"สุนัขจนตรอกเช่นเจ้า ยังกล้าอาจหาญก้าวเข้ามาเหยียบเขตแดนยอดเขาเจ็ดดาราอีกหรือ? ร่างเดิมของเจ้าเป็นเพียงขยะไร้ค่าที่แม้แต่สุนัขเฝ้าประตูยังไม่ชายตาแล เหตุใดวันนี้จึงทำตัวราวกับมีกระดูกสันหลังขึ้นมาเล่า ฉินมู่ไป๋!"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังระคนไปกับแรงกดดันจากพลังปราณขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ ผู้ที่เอ่ยวาจาคือ ‘ไป๋อี้หลาง’ ศิษย์สายหลักผู้ดูแลกฎระเบียบประจำลานประลองกระบี่ ใบหน้าของมันหล่อเหลาแต่บิดเบี้ยวด้วยความริษยาและดูแคลน สายตาทอดมองร่างของฉินมู่ไป๋ราวกับมองดูเศษธุลีใต้ฝ่าเท้า รอบกายมันมีศิษย์สายหลักอีกนับสิบคนยืนล้อมวงส่งเสียงหัวร่อต่อกระซิก รอคอยดูความอับอายของบุรุษผู้เคยเป็นที่รังเกียจที่สุดในสำนัก
ฉินมู่ไป๋มิได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นัยน์ตาคู่นั้นลึกล้ำราวดาราในห้วงจักรวาล ในอดีตกาล เขาคือมหาเทพผู้สั่นสะเทือนสามภพ ไฉนเลยจะต้องมาใส่ใจมดปลวกที่ยังไม่เข้าใจแม้กระทั่งวิถีแห่งเต๋าเช่นนี้?
ทว่า สิ่งเดียวที่ทำให้มุมปากของเขายกย่องขึ้นด้วยความเยือกเย็น มิใช่เพราะคำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น หากแต่เป็นเพราะในห้วงจิตวิญญาณของเขา ภาพของ ‘หลี่จื่อเหว่ย’ อาจารย์หญิงผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็ง กำลังนั่งหลับตาบำเพ็ญเพียรอยู่เบื้องหลังม่านหมอกไอน้ำพุวิญญาณ นางคือสตรีผู้เดียวที่เขายอมจำนนต่อดวงใจ หากมดปลวกเหล่านี้ส่งเสียงรบกวนความสงบของนาง นั่นย่อมหมายถึงโทษทัณฑ์แห่งความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
"ไป๋อี้หลาง..." ฉินมู่ไป๋เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาราวกับสายน้ำนิ่งสนิท ทว่ากลับแฝงความกดดันอันหนักอึ้งจนบรรยากาศรอบกายพลระงับลงทันที "คนโง่เขลามักคิดว่าเสียงเห่าหอนของตนคingดังกล่าวกว่าเสียงฟ้าคำราม เจ้าอาศัยบารมีตระกูลไป๋กดขี่ผู้อื่นมานานเท่าใดแล้ว? วันนี้ ข้าจะใช้ฝ่ามือคู่นี้... สอนให้เจ้ารู้จักคำว่า ‘สำนึก’ เป็นอย่างไร"
สิ้นคำพูด ร่างของฉินมู่ไป๋ก็เคลื่อนไหว!
วิชาตัวเบา ‘ก้าวพสุธาท่องดารา’ ถูกใช้ออกโดยไร้สุ้มเสียง ราวกับภูตผีที่แหวกว่ายผ่านห้วงมิติ ความเร็วนี้เหนือล้ำเกินกว่าขอบเขตที่ไป๋อี้หลางจะคาดคิด ดวงตาของศิษย์สายหลักเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณดิบของจอมยุทธ์ร่ำร้องเตือนภัย มันรีบตบกระบี่ออกจากฝักหมายจะแทงทะลวงจุดตาย
*ชิ้ง!*
เสียงเหล็กกระทบกันกังวานก้อง แต่สิ่งที่ปะทะมิใช่คมกระบี่ หากแต่เป็นฝ่ามือเปล่าของฉินมู่ไป๋ที่แผ่ไอสีครามเข้มข้น ดั่งคมกระบี่ไร้ลักษณ์ที่หลอมรวมจากกฎเกณฑ์ฟ้าดิน
*เพี๊ยะ!*
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอัสนีบาตฟาดผ่ากลางวันแสกๆ แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้ร่างของไป๋อี้หลางหมุนคว้างกลางอากาศสามรอบ ฟันขาวร่วงหล่นปะปนกับกองเลือดสดๆ สาดกระเซ็นลงสู่พื้นลานประลอง ร่างของมันกระแทกเข้ากับเสาหินอัคคีจนร้าวราน ก่อนจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ทางสู้
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ศิษย์สายหลักทุกคนต่างอ้าปากค้างจนแทบกลืนกินหมัดของตนเองลงไป
นี่หรือคือฉินมู่ไป๋ผู้ไร้ค่า? ฝ่ามือเดียว... สามารถซัดศิษย์สายหลักขั้นสมบูรณ์จนกระเด็นราวกับสุนัขข้างถนนได้อย่างไรกัน!
"เจ้า... เจ้ากล้าลงมือกับข้าในเขตสำนัก?" ไป๋อี้หลางกระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าบวมเป่งจนเสียรูป ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง "ผู้อาวุโสต้องไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!"
ฉินมู่ไป๋ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคงดุจขุนเขา ไหล่ผึ่งผายเปี่ยมด้วยสง่าราศีของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ เขาก้มมองคู่ต่อสู้ที่นอนดิ้นพล่านด้วยสายตาเย้ยหยัน
"ผู้อาวุโสหรือ? ต่อให้เจ้าเรียกเจ้าสำนักมาในตอนนี้ หากพวกมันกล้ารบกวนความสงบของยอดเขาเจ็ดดารา ข้าก็พร้อมจะสยบพวกมันลงใต้ฝ่าเท้าเช่นกัน" ฉินมู่ไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานลึกซึ้ง ก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่แยแส "ไสหัวไปเสีย! หากยังมีครั้งหน้า ข้าจะมิใช่แค่ตบหน้าเจ้า... แต่อาจเป็นกระดูกทั่วร่างของเจ้าที่จะถูกบดขยี้จนละเอียดเป็นผุยผง"
กลุ่มศิษย์สายหลักรีบกรูเข้าไปพยุงร่างของไป๋อี้หลางที่หมดสภาพ ถอยร่นหนีออกไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับได้พบเจอปีศาจผู้ฟื้นคืนจากขุมนรก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง และฉินมู่ไป๋กำลังจะหันหลังกลับเพื่อไปดูแลหลี่จื่อเหว่ยผู้เป็นดวงใจ ทันใดนั้น ท้องน้ายอดเขาเจ็ดดาราที่เคยแจ่มใสกลับมืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันเป็นเกลียวพายุ พร้อมกับสายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์ที่ฟาดผ่าลงมาตรงหน้าผาบำเพ็ญเพียรของนางเซียน!
แรงกดดันระดับมหาเทพสวรรค์แผ่ซ่านกดทับลงมาจนฉินมู่ไป๋ต้องขมวดคิ้วแน่น ประตูหินห้องบำเพ็ญเพียรที่ปิดสนิทค่อยๆ แตกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงกระบี่โบราณที่สั่นสะท้อนคำรามก้องฟ้า และร่างของหลี่จื่อเหว่ยที่กระอักโลหิตสีเงินบริสุทธิ์ออกมาคำโต!
"หรือว่า... ทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้าจะมาเยือนเร็วกว่ากำหนด?" ฉินมู่ไป๋พึมพำกับตนเอง นัยน์ตาสะท้อนประกายความกังวลระคนเหี้ยมเกราะ ก่อนที่เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทจะปรากฏตัวขึ้นบนยอดไม้สูง พร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้ายที่เอ่ยขึ้นว่า...
"ฉินมู่ไป๋... เจ้าปกป้องนางได้วันนี้ แต่จอมมารโลหิตผู้พี่ของเจ้า ได้นำกองทัพกระบี่มารเหยียบย่างมาถึงประตูสำนักแล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
- หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 3
ฝ่ามือตบหน้าศิษย์พี่ผู้จองหอง
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!