กลิ่นอายสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณตีรวนขึ้นมาในโพรงจมูก รุนแรงเสียจนกรันต์ต้องกอบโกยอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ทว่ามันไม่ใช่กลิ่นของห้องใต้ดินในตลาดมืดแห่งนี้... มันคือกลิ่นของห้องโถงหินอับทึบ ณ ก้นบึ้งของหุบเหวแห่งกาลเวลาที่เขาเคยคุ้นเคยยิ่งกว่าเงาของตัวเอง
เงาร่างใต้ฮู้ดยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตาสีดำสนิทไร้ขาวคู่นั้นจ้องมองทะลุผ่านร่างของเขา ราวกับกำลังมองทะลุผ่านความว่างเปล่า
"ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านของคุณเองนะ... ผู้สร้างที่รัก"
คำพูดนั้นไม่ได้ลอยมาตามอากาศ แต่มันก้องกังวานขึ้น *ภายในกะโหลกศีรษะ* ของกรันต์ ราวกับมีใครบางคนกำลังใช้เล็บคมกริบขูดขีดผนังความทรงจำที่ถูกปิดผนึกไว้ด้วยขี้ผึ้งแห่งกาลเวลา
กรันต์เซถอยหลังไปหนึ่งก้าว แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นไม้สักโบราณที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุต้องสาป จนขวดโหลแก้วใบหนึ่งหล่นลงมาแตกกระจาย เสียงแก้วกระทบพื้นดังเพล้งสะท้อนก้อง แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงนั้นด้วยซ้ำ ดวงตาข้างซ้ายของเขา—ดวงตาที่มักจะมองเห็นไอสีดำและอดีตอันเน่าเฟะของสิ่งของ—เวลานี้กำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เส้นเลือดฝอยในตาแตกซ่านจนพร่ามัว
ภาพในหัวเริ่มหมุนคว่ำ
มันไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือ *ความจริง* ที่พรั่งพรูทะลักผ่านทำนบกั้นที่พังทลายลงมาอย่างไม่มีวันหยุดยั้ง
*“ท่านกรันต์ครับ! พวกมันพังแนวป้องกันเข้ามาแล้ว!”*
เสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัวของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นในหัว พร้อมกับภาพของตัวเองในอดีต—ชายผู้สวมเสื้อคลุมสีเข้มเปรอะเปื้อนคราบเลือดและหมึกอาคม มือทั้งสองข้างชุ่มโชกไปด้วยพลังงานสีฟ้าเรืองแสง กำลังกดผนึกแผ่นยันต์โลหะลงบนหน้าอกของมนุษย์คนแล้วคนเล่า
ไม่ใช่เพื่อช่วยชีวิต... แต่เพื่อ *กักขัง*
เสียงกรีดร้องโหยหวนของชาวบ้านนับร้อยนับพันชีวิตที่เคยพยายามอ้อนวอนขอความเมตตา เสียงร้องเหล่านั้นถูกอัดแน่นลงในกำไลหยก ในตุ๊กตาไม้ ในกระจกเงาโบราณ และในกุญแจเหล็กทุกดอกที่เขากำลังสะสมไว้ในตลาดมืดแห่งนี้
มือที่กำลังสั่นเทาของกรันต์ยกขึ้นกุมหน้าอกซ้าย บริเวณใต้ร่มผ้าที่มีรอยแผลเป็นรูปกุญแจฝังลึกอยู่ รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่มันคือ ‘รอยประทับตราต้นแบบ’ ที่เขาใช้ผนึกวิญญาณดวงสุดท้าย—วิญญาณของสหายสนิทผู้ทรยศ หรืออาจจะเป็นตัวเขาเองอีกคนหนึ่ง
"จำได้แล้วสินะครับ..." เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายดังขึ้นอีกครั้ง ผู้มาเยือนก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมขยับเผยให้เห็นลำคอที่มีรอยแผลเป็นในลักษณะเดียวกัน "ความรู้สึกของการเป็นผู้สร้างกรงขัง... มันหอมหวานหรือน่าสะอิดสะเอียนกันแน่ล่ะครับ, ท่านอาจารย์?"
มายาที่ยืนอยู่มุมห้อง—ซึ่งก่อนหน้านี้เคยรักษาระยะห่างและความเย็นชาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ—บัดนี้กลับหน้าซีดเผือด เธอกำด้ามมีดสั้นโบราณในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ดวงตาคู่นั้นมองกรันต์ด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหวาดกลัวและความรู้สึกผิดบาปที่ปิดไม่มิด
"กรันต์..." เสียงของมายาสั่นพร่าเล็กน้อย เธอไม่ได้เรียกเขาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันหรือเรียบเฉยเช่นเคย "หยุดมองภาพพวกนั้นเสีย... นั่นไม่ใช่ตัวคุณในตอนนี้"
"ไม่ใช่กระนั้นหรือ, มายา?" ผู้มาเยือนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าขนลุก "เธอต่างหากที่เป็นคนช่วยรวบรวมเศษเสี้ยววิญญาณเหล่านี้มาให้เขา เพื่อให้เขาสะสม *'วัตถุดิบ'* ให้ครบตามจำนวน... เธอจำข้อตกลงของเราไม่ได้แล้วหรือไง?"
