"ความแค้น... ย่อมต้องชำระด้วยโลหิตจากก้นบึ้งของห้วงอเวจีเท่านั้น"
น้ำเสียงแหบพร่าดั่งมาจากขุมนรกโลกันต์ดังขึ้น ท่ามกลางม่านหมอกสีชาดที่ปกคลุมไปทั่วลานพิธีบูรพาทิศ กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านกดทับจนสรรพสิ่งรอบกายราวกับหยุดนิ่ง ฉินมู่ไป๋หรี่ตาลงเล็กน้อย คมกระบี่ในมือสั่นระริกโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นสัญชาตญาณดิบของอดีตมหาเทพที่กำลังกรีดร้องเตือนภัย—บางสิ่งจากอดีตชาติที่เขาคิดว่าฝังกลบลงไปในวัฏสงสารอย่างไร้รอยต่อ บัดนี้ได้ปีนป่ายกลับขึ้นมาทวงถามสิทธิ์แห่งความตายแล้ว
หลี่จื่อเหว่ยขยับกายเข้ามาประชิดเบื้องหลัง เงาร่างในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางสะท้อนความเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี ปราณกระบี่เหมันต์แผ่ขยายออกเป็นรัศมีปกป้องศิษย์รักอย่างแนบเนียน ดวงตางามลึกล้ำดั่งห้วงดาราคู่นั้นกวาดมองไปยังเงาร่างลึกลับที่ค่อยๆ ก้าวทะลวงม่านพลังออกมาทีละก้าว
"มู่ไป๋ ถอยไปก้าวหนึ่ง" สุ้มเสียงราบเรียบแต่มั่นคงของนางเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยคลื่นพลังที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"ท่านอาจารย์..." ฉินมู่ไป๋สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดข่มความปั่นป่วนในตันtian (จุดตันเถียน) ของตนเอง "เกรงว่า... ครั้งนี้จะไม่ใช่ศัตรูทั่วไป บุคคลผู้นี้มีกลิ่นอายที่ข้าคุ้นเคยยิ่งนัก... คุ้นเคยราวกับเคยร่วมดื่มสุราสาบานในภพภูมิที่ลืมเลือน"
สิ้นคำพูดนั้น เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก็ปรากฏเด่นชัด ร่างนั้นสูงโปร่ง ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกสวมทับด้วยหน้ากากกระดูกมารอสูร ทว่าดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังรอยแตกของหน้ากากกลับเปล่งประกายสีเพลิงคลั่งแค้น จ้องมองฉินมู่ไป๋ราวกับสตรีผู้ถูกหักอกหรือวิญญาณอาฆาตที่รอคอยการชำระหนี้มานับหมื่นปี
"ฉินมู่ไป๋... เจ้าสุนัขรับใช้แห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า!" ผู้มาเยือนหัวร่อออกมาเสียงดังสนั่น เสียงนั้นเสียดแก้วจนกระอักโลหิต "เจ้าคิดว่าการสละสังขารแล้วไปเกิดใหม่ในร่างของเด็กเหลือขอเช่นนี้ จะทำให้ข้าจำกลิ่นอายวิญญาณอันน่ารังเกียจของเจ้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ!"
บรรยากาศรอบด้านพลันแปรเปลี่ยนเป็นสนามรบแห่งจิตวิญญาณ แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมดาราพรั่งพรูออกมาจากร่างของศัตรูนิรนาม จนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ทว่าฉินมู่ไป๋กลับไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว เขายกกระบี่ในมือขึ้นระดับอก แววตาที่เคยมีความคลั่งรักเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่จื่อเหว่ย บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมหาญดุดันดั่งเทพสงครามผู้ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน
"หากเจ้าคือวิญญาณตกค้างจากยุคบรรพกาล..." ฉินมู่ไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ กังวานก้องไปทั่วหุบเขา "ในเมื่อชาติก่อนข้าสามารถส่งเจ้าลงนรกได้ ในชาตินี้... ข้าก็จักใช้กระบี่ในมือนี้ สับ2วิญญาณและร่างเนื้อของเจ้าให้แตกสลายกลายเป็นธุลีดินอีกครา!"
ฉับพลัน! ท้องนภาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม สายฟ้าคำรามลั่นราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธต่อการเผชิญหน้าระหว่างอดีตและปัจจุบัน หลี่จื่อเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงกลันอายมิติที่บิดเบี้ยว—นี่ไม่ใช่การแก้แค้นธรรมดา แต่มันคือ "ค่ายกลสะبرชะตา" ที่ถูกจัดวางไว้ล่วงหน้าเพื่อดึงดูดพวกเขาทั้งสองเข้าสู่หลุมพราง!
"ระวัง!" หลี่จื่อเหว่ยอุทานเบาๆ พร้อมกับสะบัดมือเรียกกระบี่ประจำกาย "เหมันต์สะท้อนฟ้า" ออกมาจากห้วงมิติ
ทว่า... ก่อนที่คมกระบี่ของทั้งสองฝ่ายจะได้ปะทะกัน เงาร่างปริศนากลับยกย่องมุมปากอย่างน่าขนลุก มันดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พื้นดินเบื้องล่างก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทิ้งท้ายไว้ว่า...
"ฉินมู่ไป๋... จงดูให้ดีว่าสตรีที่เจ้าปกป้องนักหนานี้... แท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่ที่ส่งเจ้ามาเกิดใหม่ในชาตินี้!"
ร่างของหลี่จื่อเหว่ยสะท้านเฮือก ดวงตางามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี... และก่อนที่สติของฉินมู่ไป๋จะถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงมิติแห่งความจริงอันโหดร้าย เงาร่างของอาจารย์หญิงผู้เย็นชาที่เขารักสุดหัวใจ ก็ค่อยๆ เอื้อมมือมาผลักเขาออกไป พร้อมกับคมกระบี่ปริศนาที่พุ่งแทงทะลุแผ่นหลังของนางเองจากด้านหลัง!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิตินี้มาด้วยกัน หมึกทองคำข้ามภพจะกลับมาสานต่อเรื่องราวแห่งชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงในตอนหน้าอย่างแน่นอนครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 18
ศัตรูจากอดีตชาติปรากฏกาย
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!