ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 36

เผชิญหน้านักเชิดหุ่น

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและขี้เลื่อยไม้เก่าคละคลุ้งจนแสบจมูก ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดของโกดังร้างหลังตลาดมืด "นายคิดจริงๆ หรือว่า... การทำลายหุ่นพวกนั้น จะทำให้ปมในใจของนายถูกคลี่คลายลงได้จริงๆ" เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกเสียดสีดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง กรันต์หยุดชะงักฝีเท้า หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำรัวรากับกลองเพล ดวงตาข้างซ้ายที่มักจะสั่นไหวเมื่อเห็นคำสาปและอดีตของวัตถุ กำลังปวดร้าวราวกำลังจะระเบิดออกมา เมื่อมันจ้องมองไปยังเงาร่างหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โยกเยก ร่างนั้น... มีใบหน้า ท่าทาง และแม้กระทั่งรอยแผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกเหมือนกับเขาทุกประการ นักเชิดหุ่นตัวจริงไม่ได้สวมหน้ากาก ไม่ได้ซ่อนตัวอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีแดงสดอีกต่อไป แต่มันกำลังนั่งไขว่ห้าง ถือสายเชือกบางใสที่โยงใยขึ้นไปบนเพดาน ปลายสายเชือกเหล่านั้นไม่ได้ผูกติดกับหุ่นกระบอกไม้ระกำ หากแต่พันธนาการอยู่รอบข้อมือและข้อเท้าของศพไร้วิญญาณหลายร่างที่ห้อยระโยงระยางอยู่เบื้องบน กรันต์กัดฟันแน่น มือขวาที่กำด้ามมีดสั้นอาคมสั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่ต้นแขน "แก... ไม่ใช่นักเชิดหุ่นจากตลาดมืด แกเป็นใครกันแน่" ร่างเงาบนเก้าอี้โยกหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของมันแห้งแล้งและว่างเปล่า ราวกับเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งของบ่อร้าง "ถามคำถามที่นายก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่ครับ คุณนักประเมินผู้ปราดเปรื่อง... ลองใช้ดวงตาข้างนั้นมองดูให้ชัดๆ สิ ว่าเนื้อแท้ใต้ผิวหนังของฉันกับนาย มันต่างกันตรงไหน" กรันต์เม้มปากแน่น เขาฝืนเพ่งสมาธิไปยังดวงตาข้างซ้าย แสงสีฟ้าหม่นหมองฉายวาบขึ้นม่านตา ภาพอดีตและโครงสร้างพลังงานของร่างตรงหน้าปรากฏชัดเจนขึ้นในหัว ไม่มีคำสาป... ไม่มีพลังงานชั่วร้ายจากภายนอกเข้ามาครอบงำ สิ่งที่เขาเห็นผ่านดวงตาข้างซ้าย คือเส้นใยสีดำนับพันเส้นที่เชื่อมโยงทะลุผ่านหัวใจของร่างนั้น พุ่งตรงเข้ามาฝังรากลึกอยู่ในอกของเขาเอง เส้นใยเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม แต่มันคือส่วนหนึ่งของวิญญาณ... เป็นด้านมืด ความเกลียดชัง ความหวาดกลัว และความทรงจำส่วนที่กรันต์จงใจลบเลือนและสลัดทิ้งไปเมื่อหลายปีก่อน "แก... คือส่วนที่ฉันตัดทิ้งไปอย่างนั้นหรือ" กรันต์พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ความจริงข้อนี้หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าการโดนค้อนทุบเข้าที่กลางแผ่นหลัง "ถูกต้องครับ" ร่างเงานั้นลุกขึ้นยืนช้าๆ เก้าอี้ไม้โยกส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดบาดหู "นายคิดว่าตัวเองเป็นคนบริสุทธิ์สะอาด เป็นผู้ประเมินของเก่าที่ทรงคุณธรรม คอยช่วยเหลือผู้คนจากของต้องสาปงั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี... นายก็แค่คนขลาดตาขาวที่โยนความมืด ความผิดบาป และความโลภทั้งหมดมาให้ฉัน แล้วสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเองไปวันๆ!" ทุกถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมา ราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลึกลงไปในรอยแผลเป็นเก่าๆ ในใจของกรันต์ ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเลือนรางค่อยๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองของเขาปวดแปล๊บจนต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ภาพที่เขาเคยลงมือทำลายชีวิตผู้คน ภาพที่เขาเคยใช้พลังจากตลาดมืดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน... ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง เขานั่นแหละคือนักเชิดหุ่นผู้บงการความหายนะทั้งหมดตั้งแต่แรกเริ่ม มายาที่ยืนหลบอยู่ตรงประตูทางเข้าโกดัง ขยับตัวเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วง สีหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แววตากลับไหววอน "กรันต์... อย่าไปฟังมัน! นั่นเป็นแค่ภาพลวงตาที่จิตใต้สำนึกของนายสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายตัวเอง ตั้งสติไว้!" "เสียงของแม่หญิงคนนั้นช่างหวานหูเสียจริง..." นักเชิดหุ่นยิ้มเยาะ สายตาคมกริบมองเลยผ่านกรันต์ไปยังมายา "เธอก็รู้ความจริงข้อนี้ดีไม่ใช่หรือ มายา? ทำไมเธอถึงไม่บอกเขาล่ะว่า ของขิ้นสุดท้ายที่เขาประเมินในตลาดมืดเมื่อห้าปีก่อน ไม่ใช่กระดาษสาปแผ่งสำนักไหน... แต่มันคือวิญญาณของตัวเขาเองที่เธอเป็นคนช่วยซ่อนเอาไว้!" มายาชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดหลายปีถูกกระชากออกมากลางแสงสว่างอย่างไม่ทันตั้งตัว กรันต์หันขวับไปมองมายา ดวงตาข้างซ้ายเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนเจ็บปวด "มายา... มันพูดเรื่องอะไร? เธอรู้อะไรมาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?" มายาหลบสายตา มือเรียวบางกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่น เธอกำลังลังเลที่จะเอ่ยปากพูดความจริงบางอย่างที่อาจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งหมดลงในพริบตา บรรยากาศในโกดังตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด มีเพียงเสียงหยดน้ำจากหลังคารั่วที่ดังเป็นจังหวะคั่นกลางความตึงเครียด กรันต์หันกลับมามองเงาร่างของตัวเองที่ยืนถือสายเชือกยิ้มเยาะอยู่เบื้องหน้า ในขณะที่มือขวาของเขายังคงถือมีดสั้นอาคมไว้แน่น ทว่าเป้าหมายในตอนนี้กลับไม่ใช่การกำจัดศัตรูอีกต่อไปแล้ว... แต่มันคือการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าเขาจะยอมรับด้านมืดที่ถูกตัดขาด หรือจะทำลายมันพร้อมกับตัวตนของเขาเอง ทว่า ในวินาทีที่กรันต์กำลังจะก้าวเท้าเข้าไปหาร่างเงานั้นเพื่อปิดฉากเรื่องราวทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูโกดัง พร้อมกับเสียงกงล้อรถเข็นไม้ที่คุ้นเคย ประตูเหล็กบานใหญ่ของโกดังถูกกระชากให้เปิดออกอย่างแรง แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจนทุกคนต้องหรี่ตาลง ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทหนังสีดำยาวเดินนำเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ในมือของเขากำวัตถุชิ้นหนึ่งเอาไว้แน่น—มันคือกุญแจทองเหลืองโบราณที่มีรอยคราบเลือดแห้งกรัง ซึ่งเป็นกุญแจดอกเดียวกับที่ไขประตูมิติที่แปดได้ "ไม่ต้องเหนื่อยหรอกครับ คุณกรันต์..." เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น "ในเมื่อคุณตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับด้านมืดของตัวเองแล้ว ผมคงต้องขออนุญาต... ปิดบัญชีหนี้สินทั้งหมดที่คุณเคยทำไว้ ณ ที่ตรงนี้เลยก็แล้วกัน" กรันต์เบิกตากว้างเมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะคนๆ นั้นไม่ใช่ใครอื่นไกล... แต่คือตัวเขาเองในวัยหนุ่มที่ควรจะตายไปจากเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสิบปีก่อน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดบทนี้ด้วยกันนะครับ — ประตูมิติที่แปด
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%