ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 34

กองทัพเงา

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"อย่ากระพริบตาเด็ดขาด... ถ้าไม่อยากให้ดวงตาคู่นั้นกลายเป็นที่ฝังตะปูเหมือนพวกมัน" เสียงกระซิบของมายาแหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านหลุมศพ แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ กรันต์ไม่มีเวลาแม้แต่จะหันไปสบตาเธอ ดวงตาข้างซ้ายของเขาร้อนผ่าวราวกับมีถ่านแดงๆ มาจี้ ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุดเมื่อเงาสีดำนับร้อยสายเริ่มขยับไหวอยู่เบื้องหน้า ตลาดมืดชั้นใต้ดินยามวิกาล บัดนี้กลายเป็นลานประหารที่ไร้เสียง กลิ่นอับชื้นของอิฐเก่าและกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งจนแสบจมูก เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือ "กองทัพหุ่นกระบอกต้องสาป" สิ่งประดิษฐ์ต้องห้ามจากยุคราชวงศ์ที่ล่มสลาย หุ่นไม้สักทองสวมชุดโบราณนับร้อยตัวยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทว่าข้อต่อทุกส่วนกลับบิดเบี้ยวผิดมนุคมนาคม และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ดวงตาของพวกมัน... มันคือรูกลมกลวงโบ๋ที่อัดแน่นไปด้วยเส้นด้ายสีดำและตะปูสนิมเขรอะ *แกร๊ก... กรับ... แกร๊ก...* เสียงข้อต่อไม้ขยับเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงกระดูกแตกหัก มันไม่ใช่เสียงที่เกิดขึ้นจากกลไกธรรมชาติ แต่มันคือเสียงคำสาปที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยความอาฆาตมาดร้าย กรันต์กวาดสายตามองผ่าน "ดวงตาซ้าย" ของตนเอง โลกทั้งใบในรัศมีสิบเมตรพลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด อดีตอันน่าเวทนาของหุ่นกระบอกแต่ละตัวหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาจนสมแทบระเบิด พวกมันเคยเป็นมนุษย์... เป็นช่างฝีมือชั้นครูที่ถูกสาปให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไม้ท่อนเหล่านี้ เพื่อรับใช้เจ้าของตลาดมืดคนก่อนในฐานะ "ทาสนิรันดร์" "พวกมันไม่ได้มาเพื่อขับไล่เรา... มายา" กรันต์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ มือขวาชักมีดสั้นอาคมออกจากฝัก ช้าๆ แต่มั่นคง สันมีดสะท้อนแสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมนต์ เผยให้เห็นรอยจารึกอักขระโบราณที่เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าอ่อน "พวกมันถูกตั้งโปรแกรมให้ฉีกกระชากทุกอย่างที่ก้าวล่วงเข้ามาในเขตหวงห้าม... รวมถึงความลับที่เธอพยายามปิดบังฉันด้วย" มายาชำเลืองมองเขานิดหนึ่ง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วก่อนจะจางหายไป ความเย็นชาในแววตาของเธอยังคงอยู่ แต่เม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับบ่งบอกว่าสถานการณ์นี้เกินกว่าที่เธอคาดการณ์ไว้เช่นกัน "ถ้าคุณยังมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้ ผมสัญญาว่าจะเล่าทุกอย่างที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับรอยแผลเป็นรูปกุญแจบนอกนั่น กรันต์..." มายาพูดสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว "แต่ตอนนี้... ช่วยจัดการกับกองทัพไม้ผุกร่อนนี่ก่อนเถอะค่ะ... เอ้ย... ก่อนเถอะครับ" เธอแก้คำพูดในใจอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นหุ่นตัวแรกพุ่งทะยานเข้ามา *ฉวบ!