ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 31

พันธมิตรที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบน้ำมันเครื่องเก่าๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของตรอกซอกซอยด้านหลังโรงประมูลใต้ดิน ไม่มีเสียงลมพัดผ่าน ณ ที่แห่งนี้ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อระบายน้ำที่ดังติ๋งๆ คล้ายจังหวะนาฬิกาแห่งความตายกำลังนับถอยหลัง กรันต์ยืนพิงแผ่นอิฐสีดำชื้นแฉะ ดวงตาข้างซ้ายของเขาสะท้อนแสงเรืองรองสีครามจางๆ จ้องมองร่องรอยคราบพลังงานเวทมนตร์สีเทาหม่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่—ร่องรอยของมายา หญิงสาวผู้กุมความลับทั้งหมดของเขา ผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากการปะทะกันครั้งล่าสุดที่ตลาดมืดชั้นใน รอยแผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกใต้เสื้อโค้ทเนื้อหนาสั่นระริก มันส่งความเจ็บแปลบราวน과เหล็กร้อนๆ มากระตุ้นเตือนให้เขารู้ว่า เวลาของเขากำลังจะหมดลง "การตามหาผู้หญิงที่จงใจซ่อนตัวในตลาดมืดแห่งนี้ ด้วยดวงตาข้างเดียวที่ใกล้จะบอดสนิท... ดูจะเป็นงานของคนโง่มากกว่านักประเมินมือหนึ่งนะครับ, คุณกรันต์" น้ำเสียงยียวนกวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืดของกองลังไม้ผุพัง กรันต์ไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขารู้ดีว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร — 'โจนาธาน' พ่อค้าของเถื่อนจอมกะล่อนผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในเรื่องการขายวัตถุต้องสาปมือสองและข้อมูลที่เชื่อถือได้น้อยที่สุดในบรรดาพ่อค้าทั้งหมด "ถ้าเจ้ามาเพื่อจะบอกให้ข้าล้มเลิก ก็ไสหัวไปซะ โจนาธาน" กรันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีด โจนาธานก้าวออกมาจากเงาแสงสลัวของตะเกียงไอน้ำ ร่างโปร่งบางในชุดสูทลายตารางเก่าๆ ที่กระดุมหลุดไปครึ่งเม็ด กำลังคีบมวนบุหรี่สมุนไพรกลิ่นฉุนไว้ที่มุมปาก เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะพ่นควันสีเทาจางๆ ออกมาอย่างไม่ยี่หระ "โฮ่ๆ ใจเย็นก่อนสิครับท่าน มือระเบิดแห่งตลาดมืดไม่ได้ใจร้อนขนาดนี้มาก่อนนี่นา... อีกอย่าง ผมไม่ได้มาเพื่อไล่คุณ แต่มาเพื่อ *ยื่นข้อเสนอ* ต่างหากล่ะ" โจนาธานยักไหล่ ท่าทางกวนประสาทนั้นชวนให้กำหมัดเสียเหลือเกิน กรันต์หรี่ตาลง ประเมินชายตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณนักประเมิน ดวงตาข้างซ้ายของเขามองทะลุผ่านเสื้อผ้าของโจนาธาน เห็นไอความมืดสีดำสนิทที่พันธนาการอยู่รอบข้อมือขวาของอีกฝ่าย — มันคือ "กำไลพันธะเลือด" วัตถุต้องสาปชั้นต่ำที่ใช้สำหรับการทำสัญญาแลกเปลี่ยนข้อมูล หากผิดสัญญา แขนข้างนั้นเน่าสลายทันที นั่นหมายความว่า... โจนาธานไม่ได้มาเล่นๆ และเขาก็กำลังจนมุมเช่นกัน "ข้อเสนออะไรของเจ้า?" กรันต์ถามเสียงต่ำ โจนาธานเดินเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคู่เล็กสีน้ำตาลกวาดมองไปรอบตรอกก่อนจะกระซิบเบาๆ "คุณกำลังตามหาแม่สาวมายา ผู้ถือครองกุญแจดอกที่แปด... และเธอก็กำลังหนีการตามล่าจาก 'สภาผู้ตรวจสอบ' ใช่ไหมล่ะครับ? น่าเสียดายนะ ที่คุณไม่มีทางหาเธอเจอด้วยตัวคนเดียวหรอก เพราะตอนนี้ เธอก bị ขังไว้ใน 'เขตอาคมสะท้อนเงา' ของชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุด... ที่ซึ่งกฎของตลาดมืดเอื้อมไม่ถึง" หัวใจของกรันต์กระตุกวูบ ภาพความทรงจำเลือนรางที่ถูกตัดขาดผุดขึ้นมาในหัว — ห้องใต้ดินสีขาว กลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อ และเสียงกระซิบที่คุ้นเคย "เจ้าเอาข้อมูลนี้มาจากไหน?" กรันต์เอื้อมมือไปควคอมคอเสื้อของโจนาธานอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายแทบตั้งตัวไม่ทัน แรงกดดันจากจิตสังหารแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นทันตาเห็น โจนาธานไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายังคงยิ้มกริ่ม แม้ลมหายใจจะติดขัดเล็กน้อยจากการถูกกระชาก "จาก... คนที่เคยขายกุญแจดอกนั้นให้เธอไงล่ะครับ" โจนาธานตอบเสียงพร่า มือข้างที่สวมแหวนเงินหัวกะโหลกยกขึ้นแตะข้อมือของกรันต์เบาๆ "ปล่อยผมก่อนเถอะครับคุณกรันต์ เรามาคุยกันแบบผู้มีอารยะดีกว่า... ผมรู้ทางเข้าเขตอาคมนั้น และผมมีกุญแจสำรองที่สามารถเปิดประตูบานนั้นได้ชั่วคราว แต่... ผมต้องการสิ่งแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าพอจะเอาหัวของตัวเองไปเสี่ยงกับสภาผู้ตรวจสอบ" กรันต์จ้องลึกลงไปในดวงตาของโจนาธานเพื่อค้นหาคำโกหก ดวงตาซ้ายของเขาเรืองแสงสีครามเข้มขึ้นจนเกือบเป็นสีดำ ไม่มีร่องรอยของการบิดเบือนสัจจะ... โจนาธานพูดความจริงครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งคือความโลภที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง "เจ้าต้องการอะไรจากข้า?" กรันต์ปล่อยมือออกจากคอเสื้อของอีกฝ่ายอย่างไม่ไยดี พร้อมกับปัดฝุ่นบนมือตัวเองราวกับเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรก โจนาธานจัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง "ง่ายมากครับ... ผมต้องการ 'เข็มกลัดนาฬิกาทราย' ที่คุณเพิ่งประเมินได้จากร้านของเฒ่ามาcusเมื่อวานนี้ วัตถุชิ้นนั้นบรรจุเวลาสามสิบนาทีสุดท้ายของคนตายไว้ มันมีค่ามหาศาลในตลาดมืด และผม... จำเป็นต้องใช้มันเพื่อต่อรองหนี้สินก้อนโตกับพวกมาפિયાเงา" กรันต์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เข็มกลัดนาฬิกาทรายชิ้นนั้นไม่ใช่แค่ของเก่าธรรมดา แต่มันคือวัตถุต้องสาปที่สามารถดึงความทรงจำช่วงสุดท้ายก่อนตายของผู้ถือครองออกมาได้ หากโจนาธานได้มันไป ความลับบางอย่างเกี่ยวกับอดีตของกรันต์ที่ถูกบันทึกไว้ในนาฬิกาทรายนั้นอาจจะหลุดรอดออกไปสู่ภายนอก ทว่า... หากไม่มีโจนาธารช่วยเหลือ มายาอาจจะไม่รอดพ้นจากเงื้อมมือของสภาผู้ตรวจสอบในค่ำคืนนี้ "ตกลง" กรันต์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงเรียบสนิทไร้ความลังเล "แต่ถ้าเจ้าตุกติก ข้าจะใช้ตาข้างนี้ควักวิญญาณออกจากร่างของเจ้า ก่อนที่กำไลพันธะเลือดบนแขนของเจ้าจะได้ทำงานเสียอีก" โจนาธานหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ ยื่นมือขวาออกมาเบื้องหน้า "ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ พาร์ทเนอร์... ตามผมมา ทางนี้ครับ" ทั้งคู่ก้าวลึกเข้าไปในความมืดมิดของตรอกซอกซอยที่แคบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานผุกรุณาที่มีสัญลักษณ์รูปดวงตากลับหัวสลักไว้ด้วยเลือดแห้งกรัง โจนาธานหยิบกุญแจสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ไขลงไปในรูกุญแจที่ไร้ซึ่งกลไก *คลิก* เสียงกลไกภายในประตูปลดล็อกดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังหิน ทว่าในวินาทีที่บานประตูค่อยๆ แง้มออก กลิ่นอายของความตายและความเย็นยะเยือกก็พวยพุ่งออกมาจากด้านใน พร้อมกับรอยเลือดสดๆ ที่ไหลหยดลงมาจากวงกบประตู... และเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ดังมาจากความมืดหลังประตูนั้น *“กรันต์... ระวังตัว... มันไม่ใช่โจนาธาน...”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดบทนี้ด้วยกันนะครับ — ประตูมิติที่แปด
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%