คราบสนิมสีเขียวจัดบนเรือนทองเหลืองไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวของกาลเวลาอันน่าประทับใจ แต่มันคือคราบเลือดที่แห้งกรังจากการนับถอยหลังของชีวิต
"แขกที่ไม่ได้รับเชิญ" ไม่ได้หมายถึงลมหนาวที่ลอดผ่านรอยต่อของบานประตูเหล็กดัดในตลาดมืดแห่งนี้ แต่คือไอร้อนระอุที่แผดเผาเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอับชื้นของโคลนตมและซากศพ มายายังคงยืนนิ่งแนบชิดอยู่ข้างแผ่นหลังของผม ปลายเส้นผมสีดำสนิทของเธอแตะเข้าที่ต้นคอของผมเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงรองด้วยส้นเหล็กดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินแคบๆ ด้านนอก มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ธรรมดา แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งตรงมาถึงพื้นไม้กระดานใต้ฝ่าเท้า ทำให้เศษฝุ่นละอองที่ลอยเค្វ้งคว้างในอากาศสั่นไหวราวกับมีชีวิต
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ คุณกรันต์" มายาเอ่ยกระซิบข้างหู น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความตื่นเต้น "ทีนี้... คุณจะยืนดูอยู่เฉยๆ หรือจะใช้ดวงตาข้างนั้น... ช่วยฉันเปิดทางรอดออกไปจากที่นี่ล่ะครับ?"
ผมไม่ตอบคำถามนั้นทันที สายตาของผมถูกตรึงไว้กับวัตถุชิ้นแรกที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าตรงหน้า
"นาฬิกาทรายย้อนเวลา"
มันไม่ใช่เครื่องบอกเวลาธรรมดา เม็ดทรายด้านบนไม่ได้ร่วงหล่นลงสู่ด้านล่างตามแรงโน้มถ่วงของโลก แต่พวกมันกำลังพุ่งสวนทางขึ้นด้านบนอย่างบ้าคลั่ง สีของเม็ดทรายเหล่านั้นไม่ใช่สีเหลืองนวลของหาดทราย แต่มันคือสีแดงฉานของเลือดสดๆ ที่ส่งกลิ่นคาวคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องประเมินสินค้า
ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือขวาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านบนออกสองเม็ดเพื่อระบายความอึดอัด รอยแผลเป็นรูปกุญแจที่กลางหน้าอกเริ่มส่งความร้อนจางๆ ออกมา มันเป็นสัญญาณเตือนภัยจากอดีตที่ผมพยายามลืมเลือนเสมอมาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับของต้องสาป
"คุณมายา ถอยไปให้ห่างจากโต๊ะรัศมีสองเมตร" ผมเอ่ยเสียงเรียบ ลมหายใจเริ่มเปลี่ยนเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ
"ระวังตัวด้วยนะครับ ของชิ้นนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใครได้ครอบครอง... แต่มมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกักขัง" มายาถอยหลังไปตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ดวงตาสีเข้มของเธอหรี่ลงเล็กน้อย จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของผมด้วยความสนใจใคร่รู้ราวกับแมวป่ากำลังมองเหยื่อในกรง
ผมหลับตาลงข้างหนึ่ง เหลือเพียงดวงตาข้างซ้ายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกตา เมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกทั้งใบก็เปลี่ยนสีไป
ภาพของห้องประเมินสินค้าที่มืดสลัวและเต็มไปด้วยฝุ่นผงมลายหายไป เหลือเพียงความมืดมิดอันเวิ้งว้างและเส้นใยสีดำนับพันเส้นที่พุ่งออกมาจากนาฬิกาทรายทวงวิญญาณ เส้นใยเหล่านั้นแผ่ขยายออกไปรากับรากไม้มีพิษ มันกำลังเกี่ยวพันเข้ากับโครงกระดูกที่มองไม่เห็นในอากาศ และที่น่ากลัวที่สุดคือ ปลายเส้นใยบางส่วนกำลังเลื้อยเข้ามาหาข้อเท้าของผมอย่างรวดเร็ว
*ฉับพลัน!*
ภาพอดีตของนาฬิกาทรายเรือนนี้ก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของผมราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก
