ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 30

การหลบหนีครั้งใหญ่

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
รสชาติของความตายในคุกใต้ดินแห่งตลาดมืดนั้น คล้ายกับสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นเน่าเฟะของความโลภ กรันต์กัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก หยาดเหงื่อกาฬไหลย้อยผสมกับคราบเลือดเก่ากรังบนใบหน้า ดวงตาข้างซ้ายของเขา—เนตรประเมินที่ถูกพันธนาการด้วยผ้าเปื้อนเลือด—กำลังเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต มันร้อนผ่าวราวกับถูกนาบด้วยถ่านแดง รอยแผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกใต้เสื้อผ้าขาดวิ่นส่งกระแสความเจ็บแปลบเสียดแทงลึกถึงขั้วหัวใจ ทุกครั้งที่จังหวะชีพจรเต้น ความทรงจำสีเทาหม่นที่เคยสูญหายก็พยายามจะทะลักทลายออกมา แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคร่ำครวญถึงอดีต เพราะในความมืดมิดของห้องขังเดี่ยว ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของ "ผู้คุมทัณฑ์วิญญาณ" กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ "มันยังหายใจอยู่ไหม..." เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกลากบนพื้นคอนกรีตดังลอดผ่านประตูเหล็กกล้าหนาเตอะ กรันต์ไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่พิงแผ่นหลังชนกับกำแพงอิฐชื้นแฉะ ในมือสั่นเทาของเขาไม่ได้ถืออาวุธร้ายแรงอะไร มีเพียง "เศษตะปูสังฆทานโบราณ" ที่ขึ้นสนิมเขียวครึ้มยาวประมาณสามนิ้ว ซึ่งเขาแอบซ่อนไว้ในรอยต่อของรอยแยกผนังตั้งแต่คืนแรกที่ถูกจับกุม และ "กระดุมทองเหลือง" สลักลายรูปงูกินหาง ซึ่งเป็นสิ่งของชิ้นสุดท้ายที่Mayaเคยโยนให้ก่อนที่เขาจะตกลงมาในหลุมพรางนี้ วัตถุทั้งสองชิ้นนี้มีความอาถรรพ์ในตัว ตะปูสังฆทานมีความสามารถในการ "ตัดขาดอาคมระยะสั้น" ขณะที่กระดุมทองเหลืองมีกลิ่นอายความทรงจำที่สะกดจิตวิญญาณระดับต่ำได้ชั่วพริบตา แต่มันต้องแลกมาด้วยพลังชีวิตของคนใช้ "ถ้าข้าออกไปไม่ได้... ข้าคงกลายเป็นเพียงปุ๋ยบำรุงตลาดมืดแห่งนี้ไปตลอดกาลสินะครับ" กรันต์พึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มหยัน นัยน์ตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนความบ้าระห่ำไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม แอ๊ด... เสียงเหล็กเสียดสีกันดังลั่นเมื่อช่องส่งอาหารที่ประตูถูกเปิดออก ดวงตาสสีแดงก่ำคู่หนึ่งส่องประกายผ่านความมืดเข้ามา มันคือผู้คุมทัณฑ์ร่างยักษ์ผู้ไร้เงา "ส่งแขนเจ้าออกมา... ผู้คุมต้องการตรวจสอบเครื่องพันธนาการ" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟัน กรันต์ไม่เอ่ยคำใด เขาขยับตัวช้าๆ ราวกับคนหมดแรง แกล้งทำเป็นเดินโซเซเข้าไปใกล้ช่องประตู มือซ้ายที่กุมเศษตะปูสังฆทานซ่อนไว้แนบข้างลำตัว จังหวะที่มือมหึมาของผู้คุมเอื้อมทะลักเข้ามาคว้าข้อศอกของเขาเพื่อลากตัว กรันต์ไม่รอช้า เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวสวนทาง แทงเศษตะปูสนิมเขรอะเข้าใส่จุดชีพจรบนข้อมือของผู้คุมอย่างแม่นยำราวกับจับวาง! ฉั๊ะ! เสียงเนื้อฉีกขาดพร้อมกับประกายไฟสีม่วงพุ่งวาบ อาคมสะกดวิญญาณที่ใช้ตรึงขังกรันต์ถูกตัดขาดชั่วขณะ เกิดแรงกระชากสะท้อนกลับจนผู้คุมทัณฑ์ร้องคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด ถอยหลังไปชนกรงเหล็กข้างๆ จนเกิดเสียงดังสนั่น "แก... ไอ้หนูเดรัจฉาน!" กรันต์ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ เขาใช้เท้าถีบเข้าที่บานประตูเหล็กเต็มแรง พร้อมกับกัดกระดุมทองเหลืองในปากเพื่อปลดปล่อยพลังงานความโกรธเกรี้ยวที่สะสมไว้ กลิ่นอายความตายพวยพุ่งออกมาจากตัวเขาจนเกิดภาพลวงตาเป็นเงาดำมหึมาพุ่งเข้าครอบงำจิตใจผู้คุมในเสี้ยววินาทีนั้น ผู้คุมร่างยักษ์เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหิน กรันต์ไม่รอช้า เขากระชากกุญแจเหล็กดอกใหญ่ที่ห้อยอยู่ที่เข็มขัดของผู้คุมออกมาได้สำเร็จ มือสั่นเทาไขเปิดประตูห้องขังออก กลิ่นอายความอับชื้นและอิสรภาพปะทะเข้ากับใบหน้าอาบเลือดทันที เขาวิ่งฝ่าความมืดไปตามทางเดินหินศิลาแลงอันยาวเหยียด เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระคนเสียงหอนของวิญญาณเร่ร่อนในตลาดมืดดังระงมไปทั่วบริเวณ ทางหนีทีไล่ที่เขาคาดการณ์ไว้ในหัวถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วผ่านดวงตาข้างซ้ายที่มองเห็นร่องรอยพลังงานเวทมนตร์จางๆ ที่หลงเหลืออยู่ เบื้องหน้าของเขาคือทางแยกสองทาง ทางซ้ายมุ่งสู่ลานประมูลใต้ดินที่มีผู้คนพลุกพล่านซึ่งยากแก่การหลบซ่อน แต่เป็นจุดที่กลบเกลื่อนร่องรอยได้ดีที่สุด ส่วนทางขวาคืออุโมงค์ระบายน้ำทิ้งที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำสายมืดด้านนอก ซึ่งเต็มไปด้วยกระแสน้ำเชี่ยวกรากและสัตว์อสูรกลายพันธุ์ กรันต์หยุดยืนหอบหายใจรดต้นคอตัวเอง เม็ดเหงื่อไหลหยดลงบนพื้น เสียงฝีเท้าของกองกำลังไล่ล่าดังใกล้เข้ามาทุกทีจากด้านหลัง เงาดำนับสิบกำลังพุ่งตรงมายังทางแยกนี้ ในจังหวะความเป็นความตายที่ตัดสินใจได้เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงไฟสลัวจากคบเพลิงก็ส่องกระทบเข้ากับร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่ตรงทางแยกฝั่งขวาอย่างเงียบเชียบ ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ด แต่กลิ่นหอมจางๆ ของดอกการ์ดิเนียผสมกลิ่นดินปืนที่คุ้นเคยทำให้กรันต์ชะงักฝีเท้าทันที มายา หญิงสาวผู้กุมความลับทั้งหมด ยืนกอดอกพิงผนังอุโมงค์ เธอเหลือบมองกรันต์ด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ก่อนจะโยนวัตถุบางอย่างข้ามหัวเขาไปกระแทกพื้นด้านหลังดังเคร้ง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่แฝงความนัยอันลึกซึ้ง "เจ้ามาช้าไปสามนาทีนะ กรันต์..." มายาปรายตามองกองกำลังที่กำลังวิ่งใกล้เข้ามา แล้วหันมาสบตากับเขา "และทางออกที่เจ้ากำลังจะเลือก... มันมีกับดักรออยู่แล้ว" กรันต์เบิกตากว้างเมื่อมองตามวัตถุที่มายาโยนมา มันคือ "ศิลาสะท้อนวิญญาณ" ที่กำลังสั่นระริกและนับถอยหลังการระเบิด... และในเสี้ยววินาทีก่อนที่แสงสีขาวจ้าจะกลืนกินทุกสิ่ง มายากลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของกรันต์เย็นเฉียบ "ยินดีต้อนรับกลับสู่ความจริง... สามีผู้ล่วงลับของฉัน" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดบทนี้ด้วยกันนะครับ — ประตูมิติที่แปด
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%