กลิ่นสนิมเหล็กและคราบน้ำมันเครื่องเก่าๆ คละคลุ้งจนแสบจมูก ท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้างหลังตลาดมืด เสียงเฟืองขบกันดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ราวกับเสียงกระดูกมนุษย์กำลังถูกบดขยี้ทีละชิ้น
กรันต์หอบหายใจหนักหน่วง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย แผ่นหลังของเขาแนบชิดกับเสาปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ ขณะที่สายตาคมกริบจับจ้องไปยังเบื้องหน้า—เงาร่างตะคุ่มนับสิบของ "หุ่นกระบอกเชิดกลไก" ที่ก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาสีแดงฉานของพวกมันสะท้อนแสงไฟกะพริบจากหลอดไฟนีออนใกล้ขาด ราวกับฝูงอสูรกายกระหายเลือด
"เกะกะชะมัด..." กรันต์พึมพำกับตัวเองเบื้องต่ำ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามมีดสั้นอาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น ส่วนมือซ้าย... เขายกขึ้นปลดผ้าคาดตาเนื้อหยาบออกอย่างช้าๆ
ทันทีที่เปลือกตาข้างซ้ายเปิดขึ้น โลกทั้งใบก็เปลี่ยนสีไป
ม่านตาสีดำสนิทของกรันต์ถูกแทนที่ด้วยประกายแสงสีฟ้าอมม่วงระยิบระยับราวกับจักรวาลอันเวิ้งว้าง ดวงตาวิเศษข้างนี้ไม่ได้มีไว้มองเห็นสิ่งกีดขวางทางกายภาพ แต่มันมองทะลุถึงแก่นแท้ "คำสาป" และ "จุดอ่อน" ที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลไกอันซับซ้อนของวัตถุต้องสาป
*แกร๊ก! ครืน...*
หุ่นกระบอกตัวแรกพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ มันเงื้อมือที่กลายสภาพเป็นใบมีดยาวเฟื้อยหมายจะผ่าร่างของเขาเป็นสองซีก
กรันต์ไม่ถอย เขาย่อตัวลงต่ำ กะจังหวะอย่างแม่นยำ ดวงตาซ้ายกวาดมองผ่านเส้นใยสีดำแห่งคำสาปที่พุ่งออกมาจากอกเสื้อของหุ่นกระบอก—*จุดนั้นแหละ!*
ปลายมีดสั้นอาคมถูกแทงสวนขึ้นไปตรงรอยต่อของกลไกบริเวณลิ้นปี่ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของหุ่นกระบอกตัวแรก มันชะงักกึก ดวงตาสีแดงดับวูบลงทันที ก่อนจะทรุดฮวบลงกลายเป็นเพียงเศษซากไม้และเหล็กไร้ค่า
"ตัวแรกผ่านไป..." กรันต์พ่นลมหายใจออกทางปาก พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่กำลังสูบฉีดอย่างรุนแรง
ทว่า รอบตัวเขายังเหลืออีกเก้าตัวที่กำลังคืบคลานเข้ามาล้อมกรอบอย่างเป็นระบบ เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นคอนกรีตดังประสานกันเป็นจังหวะนรก บีบให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง เสียงฝีเท้ารัวเร็วและการเคลื่อนไหวที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของชั้นลอย
"กรันต์! ข้างหลังคุณระวัง!" เสียงของมายาตะโกนก้อง หญิงสาวในชุดโค้ทหนังสีดำปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับปืนลูกซองสั้นในมือ เธอเหนี่ยวไกใส่หุ่นกระบอกตัวที่พยายามจะลอบโจมตีด้านหลังกรันต์จนกระเด็นถอยหลังไป แต่กระสุนธรรมดาก็ทำได้แค่หยุดพวกมันชั่วคราวเท่านั้น "พวกมันมีแกนกลางเป็นศิลาอาคมโบราณ ทำลายแค่ภายนอกไม่ได้ผลหรอกนะ!"