* หุ่นกระบอกตัวแรกพุ่งเข้าประชิดด้วยความเร็วเกินกว่ามนุษย์ มันเงื้อมือที่แปลงสภาพเป็นใบมีดสนิมหนาฟันเข้าใส่ลำคอของกรันต์อย่างเหี้ยมเกรียม กรันต์เบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด คมมีดเฉี่ยวหัวไหล่จนเนื้อผ้าขาดวิ่น ทิ้งรอยแผลแสบร้อนไว้บนผิวหนัง ดวงตาซ้ายของเขาทำงานทันทีเพื่อคำนวณจุดอ่อน *จุดหมุนอยู่ที่หัวเข่าซ้ายและข้อต่อต้นคอ... คำสาปฝังอยู่ตรงหัวใจไม้* กรันต์ไม่รอช้า เขาย่อตัวลงต่ำแล้วหวัดมีดสั้นอาคมปักเข้าที่ข้อต่อหัวเข่าของหุ่นกระบอกตัวนั้นอย่างแม่นยำ เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะพร้อมกับกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังออกมาจากเนื้อไม้ หุ่นตัวนั้นทรุดฮวบลงและแตกสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา ทว่า... การทำลายได้เพียงหนึ่งตัวไม่ได้ทำให้กองทัพหยุดชะงัก ตรงกันข้าม มันยิ่งเป็นการปลุกเร้าฝูงหุ่นกระบอกที่เหลือให้ออกวิ่งพร้อมกัน *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงฝีเท้าของหุ่นไม้ร้อยกว่าตัวกระแทกพื้นศิลาจนสะเทือนเลื่อนลั่น พวกมันพรูเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ปิดตายทางหนทีไล่ทั้งหมด มายาไม่รอช้า เธอสะบัดมือขวา ปล่อย "เข็มเงินอาคม" นับสิบเล่มพุ่งแหวกอากาศออกไป ปักเข้าที่เบ้าตาของหุ่นกระบอกแถวหน้าจนพวกมันชะงักงันและล้มคว่ำระเนระนาด แต่จำนวนที่ต่างกันลิบลับทำให้การต่อสู้เริ่มเอียงเข้าสู่ฝ่ายที่ได้เปรียบกว่า กรันต์หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้า แผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกเริ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อพลังงานความมืดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากกองทัพหุ่นกระบอก ยิ่งเขาใช้พลังจากดวงตาซ้ายมากเท่าไหร่ ร่างกายของเขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกสูบพลังชีวิตไปทีละน้อย "กรันต์ ระวังข้างหลัง!" มายาตะโกนลั่น ในเสี้ยววินาทีนั้น หุ่นกระบอกร่างยักษ์ สูงเกือบสามเมตร สวมชุดเกราะนักรบโบราณและถือขวานเหล็กขึ้นสนิม เล็งเป้าหมายมาที่กรันต์จากมุมมืดด้านบน มันกระโจนลงมาจากคานไม้ของเพดานตลาดมืด แรงกระแทกจากการพุ่งลงมาทำให้ฝุ่นตลบอบอวล ขวานเหล็กเล่มใหญ่ถูกง้างขึ้นสุดแขนเตรียมบดขยี้ร่างของเขาให้แหลกเป็นจุล กรันต์เงยหน้าขึ้นสบตากับความตายที่กำลังพุ่งเข้ามา เขารู้ดีว่าหลบไม่พ้นแล้ว แรงปะทะระดับนั้นต่อให้ไม่ตายก็ต้องพิการ เขาตัดสินใจหลับตาลงเสี้ยววินาทีเพื่อเตรียมรับความเจ็บปวด ทว่า... ไม่มีแรงกระแทกใดๆ เกิดขึ้น เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ที่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ กรันต์ลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยความตกตะลึง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเขาแทบสะดุด เงาสสีดำทมิฬร่างหนึ่ง... ร่างกายสูงใหญ่กำยำ สวมเสื้อคลุมขาดวิ่นและสวมหน้ากากโลหะครึ่งซีก กำลังใช้มือเปล่ารับคมขวานยักษ์ของหุ่นกระบอกเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างปริศนานั้นจนหุ่นกระบอกยักษ์ถึงกับสั่นสะท้าน มือข้างที่รับขวานมีรอยสักรูปกุญแจดอกเดียวกันกับที่หน้าอกของกรันต์... รอยสักที่สมบูรณ์แบบและเก่าแก่กว่า เงาลึกลับนั้นปรายตามองกรันต์เพียงชั่วเสี้ยววินาที ผ่านช่องว่างของหน้ากากโลหะ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันเต็มไปด้วยความคุ้นเคย ความเจ็บปวด และความจริงบางอย่างที่กรันต์ตามหามาตลอดชีวิต "เจ้าเด็กโง่... เล่นซะเกือบเอาชีวิตไม่รอดเชียวหรือ" เสียงทุ้มต่ำและแหบแห้งเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น ก่อนที่เขาจะบิดข้อมือเพียงครั้งเดียว หุ่นกระบอกยักษ์ราคาแพงและเต็มไปด้วยคำสาปก็แหลกละเอียดคามือ กลายเป็นเศษไม้ไร้ค่าที่ร่วงหล่นลงสู่พื้น ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดบทนี้ด้วยกันนะครับ — ประตูมิติที่แปด
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%