กรันต์หันขวับไปมองหญิงสาวข้างกาย ดวงตาสีแดงก่ำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมายา ความไว้วางใจทั้งหมดที่เคยมีราวกับถูกกระชากหายไปในพริบตา
"จริงหรือ... มายา?" กรันต์เค้นเสียงถาม ลมหายใจของเขาติดขัด ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบลำคอ "เธอรู้มาตลอด... รู้ว่าฉันคือใคร และรู้ว่าสิ่งของพวกนี้กักขังวิญญาณใครไว้บ้าง?"
มายากัดริมฝีปากจนห่อเลือด เธอยอมหลบสายตา ไม่ยอมตอบคำถามนั้นโดยตรง แต่ความเงียบของเธอกลับดังยิ่งกว่าคำปฏิเสธใดๆ
"ฉันไม่ได้ทำเพื่อทรยศคุณ, กรันต์..." มายาพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครืออย่างที่กรันต์ไม่เคยได้ยินมาก่อน "ถ้าคุณไม่ทำเช่นนั้นในอดีต โลกใบนี้ย่อมล่มสลายเพราะมหันตภัยวิญญาณกลืนกิน แต่การที่คุณดึงความทรงจำนี้กลับคืนมา... มันหมายความว่า 'พิธีกรรม' กำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง"
กรันต์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาทับร่าง เขามองฝ่ามือของตัวเอง—มือที่เคยช่วยชีวิตคน และมือเดียวกันนี้เองที่เคยพรากอิสรภาพและลมหายใจของผู้คนนับพันไปเปลี่ยนเป็นวัตถุต้องสาปเพื่อผลประโยชน์ของตลาดมืด
ความผิดบาปที่เขาพยายามหลบหนีมาตลอดชีวิต... บัดนี้ได้กลับมาทวงถามบัญชีแค้นแล้ว
ทันใดนั้นเอง วัตถุโบราณนับร้อยชิ้นบนชั้นวางรอบตัวก็เริ่มสั่นสะเทือนพร้อมกัน เสียงกระซิบกระซาบด้วยความแค้นนับพันเสียงดังประสานกันระงมจนแก้วหูแทบแตก ไอหมอกสีดำทะมัยพวยพุ่งออกมาจากปากไหกระเบื้อง จากเงากระจกเงา และจากรูกุญแจทุกดอกในร้าน
ร่างของเงาลึกลับใต้ฮู้ดค่อยๆ สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีเทา ก่อนจะพุ่งเข้ามารวมตัวกันที่กลางห้อง แล้วแปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างของชายสวมชุดสูทโบราณสีดำสนิท—ใบหน้าของมันชัดเจนขึ้น และที่น่าตกใจที่สุดคือ... มันมีใบหน้าเดียวกับกรันต์อย่างไม่ผิดเพี้ยน!
"ในเมื่อความทรงจำกลับมาแล้ว ก็ถึงเวลาชำระหนี้สิน..." ร่างเงาของกรันต์ในอดีตยิ้มเยาะ ยื่นมือที่เต็มไปด้วยไอคำสาปสีดำสนิทออกมาราวกับจะควักหัวใจของเขาออกมาจากอก "ส่งร่างนี้คืนมาให้ฉัน... แล้วไปชดใช้กรรมในกรงขังซะ, ไอ้ตัวปลอม"
กรันต์ยืนนิ่งอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นและความตาย ขณะที่เงาสีดำพุ่งเข้ามาประชิดตัว มายาตวัดมีดสั้นเข้าขวาง แต่มันกลับทะลุผ่านร่างเงาไปอย่างไร้ผล และในวินาทีที่กรงเล็บสีดำสนิทกำลังจะทะลวงเข้าสู่หน้าอกซ้ายเพื่อควักเอารอยแผลเป็นรูปกุญแจออก...
เสียงกระดิ่งลมโบราณเหนือประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น *กริ๊ง...*
แสงไฟสีนวลตาสาดส่องเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของชายชราหลังค่อมคนหนึ่งก้าวเท้าเข้ามาในร้าน พร้อมรอยยิ้มแปลกประหลาดที่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า...
"ขอโทษทีที่มารบกวนเวลาครอบครัว... แต่สินค้าชิ้นที่ท่านสั่งจองไว้ 'สำหรับประมูลวิญญาณรอบใหม่' มาส่งแล้วครับ, นายท่านกรันต์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดบทนี้ด้วยกันนะครับ
ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 25
ความผิดบาปที่ลืมไม่ลง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!