อนที่เงาร่างหนึ่งจะร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าพร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่ท้าทายแม้กระทั่งความตาย...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอัสนีบาตไปกับตัวละครของเรานะครับ หมึกทองคำข้ามภพจะกลับมาพร้อมบททดสอบที่ระทึกใจยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าอย่างแน่นอนครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 14
ทัณฑ์สวรรค์รอบแรกที่ต้องก้าวผ่าน
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!