เสียงกรีดร้องโหยหวนของชายแก่ผู้เป็นเจ้าของคนแรกดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท เขาคือช่างนาฬิกาผู้หลงใหลในความเป็นอมตะ เขาแลกวิญญาณของภรรยาและลูกน้อยทั้งสองคนเพื่อหล่อหลอมทรายสีเลือดในแก้วนี้ขึ้นมา ทว่า เมื่อเวลาของเขาหมดลง นาฬิกาทรายไม่ได้ช่วยให้เขาย้อนเวลากลับไป แต่มันกลับดึงวิญญาณของเขาลงไปกักขังไว้ในเม็ดทรายแต่ละเม็ด และทุกครั้งที่มีคนบัง1อาจสัมผืสมมัน คำสาปจะเริ่มกระบวนการ "ทวงคืน" ทันที
เสียงฝีเท้าด้านนอกหยุดลงตรงหน้าประตูไม้บานเก่า แรงกระแทกมหาศาลซัดเข้าใส่บานประตูจนกลอนเหล็กสั่นกระพือเศษปูนร่วงกราว
"คุณกรันต์!" มายาร้องเตือน น้ำเสียงเริ่มตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาดำมหึมาทาบทับลงบนบานกระจกฝ้าหน้าห้อง
ผมไม่มีเวลาลังเลอีกต่อไปแล้ว หากปล่อยให้เส้นใยสีดำพวกนั้นแตะต้องตัวผม คำสาปทวงวิญญาณจะเริ่มทำงาน และผมจะกลายเป็นเพียงเม็ดทรายสีเลือดอีกเม็ดหนึ่งภายในเรือนกระจกนั้น
ผมยกมือซ้ายขึ้น นิ้วชี้และนิ้วกลางเหยียดตรง พุ่งเป้าไปที่ใจกลางของนาฬิกาทราย ดวงตาข้างซ้ายของผมร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา เส้นเลือดฝอยในตาขาวแตกออกจนกลายเป็นสีแดงก่ำ ผมกำลังใช้พลังจากดวงตาเพื่อ "มองทะลุจุดอ่อน" ของคำสาป
ในมิติที่คนธรรมดามองไม่เห็น ใจกลางแก้วนาฬิกาทรายมีรอยร้าวเล็กๆ สีทองอร่ามซ่อนอยู่ มันคือร่องรอยจากการแตกสลายของเจตจำนงสุดท้ายก่อนที่ช่างนาฬิกาคนนั้นจะเสียชีวิต
ผมต้องทำลายจุดนั้น... ไม่ใช่ด้วยค้อนหรือคีมเหล็ก แต่ต้องใช้จิตวิญญาณและสมาธิทั้งหมดกดทับมันลงไป
"อึก..." ผมส่งเสียงครางในลำคอเมื่อแรงดันมหาศาลจากคำสาปตีกลับเข้าสู่ร่างกาย เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากของผมช้าๆ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลังราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
ประตูไม้ด้านนอกระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้และฝุ่นควันตลบอบอวล เงามืดมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ทั้งคนและสัตว์ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง มันมีรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง และมีดวงตาสสีเหลืองเรืองแสงจ้าในความมืด มันจ้องมองมาที่เราด้วยความกระหายเลือด
ทว่า ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง นิ้วของผมก็แตะลงบนผิวแก้วเย็นเฉียบของนาฬิกาทรายพอดี!
เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับร้อยดังระเบิดขึ้นในหัวของผม ร่างกายของผมแข็งค้าง ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว ขณะที่เงาดำมหึมานั้นกำลังยกกรงเล็บอันแหลมคมขึ้นเตรียมตะปบลงมาที่ศีรษะของผมจากด้านหลัง
และในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง มายาก็ขยับตัว เธอไม่ได้วิ่งหนี... แต่เธอหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท หยิบมันขึ้นมาแล้วกดลงบนรอยแผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกของผมอย่างแรง พร้อมกับกระซิบคำพูดที่ทำให้ผมต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับ... นายท่านผู้ควบคุมตลาดมืดตัวจริง"
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ
ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 3
นาฬิกาทรายย้อนเวลา
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!