"ผมรู้แล้ว!" กรันต์ตะโกนตอบเสียงกร้าว ดวงตาข้างซ้ายเรืองแสงวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาเพ่งสมาธิไปยังหุ่นกระบอกสามตัวที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน
ภาพความทรงจำและโครงสร้างคำสาปไหลทะลักเข้าสู่สมองของกรันต์จนปวดแปล๊บ เขาเห็นอดีตของหุ่นกระบอกเหล่านี้—พวกมันถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของช่างกลนอกรีตในยุควิกตอเรีย ที่นำวิญญาณของอาชญากรมาผนึกไว้กับไม้แกะสลักเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสังหาร
*ซ้าย... ข้อศอกขวา... และตรงกลางหน้าผาก...*
กรันต์ไม่รอช้า เขาก้าวเท้าพุ่งทะยานออกไปราวกับเงาร่างของสัตว์ป่าล่าเหยื่อ ร่างกายพลิ้วไหวหลบหลีกคมดาบที่กวาดผ่านหน้าไปอย่างเฉียดฉิว เขาใช้ความเร็วที่เหนือกว่าประชิดตัวหุ่นกระบอกตัวที่สอง มีดอาคมในมือสะบัดแทงเข้าที่รอยต่อข้อศอกจนแขนจักรกลหลุดกระเด็น ตามด้วยการหมุนตัวเตะตัดขา และใช้สันมีดกระแทกเข้าที่แกนกลางหน้าผากอย่างแม่นยำ
*เปร้ง!*
หุ่นกระบอกตัวที่สองระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้และควันสีดำกระจายไปทั่วอากาศ แรงอัดทำให้กรันต์เซถอยหลังไปสองก้าว แต่เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะพักหายใจ หุ่นกระบอกตัวที่สามและสี่ประสานการโจมตีเข้ามาทันที
เลือดสดๆ ไหลรินจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ของกรันต์ที่โดนคมมีดเฉี่ยว แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย อะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด ดวงตาข้างซ้ายมองเห็นเส้นทางแห่งรอดและจุดตายของพวกมันได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ผ่านไปนับสิบนาทีที่ยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ โกดังร้างที่เคยเงียบสงบ บัดนี้เต็มไปด้วยซากหุ่นกระบอกนับสิบตัวที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง มีเพียงเสียงหอบหายใจของกรันต์ที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางกองซากปรักหักพัง ใบหน้าและเสื้อผ้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าและหยาดเหงื่อ
มายารีบวิ่งเข้ามาหา แววตาเย็นชาคู่นั้นฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด เธอยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขา พร้อมกับสำรวจบาดแผลตามร่างกายอย่างรวดเร็ว
"คุณสะบักสะบอมไม่เบานะ..." มายาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต้มความห่วงใยเจือจาง "ไหวไหม?"
กรันต์รับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดคราบเหงื่อที่ข้างแก้ม รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเคยตัว "แค่นี้ไม่ตายหรอกครับ... แต่ดูเหมือนว่า 'เจ้าของ' ตัวจริงของพวกมัน จะไม่ได้ต้อนรับเราแค่ "หุ่นกระบอก" หรอกนะ"
คำพูดของกรันต์ทำให้มายาชะงัก เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
*แอ๊ด... โครม!*
ประตูเหล็กบานใหญ่ยักษ์ที่กั้นระหว่างโกดังกับห้องโถงด้านใน ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น และท่ามกลางความมืดมิดที่แผ่ขยายออกมาจากด้านใน มีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเดินออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่คุ้นหูอย่างประหลาด—เสียงที่กรันต์จำฝังใจว่ามันควรจะตายไปในกองเพลิงเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว
"เก่งมาก... คุณกรันต์ ดวงตาข้างนั้นยังคงใช้งานได้ดีเยี่ยมไม่เปลี่ยนเลยสินะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดบทนี้ด้วยกันนะครับ — ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 35
ฝ่าวงล้อมมรณะ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!