ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 2

ก้าวแรกสู่ตลาดมืด

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
ความมืดไม่ได้ว่างเปล่า มันมีน้ำหนัก มีกลิ่นอายของสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นเน่าเปื่อยของกาลเวลา และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังหายใจ กรันต์สำลักเอาอากาศเย็นยะเยือกเข้าไปเต็มปอด ร่างกายของเขาร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้นหินขรุขระที่มีคราบเหนียวสีดำคล้ายน้ำมันเครื่อง แรงกระแทกนั้นทำให้ซี่โครงแทบร้าว แต่ความเจ็บปวดทางกายยังเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกตื่นตระหนกที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง ดวงตาข้างซ้ายของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกนาบด้วยเหล็กแดง เส้นเลือดฝอยในนัยน์ตาขยายตัวจนมองเห็นเส้นสายสีดำของคำสาปเต้นตุบๆ อยู่รอบตัว เขายันกายลุกขึ้นช้าๆ กวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในภาพวาดของนรกภูมิ นี่ไม่ใช่ตรอกซอกซอยด้านหลังร้านประมูลของเก่าในกรุงเทพฯ ที่เขาจากมาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน เบื้องหน้าของกรันต์คือมหานครใต้ดินที่บิดเบี้ยวและไร้ซึ่งตรรกะทางสถาปัตยกรรม ตึกรามบ้านช่องสร้างซ้อนทับกันอย่างสะเปะสะปะด้วยอิฐสีเลือดและไม้ผุพัง โคมไฟระย้าโบราณนับพันดวงห้อยระโยงระยางจากเพดานถ้ำที่มองไม่เห็นความสูง แสงไฟสีเหลืองส้มสลัวสาดส่องลงมากระทบกับฝูงชนที่เดินขวักไขว่ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของกรันต์สะดุดก็คือ... พวกเขาไม่ใช่ "มนุษย์" เงาร่างในชุดคลุมยาวเดินสวนกันไปมา บางร่างมีเขาโค้งงออยู่ใต้ฮู้ด บางร่างมีดวงตาสีอำพันนับสิบเรียงรายบนใบหน้า และบางร่าง... เป็นเพียงกลุ่มควันสีเทาที่ลอยวนเวียนอยู่เหนือแผงลอยที่เต็มไปด้วยอวัยวะดองในโหลแก้ว "ยินดีต้อนรับสู่ตลาดมืด... คุณนักประเมินผู้มีดวงตาน่าสนใจ" เสียงทุ้มต่ำกังวานดังก้องขึ้นจากด้านหลัง กรันต์สะดุ้งสุดตัว หมุนตัวกลับไปตั้งการ์ดอัตโนมัติ แต่นัยน์ตาสีแดงฉานของชายในชุดโค้ทสีดำเมื่อครู่ได้หายไปแล้ว แทนที่ ตรงหน้าเขาในระยะประชิด คือหญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสยาวสีดำสนิท ขอบชุดปักด้วยดิ้นเงินลายงูเลื้อยพันกัน เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยคลอเคลียกับแผ่นหลังขาวเนียนตัดกับความมืดมิดโดยรอบ เธอกำลังยืนพิงเสาหินที่สลักลวดลายประหลาด นิ้วเรียวยาวสวมแหวนเงินหัวกะโหลกกำลังหมุนเหรียญทองโบราณเล่นอย่างเชื่องช้า มายา... นามบัตรที่เขาเคยพบในแฟ้มลับปรากฏขึ้นในความทรงจำทันที กรันต์หรี่ตาลง พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล "คุณพาผมมาที่นี่ทำไม และไอ้ 'ของที่ตกไว้เมื่อสามร้อยปีก่อน' มันหมายความว่าอย่างไร" มายายังคงไม่เงยหน้าขึ้นมอง เธอจ้องมองเหรียญทองในมือ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงเข้ม "คุณกรันต์นี่ใจร้อนเสียจริง สมกับที่เป็นมนุษย์ผู้แบกรับคำสาปไว้ครึ่งซีก... ตามมาสิครับ เอ๊ย... ตามมาสิคะ... โอ้ ขออภัย ติดปากไปหน่อย" เธอชำเลืองมองด้วยหางตาสีเขียวมรกตที่พราวระยับด้วยความขบขัน "ฉันหมายถึง... ตามฉันมาเถอะครับ ถ้าไม่อยากให้วิญญาณของคุณถูกพ่อค้าเร่ขายเนื้อสดแถวนี้ฉีกกินเสียก่อน" หญิงสาวหมุนตัวเดินนำเข้าไปในซอกตึกแคบๆ ที่มีกลิ่นอายของกำยานและยาเบื่อหนูคละคลุ้ง กรันต์ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องก้าวเท้าติดตามไป ดวงตาซ้ายของเขายังคงทำงานอย่างหนัก มันกวาดมองไปตามผนังตึกและข้าวของที่วางขายริมทาง ภาพอดีตแวบเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ—ดาบเล่มนั้นเคยอาบเลือดขุนนางกบฏ สร้อยคอเส้นนั้นเคยถูกขโมยมาจากศพในสุสานหลวง และตุ๊กตาไม้ตัวนั้น... มีวิญญาณเด็กถูกผนึกไว้ด้วยตะปูเงิน ตลอดเส้นทาง มายาไม่ได้หันกลับมามอง แต่เธอกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังคุยเรื่องสภาพอากาศ "มนุษย์มักคิดว่าตัวเองเป็นเจ้า "ผมไม่ได้ลืม" กรันต์กัดฟันกรอด "แต่ผมจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยมีชีวิตอยู่ถึงสามร้อยปี" มายาหยุดเดินกะทันหัน จนกรันต์เกือบเดินชนแผ่นหลังนุ่มนิ่มนั้น เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ซ่อนความเย็นชาไว้อย่างมิดชิด แววตาของเธอลึกล้ำเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะหยั่งถึง "ความทรงจำของคุณไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ... คุณกรันต์" มายาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จนกรันต์ได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ที่บานในยามวิกาล "แต่มันถูก 'จำ당' เอาไว้หลังประตูมิติที่แปด... ประตูเดียวกับที่คุณเพิ่งก้าวข้ามมาเมื่อครู่นี้" เธอยกมือขึ้น นิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่กลางหน้าอกของกรันต์ ตรงตำแหน่งที่มีรอยแผลเป็นรูปกุญแจซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ต ทันทีที่ปลายนิ้วนั้นสัมผัส รอยแผลเป็นก็เกิดความร้อนระอุขึ้นมาอย่างรุนแรง ราวกับแม่กุญแจกำลังพยายามหมุนเปิดเพื่อต้อนรับเจ้าของตัวจริง กรันต์สูดหายใจเข้าลึกด้วยความเจ็บปวด เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "คุณรู้เรื่องรอยแผลนี่ได้ยังไง คุณเป็นใครกันแน่" ก่อนที่มายาจะได้เอաբากตอบ ประตูไม้บานใหญ่โบราณที่อยู่เบื้องหลังเธอก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง แรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำจนฝุ่นตลบอบอวล เสียงโซ่ตรวนลากพื้นดังครูดคราดตามมาด้วยกลิ่นอายความตายที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะโบราณขึ้นสนิมเขรอะ ก้าวพ้นธรณีประตูออกมา ดวงตาทั้งคู่ภายใต้หมวกเหล็กเปล่งประกายสีฟ้าอมม่วง มันจ้องตรงมาที่กรันต์พร้อมกับชี้ดาบเล่มมหึมามาทางเขา "พบเป้าหมาย... ผู้ถือครองกุญแจแห่งประตูที่แปด... ต้องกวาดล้างให้สิ้นซาก" มายาถอนหายใจเบาๆ สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความขบขันเป็นความจริงจังในชั่วพริบตา เธอดึงกรันต์ให้หลบไปด้านหลัง พร้อมกับชักกริชโบราณเล่มหนึ่งออกจากสายสิญจน์ที่พันรอบเอว "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ คุณกรันต์" มายาเอ่ยกระซิบข้างหู น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความตื่นเต้น "ทีนี้... คุณจะยืนดูอยู่เฉยๆ หรือจะใช้ดวงตาข้างนั้น... ช่วยฉันเปิดทางรอดออกไปจากที่นี่ล่ะครับ?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%