"ถ้าคุณก้าวขาซ้ายนำหน้าในเขตนี้ ผมรับรองว่าแม้แต่กระดูกของคุณก็จะไม่หลงเหลือให้ใครจดจำนะครับ, กรันต์"
เสียงของมายาเรียบสนทนาเยียบเย็นราวกับสายลมที่พัดผ่านหลุมศพ เธอไม่ได้หันกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ปลายเท้าของเธอหยุดนิ่งสนิทอยู่ตรงเส้นแบ่งเขตพรมแดนที่ธรรมชาติและสิ่งเหนือธรรมชาติร่วมกันขีดเอาไว้ พื้นดินเบื้องหน้าไม่ใช่ดินโคลนหรือหินผา หากแต่เป็นความเวิ้งว้างสีเทาหม่นที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง แม้แต่แสงสว่างจากตะเกียงโบราณในมือของกรันต์ก็ยังถูกดูดกลืนจนเหลือรัศมีสลัวเพียงคืบเดียว
กรันต์ผ่อนลมหายใจช้าๆ ดวงตาส้ายซ้ายที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นโลหะกำลังปวดแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง เส้นเลือดฝอยในนัยน์ตาขยายตัวจนมองเห็นเส้นสายสีดำทมิฬ เส้นสายเหล่านั้นกำลังสั่นระริกราวกับตื่นกลัวต่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า เขายกมือขึ้นสัมผัสรอยแผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกใต้เสื้อโค้ทหนา ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง มันคือสัญญาณเตือนภัยจากร่างกายที่กำลังบอกว่าความทรงจำที่หายไปของเขากำลังรอคอยอยู่ในดินแดนแห่งนี้
"ผมไม่มีทางเลือกอื่นหมายา" กรันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขาขยับแว่นตาเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสการมองเห็น "ของวิเศษชิ้นนั้น... บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ เล่มที่สาม ถูกซ่อนไว้ที่นี่ และผมต้องเอามันคืนมาก่อนที่รอยแผลเป็นนี่จะกัดกินหัวใจผมจนหมดสิ้น"
มายาหันกลับมามองเขา แววตาของหญิงสาวสะท้อนประกายความกังวลที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา เธอยื่นเชือกหนังสีดำเส้นหนึ่งให้เขา มันถักทอขึ้นจากเส้นขนของสัตว์ประหลาดในตลาดมืด มีกลิ่นอายอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ
"ผูกข้อมือซ้ายของคุณไว้กับข้อมือขวาของผมเสีย" มายาเอ่ยเสียงเข้ม "ใน 'เขตลืมเลือน' แห่งนี้ สิ่งแรกที่จะถูกพรากไปไม่ใช่ลมหายใจ... แต่เป็นตัวตนของคุณ ความทรงจำ ชื่อ และแม้กระทั่งใบหน้าในกระจก ถ้าคุณหลุดมือผมไปเพียงก้าวเดียว คุณจะไม่ใช่กรันต์อีกต่อไป... และผมเองก็อาจจะลืมว่าเคยรู้จักคุณ"
กรันต์รับเชือกเส้นนั้นมาผูกเข้ากับข้อมือของตนเองอย่างเงียบๆ สัมผัสเย็นเยียบของมันราวน้ำแข็งขั้วโลกทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิวหนัง ทั้งคู่ก้าวผ่านเส้นแบ่งเขตเข้าไปในความเวิ้งว้างสีเทาทันที
ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นดินของเขตลืมเลือน ความรู้สึกแรกที่โจมตีเข้ามาคือความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว บรรยากาศรอบตัวเงียบงันจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองดังชัดเจน ทว่าผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ เสียงหัวใจนั้นก็เริ่มแผ่วเบาลง ราวกับมันกำลังถูกยางลบที่มองไม่เห็นลบเลือนออกจากอก
กรันต์ก้มมองมือของตัวเอง นิ้วมือของเขากำลังโปร่งแสงลงทีละน้อย ผิวหนังที่เคยมีรอยแผลและคราบหมึกจากการประเมินของเก่าเริ่มจางหายไปจนมองทะลุเห็นพื้นดินเบื้องล่าง ความตื่นตระหนกวาบขึ้นในอก เขาพยายามนึกถึงชื่อของตัวเอง พยายามนึกถึงใบหน้าของลูกค้าคนแรกในร้านวัตถุโบราณ พยายามนึกถึงความรู้สึกยามที่ถือปากกาขนนกเล่มแรก... แต่มันกลับว่างเปล่า ทุกอย่างกำลังถูกดูดกลืนหายไปในความเวิ้งว้าง
*“กรันต์... ตั้งสติไว้!”* เสียงของมายาตะโกนก้องอยู่ในหู แม้เสียงนั้นจะฟังดูไกลออกไปราวกับมาจากอีกฟากฝั่งของมหาสมุทร
ชายหนุ่มกัดฟันแน่นจนเลือดซิบ เขารวบรวมสพลังทั้งหมดเพ่งมองผ่านดวงตาซ้ายที่ยังคงร้อนผ่าว ดวงตาที่มองเห็นคำสาปและความจริงเบื้องหลังวัตถุ ท่ามกลางหมอกสีเทาทึบ เขาเห็นเงาร่างนับร้อยกำลังเดินวนเวียนอย่างไร้จุดหมาย พวกเขาคือผู้เคราะห์ร้ายที่หลงเข้ามาในเขตลืมเลือน และสูญเสียแม้กระทั่งเงาของตัวเอง ร่างกายของพวกเขากลายเป็นเพียงความว่างเปล่าที่เดินได้
