เศษเสี้ยวของกระจกบานใหญ่ที่แตกละเอียด ไม่ได้สะท้อนเพียงเงาของกรันต์ในยามนี้ หากแต่มันกำลังดูดกลืนวิญญาณของเขาให้จมดิ่งลงไปในห้วงเวลาที่ถูกผนึกไว้ใต้ชั้นตะกอนแห่งความลืมเลือน ดวงตาข้างซ้ายของชายหนุ่มร้อนผ่าวราวกับมีถ่านแดงๆ มาจี้ ประสบการณ์การเป็นนักประเมินของเก่ามือฉกาจสอนให้เขารู้จักความกลัวมาหลายรูปแบบ แต่ความกลัวในวินาทีนี้มันแตกต่างออกไป มันคือความหวาดผวาที่เกิดจากการตระหนักรู้ว่า... ฆาตกรที่สร้างคุกแห่งความมצאนี้ขึ้นมา ไม่ใช่ใครอื่น ไกลเลย
"คุณเห็นมันแล้วใช่ไหม... ความจริงที่คุณพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต"
เสียงของมายาแว่วมาจากความมืดเบื้องหลัง น้ำเสียงของเธอมิได้เจือด้วยความเย้ยหยัน ทว่าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเวทนา กรันต์ไม่ตอบ เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ขณะที่ภาพในกระจกเริ่มหมุนวนและเปลี่ยนสภาพจากเศษแก้วคมกริบ กลายเป็นห้องทำงานใต้ดินที่อับชื้น กลิ่นอับของกระดาษโบราณและกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกราวกับมันเกิดขึ้น ณ วินาทีนี้
ในมิติซ้อนทับแห่งอดีตนั้น กรันต์ในวัยหนุ่มผู้มีแววตาดุดันและเต็มไปด้วยความกระหายในอำนาจเหนือธรรมชาติกำลังยืนอยู่หน้าวงแหวนอักขระโบราณ มือทั้งสองข้างของเขากำลังสลักสัญลักษณ์รูปกุญแจลงบนแผ่นโลหะสีดำสนิท—แผ่นโลหะชิ้นเดียวกับรอยแผลเป็นที่ประทับอยู่บนหน้าอกของเขาในปัจจุบัน เลือดสดๆ หยดลงบนพื้นผิวของโลหะทีละหยด เสียงสวดพึมพำด้วยภาษาที่มนุษย์ไม่ควรล่วงรู้ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของกรันต์ในร่างปัจจุบัน จนเขากุมขมับด้วยความเจ็บปวด
"หยุดนะ..." กรันต์พึมพำริมฝีปากสั่นเทา ดวงตาเบิกโพ้าง
ภาพตรงหน้าไม่ได้ฉายภาพให้เขาเป็นเหยื่อ แต่ฉายภาพให้เขาเป็นผู้สร้าง ผู้ริเริ่ม และเป็นผู้ลงทัณฑ์ตัวเองด้วยความสมัครใจ
ในอดีต กรันต์มิได้ถูกลักพาตัวมาที่ตลาดมืดแห่งนี้ มิได้ถูกคำสาปเล่นงานโดยบังเอิญ แต่เขาคือพ่อมดนอกคอกผู้พยายามเปิดประตูบานที่แปด—ประตูที่เชื่อมโยงระหว่างความเป็นจริงและความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์ ด้วยความทะเยอทะยานที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ เขาได้เสียสละความทรงจำของตนเองเป็นเครื่องบูชา เพื่อแลกกับการกักขังพลังงานอันชั่วร้ายไม่ให้รั่วไหลออกไปทำลายโลกภายนอก รอยแผลเป็นรูปกุญแจบนอกของเขาไม่ใช่รอยแผลจากการถูกทำร้าย แต่มันคือแม่กุญแจที่ล็อกผนึกประตูบานนั้นไว้ด้วยร่างเนื้อของเขาเอง
"ทำไม..." กรันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก "ทำไมฉันถึงต้องทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้น... ทำไมฉันถึงลืม?"
