"แคว้นจ้าวส่งหยกตรามังกรโลหิตมาสามพันชั่ง แคว้นฉินส่งโสมพันปีเบญจพฤกษ์มาแปดสิบต้น... ทว่าเจตนาเบื้องหลังของบรรณาการเหล่านี้ หาใช่ความภักดีไม่ หากแต่เป็นยาพิษเคลือบน้ำตาลที่หมายส่งมาปิดปากพวกเรา"
เสียงของอ๋องแปดแห่งแคว้นตงหยางดังสะท้อนก้องภายในตำหนักมืดทึบ แสงเทียนสีชาดสั่นไหวตามแรงกระแทกของลมปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเหล่าผู้อาวุโสทั้งห้าแห่งสำนักกระบี่นภา บรรยากาศภายในห้องโถงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณ จนทำให้เหล่าศิษย์สายในที่ยืนอยู่ด้านนอกต่างหลั่งเหงื่อกาฬด้วยความหวาดกลัว
ฉินมู่ไป๋นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์สีดำสนิท ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองป้ายหยกบัญชาการที่วางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนอย่างไม่แยแส นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพนักแขนเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าดังก้องกังวานอยู่ในจิตใจของทุกคน
"ห้าอาณาจักรใหญ่ขยับตัวพร้อมเพรียงกันเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" ฉินมู่ไป๋เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว "พวกมันคิดว่าการใช้ข้ออ้างเรื่องการประชุมใหญ่เจตภูติ จะสามารถบีบให้สำนักกระบี่นภาของเรายอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ที่พวกมันร่างขึ้นในเงาได้กระนั้นหรือ?"
"มู่ไป๋... เจ้าอย่าได้ประมาท"
เสียงหวานกังสดาลดั่งระฆังแก้วท่ามกลางหิมะโปรياتดังขึ้นจากมุมมืดของตำหนัก หลี่จื่อเหว่ย ก้าวเดินออกมาด้วยชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ ปราณเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจนละอองน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม นางหยุดยืนอยู่เบื้องข้างฉินมู่ไป๋ สายตาคู่คมที่มักจะเย็นชากลับทอประกายความกังวลยามมองสบตาเขา "เบื้องหลังแคว้นทั้งห้า มีเงาของ 'นิกายโลหิตทมิฬ' ชักใยอยู่ ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมารที่ถูกสะกดไว้ใต้ค่ายกลเคลื่อนย้ายดารา หากพวกมันร่วมมือกับขุนนางกังฉินในราชสำนัก เป้าหมายที่แท้จริงหาใช่การเมืองยุทธภพ แต่เป็นการทำลายรากฐานการบำเพ็ญเพียรของสำนักเราให้สิ้นซาก"
ฉินมู่ไป๋ชะงักมือที่เคาะพนักเก้าอี้ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
สำหรับคนอื่น นิกายโลหิตทมิฬอาจเป็นภัยพิบัติที่น่าสะพรึงกลัว แต่สำหรับอดีตมหาเทพผู้เคยเหยียบย่ำซากศพของเหล่าจอมมารมานับไม่ถ้วน พวกมันก็เป็นเพียงแค่ฝูงมดปลวกที่บังอาจอาจหาญท้าทายแสงตะวัน
"ต่อให้พวกมันดึงเอาปีศาจจากขุมนรกโลกันตร์มาหนุนหลัง แต่อย่าลืมว่าในสายตาของข้า..." ฉินมู่ไป๋ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าแผ่ซ่านแรงกดดันที่เหนือกว่าขอบเขตทั่วไปจนผู้อาวุโสทั้งห้าต้องหายใจติดขัด "...กระบี่ในมือของข้าเล่มนี้ เกิดมาเพื่อตัดศีรษะพวกมันโดยเฉพาะ"
เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางของหลี่จื่อเหว่ยที่วางอยู่ข้างลำตัว ความเย็นเยียบจากกายของนางปะทะเข้ากับความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขา ชั่วขณะนั้น ความตึงเครียดทั้งหมดในห้องโถงราวกับถูกหลอมละลายด้วยสายตาที่ฉินมู่ไป๋ใช้มองนาง มันเป็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้งและอ่อนโยนอย่างยิ่งยวด—แตกต่างจากความเหี้ยมหาญเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
"อาจารย์โปรดวางใจ" ฉินมู่ไป๋กระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นดั่งคำสัตย์สาบานต่อฟ้าดิน "ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย ข้าจะไม่มีวันยอมให้ใครทำลายรอยยิ้มของท่าน หรือแม้แต่ปลายเส้นผมของท่านแม้แต่น้อย"
หลี่จื่อเหว่ยเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ใบหน้างามล้ำเลิศขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าผู้อาวุโสที่ต่างพากันเบือนหน้าหนีด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะวิกฤตเพียงใด ศิษย์ตัวแสบผู้นี้ก็ยังคงหาจังหวะแสดงความคลั่งรักออกมาได้เสมอ
ทว่า บรรยากาศอันหวานล้ำนั้นอยู่ได้เพียงชั่วลมหายใจ...
*ตูมมมม!*
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศเหนือของสำนักกระบี่นภา แรงสั่นสะเทือนรุนแรงทำให้ค่ายกลป้องกันภูเขาคำรามลั่น แสงสีทองของอักขระโบราณแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ดั่งกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนยักษ์
"เกิดอะไรขึ้น!" อ๋องแปดตบโต๊ะลุกขึ้นยืน สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด
ร่างของศิษย์ลาดตระเวนผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาในตำหนักด้วยสภาพสะביกสะบอม โลหิตสีแดงฉานพ่นทะลักออกจากปาก ก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลงขาดใจตายแทบเท้าของฉินมู่ไป๋ บนหน้าอกของศิษย์ผู้นั้นมีรอยประทับรูป "ดอกบัวโลหิต" สีดำสนิท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เด่นชัดของกองกำลังลึกลับที่เคลื่อนไหวอยู่ในเงามืด
ฉินมู่ไป๋ก้มลงมองรอยประทับนั้น ดวงตาหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่างโดยไม่รู้ตัวจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
"มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีก..."
ฉินมู่ไป๋สะบัดแขนเสื้อ ร่างของเขาก้าวไปยืนอยู่ที่1ริมระเบียงของตำหนัก สายตาทอดมองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนที่บัดนี้ถูกย้อมด้วยเมฆหมอกสีเลือด ทิศเหนือของเทือกเขากระบี่นภา ปรากฏเสาแสงสีดำทมิฬพุ่งทะยานเสียดฟ้า พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสัตว์อสูรบรรพกาลที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากหลุมศพโบราณ
และในวินาทีนั้นเอง ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากไกลๆ เงาร่างนับพันในชุดคลุมสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นบนยอดเขาเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่เสียดแทงโสตประสาทของทุกคน
"ฉินมู่ไป๋! วันนี้คือวันตายของสำนักกระบี่นภา เจ้าเตรียมตัวรับทัณฑ์สวรรค์ที่แท้จริงหรือยัง!"
เสียงอันทรงพลังและเปี่ยมด้วยจิตสังหารดังสะท้อนก้องฟ้า พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษลึกลับผู้สวมหน้ากากทองคำขาว ที่ในมือถือ "กระบี่มารกลืนดารา" อาวุธวิเศษระดับตำนานที่สูญหายไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางในวิถียุทธภพอันยาวนานนี้ด้วยนะครับ — หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 22
คลื่นใต้น้ำของห้าอาณาจักร
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!