"เราต้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ" กรันต์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ซากปรักหักพังของหอคอยนาฬิกา... บันทึกเล่มนั้นถูกเก็บไว้ที่นั่น"
มายาพยักหน้ารับ ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงข้างกันโดยมีเชือกหนังสีดำผูกพันธนาการไว้ การเดินทางในเขตลืมเลือนไม่ได้ใช้ระยะทางเป็นตัววัด แต่ใช้ 'ความทรงจำที่เหลืออยู่' เป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน ทุกย่างก้าวที่เดินผ่าน กรันต์รู้สึกได้ว่าเศษเสี้ยวอดีตของเขาถูกกระชากหายไปทีละนิด ภาพวัยเด็ก ใบหน้าของมารดา ความลับในตลาดมืด ทุกอย่างค่อยๆ เลือนรางลงราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกน้ำฝนชะล้าง
ระหว่างทาง พวกเขาต้องเดินผ่านซากโครงกระดูกมนุษย์ที่กองระเกะระกะ โครงกระดูกเหล่านี้ไม่มีแม้แต่เงาทาบทับบนพื้นดิน มันเป็นหลัก ฐานอันน่าสยดสยองว่า ต่อให้คุณยิ่งใหญ่แค่ไหนเมื่อยังมีชีวิต แต่เมื่อก้าวเข้ามาที่นี่ คุณก็จะกลายเป็นเพียงฝุ่นผงที่ไม่มีใครจดจำ
"คุณยังจำได้ไหม... ว่าทำไมรอยแผลรูปกุญแจถึงมาอยู่บนอกของคุณ?" มายาเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการที่กรันต์ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่รู้จักกัน
กรันต์ชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย เขาหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ปลายเชือก ดวงตาของมายาเริ่มโปร่งแสงเช่นกัน ขอบตาของเธอดำคล้ำราวกับคนอดนอนมาหลายคืน
"ผม..." กรันต์อ้าปากค้าง สมองของเขาขาวโพลน ชื่อของพ่อแม่ ความรู้เรื่องของเก่า ความสามารถในการประเมินราคา... ทุกอย่างกำลังหลุดลอยออกไปจากความทรงจำ เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าสีเทา แต่ทว่า ท่ามกลางความว่างเปล่านั้น หัวใจของเขากลับเต้นรัวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อนึกถึงคำตอบหนึ่ง
"ผมจำไม่ได้ว่ามันคืออะไร..." กรันต์กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "แต่ผมจำได้ว่า... ผมต้องปกป้องคุณ"
มายาชะงักไป ดวงตาที่เกือบจะไร้ประกายของเธอกลับวับ วามขึ้นมาครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะดึงเชือกหนังให้แน่นขึ้น
"เดินต่อครับ... เราใกล้ถึงแล้ว" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้มั่นคง
เบื้องหน้าของพวกเขา ปรากฏเงาทะมึนของหอคอยนาฬิกาโบราณที่เอียงกระفеล หอคอยนี้ไม่มีหน้าปัด มีเพียงเข็มนาฬิกาขนาดมหึมาที่หยุดนิ่งสนิทชั่วนิรันดร์ ที่ฐานของหอคอย มีแท่นหินสีดำสนิทวางอยู่ บนแท่นนั้นมีสมุดปกหนังสีดำสนิทเล่มหนึ่งส่งประกายแสงสีม่วงเรืองรองออกมา มันคือ 'บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ' เล่มที่สาม เป้าหมายของการเดินทางอันยาวนานนี้
กรันต์สูดหายใจเข้าลึก and ก้าวเข้าไปใกล้แท่นหินนั้น ร่างกายของเขาโปร่งแสงจนเกือบมองไม่เห็นแล้ว เหลือเพียงโครงร่างเลือนรางและดวงตาซ้ายที่ยังคงลุกโชนด้วยแสงสีดำ ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วกึ่งโปร่งแสงของเขากำลังจะเอื้อมไปสัมผัสกับปกหนังสือเล่มนั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบก็ดังขึ้นจากด้านหลัง... เสียงฝีเท้าที่หนักแน่น และมี 'เงา' ทาบทับลงบนพื้นดินสีเทาอย่างชัดเจน
"ช้าก่อน, คุณกรันต์..." เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยอย่างประหลาดเอ่ยขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง
กรันต์สะดุ้งสุดตัว เขารีบหันกลับไปมองพร้อมกับมายา และสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดลง ร่างที่ยืนขวางทางพวกเขาอยู่ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'กรันต์' อีกคนหนึ่ง—ชายหนุ่มผู้สวมเสื้อโค้ทตัวเดียวกัน มีแว่นตากระทบแสงแบบเดียวกัน และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าอกของชายคนนั้น มีรอยแผลเป็นรูปกุญแจที่เปิดอ้าออกอย่างไร้รอยต่อ เผยให้เห็นดวงตาสสีแดงฉานที่กำลังจ้องมองเขากลับมาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉันเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 23
เส้นทางสู่เขตต้องห้าม
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!