กลิ่นอายความชื้นของสนิมเหล็กและกลิ่นอับของกระดาษโบราณคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าความเหม็นอับในห้องใต้ดินของตลาดมืดแห่งนี้ คือความว่างเปล่าที่เพิ่งเกิดขึ้นตรงหน้ากรันต์
ดวงตาข้างซ้ายของชายหนุ่มสะท้อนแสงสีครามเรื่อเรือง คำสาปรูปกุญแจในม่านตาเต้นตุบๆ ราวกับรับรู้ถึงบางสิ่งที่เพิ่งขาดหายไป แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหววูบวาบตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องอิฐ ทอดเงายาวน่ากลัวทาบทับร่างของเขาเอง รอยแผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกใต้เสื้อโค้ทส่งกระแสความเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง มันเจ็บร้าวลึกถึงกระดูก ราวกับเตือนสityว่าความไว้วางใจที่เขามีต่อ 'มายา' เป็นความผิดพลาดที่ราคาแพงที่สุดในชีวิต
โต๊ะไม้สักโบราณตรงหน้าว่างเปล่า... กุญแจดอกที่สองทำจากทองเหลืองรมดำที่มีอักขระโบราณสลักไว้ บัดนี้ได้มลายหายไปพร้อมกับเงาร่างของหญิงสาวผู้กุมหัวใจและปริศนาในอดีตของเขา
กรันต์ผ่อนลมหายใจช้าๆ พยายามควบคุมมือที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง สัมผัสความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอากาศ นี่ไม่ใช่แค่การหลบหนี แต่มันคือการหักหลังอย่างจงใจ
"คิดจะทิ้งฉันไว้รับมือกับพวกมันคนเดียวจริงๆ สินะ... มายา" กรันต์พึมพำกับความเงียบ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขมขื่น
ยังไม่ทันที่ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกหักหลังจะจางหาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดวนเบื้องบน เสียงโลหะกระทบกัน กลิ่นอายของอาคมมืดที่ถูกปลุกเร้า และเสียงหัวเราะต่ำทุบที่คุ้นเคยกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
พวกมันมาถึงแล้ว... และพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา
กรันต์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาไม่ได้แปลกใจนักที่ความไว้ใจมักมีจุดจบเช่นนี้ในตลาดมืดแห่งนี้ แต่สิ่งที่เขาเจ็บใจคือความโง่เขลาของตัวเองที่ปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาบดบังดวงตาข้างซ้ายที่ควรจะมองเห็นความจริงให้เร็วกว่านี้
เงาดำร่างหนึ่งก้าวพ้นขอบประตูลงมา แสงตะเกียงสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกที่มีรอยแผลเป็นลึกถึงกราม มันคือ "บารอน" นักล่าของต้องสาปผู้โหดเหี้ยม มือขวาของกลุ่มผู้ถือครองประตูที่แปด รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของมัน ดวงตาคมกริบมองสำรวจห้องใต้ดินอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของกรันต์ผู้โดดเดี่ยว
"ดูเหมือนว่านกน้อยคู่ใจของเจ้าจะบินหนีไปพร้อมกับสมบัติชิ้นงามแล้วสินะ, คุณกรันต์" บารอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าบูทหนังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญใจ "น่าสมเพชเสียจริง คนที่เก่งกาจเรื่องการประเมินของเก่าอย่างเจ้า กลับประเมิน 'คนใกล้ตัว' พลาดไปได้อย่างไร"
กรันต์ไม่ตอบคำถามนั้น สีหน้าของเขายังคงนิ่งสนิท ทว่าดวงตาข้างซ้ายกลับทอประกายสีครามเข้มข้นขึ้นจนน่ากลัว เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบมีดสั้นโบราณขึ้นมาถือไว้ น้ำหนักของโลหะคุ้นมือช่วยดึงสติสัมปชัญญะให้กลับคืนมา
"เรื่องนั้นไม่ใช่ธุระอะไรของแก... บารอน" กรันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมารอบตัว "และต่อให้ไม่มีมายา ฉันก็คิดว่าการจัดการกับสุนัขรับใช้เช่นแกคนเดียว ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนักหรอก"
"ปากดี!" บารอนคำรามในลำคอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ มันชักดาบเล่มโตออกจากฝัก ไอสีดำทะมฬพวยพุ่งออกมาจากคมดาบ กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ขยายปกคลุมห้องใต้ดินจนอุณห็ภูมิลดฮวบ "ถ้าอย่างนั้นก็มาดูกันว่า เจ้าจะปากดีได้สักกี่น้ำ!"
สิ้นเสียงคำราม บารอนพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ คมดาบอาคมหวาดผ่าอากาศเข้ามาหมายปลิดชีพในดาบเดียว แรงกดดันมหาศาลทำให้กระดานไม้ใต้เท้าสั่นสะเทือน
กรันต์เบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว คมดาบเฉี่ยวหัวไหล่จนเนื้อผ้าขาดวิ่น กลิ่นไหม้ของผิวหนังโชยขึ้นมาเล็กน้อย แต่ความเจ็บปวดนั้นถูกความโกรธกลืนกินไปจนหมดสิ้น เขากวัดแกว่งมีดสั้นในมือสวนกลับไปที่จุดตายของอีกฝ่ายทันที ทั้งสองเข้าประชิดกันในระยะประชิด เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นก้องห้องใต้ดินแคบๆ ประกายไฟแตกกระจายสว่างวาบในความมืด
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างไร้ความปรานี กรันต์ต้องใช้ทั้งทักษะการต่อสู้และพลังจากดวงตาข้างซ้ายเพื่ออ่านวิถีการโจมตีล่วงหน้าของบารอน ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและลมหายใจที่หอบกระชั้น การไม่มีมายาอยู่ข้างกายทำให้เขาต้องแบกรับภาระทั้งหมดไว้เพียงลำพัง น้ำหนักของความจริงที่ถูกทอดทิ้งถ่วงรั้งหัวใจเขาไว้ ทว่ามันก็ผลักดันให้เขาสู้สุดใจเช่นกัน
ทว่า ในจังหวะที่กรันต์กำลังจะอาศัยช่องว่างแทงมีดสั้นเข้าที่หัวใจของบารอน พื้นไม้ใต้เท้าของพวกเขากลับทรุดฮวบลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
แรงระเบิดปริศนาพุ่งทะลุขึ้นมาจากชั้นใต้ดินลึกลงไปอีกชั้น แรงอัดมหาศาลซัดร่างของทั้งกรันต์และบารอนกระเด็นคนละทิศละทาง กรันต์กระแทกเข้ากับชั้นหนังสือโบราณจนหนังสือร่วงหล่นลงมาทับถม หนังสือเล่มหนึ่งที่กระเด็นมาตกตรงหน้าเขา หน้าปกของมันเปิดออกเองโดยไม่มีลมพัด และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษนั้น ทำให้กรันต์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
มันไม่ใช่ภาพวาด แต่มันคือภาพเหตุการณ์ปัจจุบัน... ภาพของมายาที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าประตูบานที่แปด ประตูที่ควรจะถูกปิดตายไปแล้ว พร้อมกับเสียบกุญแจทองเหลืองดอกที่สองลงไปในรูกุญแจ
และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น... เงาร่างที่ยืนเคียงข้างมายาและกำลังช่วยหมุนกุญแจดอกนั้นหาใช่ใครอื่น
แต่เป็นชายที่มีใบหน้าและรอยแผลเป็นรูปกุญแจบนอก... เหมือนกับกรันต์ไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดบทนี้ด้วยกันนะครับ — ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 27
การทรยศในหมอก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!