มายาก้าวเข้ามาใกล้ เธอหยุดยืนอยู่เคียงข้างเขา ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่ไหล่ของชายหนุ่มเพื่อช่วยประคองไม่ให้เขาล้มลงไปกองกับพื้น ความเย็นจากตัวเธอบรรเทาความร้อนรุ่มในดวงตาข้างซ้ายของเขาลงได้เล็กน้อย
"เพราะพลังของประตูบานนั้นมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จิตใจของมนุษย์คนเดียวจะแบกรับไหว" มายาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังภาพเหตุการณ์ในอดีตที่กำลังดำเนินไปถึงจุดไคลแม็กซ์ "เมื่อคุณตระหนักว่าสิ่งที่คุณสร้างมันกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง คุณจึงเลือกที่จะลบความทรงจำของตัวเองทิ้ง เพื่อให้กลไกการผนึกสมบูรณ์แบบที่สุด... ผู้สร้างที่ไร้ซึ่งความทรงจำของผู้สร้าง คือผู้รักษาประตูที่ปลอดภัยที่สุด"
ในกระจกเวลานั้น กรันต์ในอดีตกำลังใช้กริชโบราณแทงทะลุกลางอกของตนเอง เลือดสีดำพุ่งกระฉูด แต่มันไม่ได้ทำให้เขาตาย ทว่ามันกลับหลอมรวมวิญญาณของเขากับประตูมิติที่แปดเข้าด้วยกัน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานในอดีตผสานเข้ากับเสียงหอบหายใจของกรันต์ในปัจจุบันจนแยกไม่ออก
ภาพสะท้อนในอดีตไม่ได้ให้เพียงแค่คำตอบ แต่มันกำลังบอกความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า—ประตูบานนั้นกำลังเสื่อมสภาพลง และตัวกระตุ้นให้มันฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ก็คือตัวของกรันต์เองในตอนนี้ ที่กำลังรวบรวมชิ้นส่วนของความทรงจำกลับคืนมาทีละน้อย
ถ้าความทรงจำของเขากลับมาครบถ้วนสมบูรณ์เมื่อไหร่ ผนึกที่ใช้ชีวิตของเขาแลกมาก็จะพังทลายลง และประตูมิติที่แปดจะเปิดอ้าซ่า พร้อมที่จะกลืนกินทุกชีวิตในตลาดมืดแห่งนี้... และลามไปถึงโลกภายนอก
กรันต์หอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ความรู้สึกผิดบาปและความหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นพายุ เขามองมือทั้งสองข้างของตัวเองที่เคยใช้สร้างกรงขังแห่งความตายนี้ขึ้นมาด้วยความรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์
"ฉัน... เป็นคนสร้างมันขึ้นมาจริงๆ สินะ" เขากระซิบ เสียงแหบพร่าและสั่นเครือ "ฉันคือภัยคุกคามที่อันตรายที่สุดในสถานที่แห่งนี้"
มายาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงมือกลับและถอยหลังไปหนึ่งก้าว ท่าทีของเธอกลับมาเยือกเย็นและห่างเหินดังเดิม ทว่าในแววตานั้นมีความซับซ้อนบางอย่างซ่อนอยู่
"คุณรู้ความจริงแล้ว กรันต์" มายาเอ่ยเรียบๆ "ทีนี้... คุณจะเลือกทำอย่างไรต่อไป? จะยอมให้ความทรงจำที่เหลืออยู่กลืนกินคุณจนหมดสิ้น หรือจะหยุดมันด้วยการ..."
ประโยคของเธอยังไม่ทันจบลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงหัวเราะเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากความมืดที่ปลายทางเดินนอกห้อง เสียงโซ่ตรวนลากับพื้นหินดังกระทบกันเป็นจังหวะ ชวนให้ขนหัวลุกชัน
ทั้งกรันต์และมายาต่างชะงักและหันขวับไปมองยังความมืดมิดเบื้องหน้าพร้อมกัน
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากความมืดออกมา ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีดำสนิท ใบหน้าถูกบดบังด้วยหมวกฮู้ด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของกรันต์หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือกริชโบราณเล่มเดียวกับที่เขาเคยใช้แทงอกตัวเองในอดีต—มันกำลังอยู่ในมือของแขกผู้มาเยือนยามวิกาลผู้นี้
"ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านของคุณเองนะ... ผู้สร้างที่รัก" เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียดสีกันดังขึ้นจากใต้ฮู้ด พร้อมกับที่ผู้มาเยือนเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวบนใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นรูปกุญแจเช่นเดียวกับกรันต์... แต่ดวงตาทั้งสองข้างของมันเป็นสีดำสนิทไร้ซึ่งแววตาของความเป็นมนุษย์!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 24
ภาพสะท้อนในอดีต
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!