ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 4

กฎเหล็กสามข้อ

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นไอสนิมเหล็กและควันธูปสีเทาจัดจ้านลอยวนอยู่เหนือปลายจมูก จนกรันต์ต้องเผลอขมวดคิ้วแน่น ดวงตาข้างซ้ายของเขา—ดวงตาที่ถูกพันธนาการด้วยผ้าก๊อซสีหม่น—กำลังสั่นระริกด้วยความเจ็บแปลบ ราวกับมีเข็มเล่มเล็กนับพันกำลังทิ่มแทงทะลุผ่านม่านตาเข้ามาเตือนสติว่า เบื้องหน้าของเขานั้นไม่ใช่โลกมนุษย์ที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไป "คุณกรันต์ครับ กรุณาลดสายตาคู่นั้นลงเสียหน่อย การจ้องมอง 'สิ่งของ' ที่ยังไม่รู้ราคาในตลาดมืดแห่งนี้ อาจทำให้คุณต้องชำระค่าดูด้วยสิ่งที่คุณอาจไม่มีวันหาคืนมาได้" เสียงราบเรียบทว่าแฝงความเยียบเย็นของมายา ดังขึ้นจากหลังเคาน์เตอร์ไม้พะยูงเก่าคร่ำคร่า นางกำลังใช้คีมทองเหลืองคีบเศษกระดูกสีดำสนิทชิ้นหนึ่งลงไปในโหลแก้วสุญญากาศ แสงตะเกียงน้ำมนต์สีเขียวมรกตสะท้อนลงบนใบหน้าเรียוคมที่ดูไร้อารมณ์ของนาง ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศภายในร้านค้าอับทึบนี้ชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กรันต์ถอนหายใจยาว ขยับเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มให้กระชับเข้ากับลำตัว รอยแผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกซ้ายส่งกระแสความปวดร้าวแปลบปลาผมมาอีกระลอก มันเป็นเช่นนี้เสมอเมื่อเขาเข้าใกล้ความจริงบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ในความทรงจำที่หาย and "ผมไม่ได้อยากมาที่นี่นักหรอกครับ คุณมายา" กรันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางกวาดสายตาสำรวจรอบร้าน ชั้นวางของเต็มไปด้วยขวดโหลบรรจุอวัยวะประหลาด ตำราหนังมนุษย์ และเครื่องรางที่ส่งเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับมีวิญญาณนับร้อยสิงสถิตอยู่ข้างใน "แต่คุณก็รู้ว่า 'กุญแจ' ดอกนี้มันบังคับให้ผมต้องมา และคุณ... ก็เป็นคนเดียวที่รู้ว่ามันไขไปสู่อะไร" มายาวางคีมทองเหลืองลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดัง *กริ๊ก* สะท้อนก้องในความเงียบ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับกรันต์ นัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้นว่างเปล่าไร้ก้นบึ้ง ราวกับหลุมศพที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานนับศตวรรษ "ความอยากรู้อยากเห็นเป็นบาปที่ราคาแพงที่สุดในตลาดมืดแห่งนี้ครับ คุณกรันต์" มายาผผายมือไปยังเก้าอี้ไม้เก่าแก่ฝั่งตรงข้าม เชิญชวนให้เขานั่งลงด้วยกิริยาที่ปฏิเสธไม่ได้ "และก่อนที่คุณจะเอ่ยปากถามหาความทรงจำที่หายไป หรือพยายามจะซื้อขายสิ่งใดกับผม คุณต้องทำความเข้าใจและท่องจำ 'กฎเหล็กสามข้อ' ของที่นี่ให้ขึ้นใจเสียก่อน หากไม่อยากกลายเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นใหม่บนชั้นวางของของผม" กรันต์หรี่ตามองนางอย่างระแวดระวัง แต่ก็ยอมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ด "ว่ามาสิครับ กฎอะไรที่ทำให้คนอย่างคุณต้องทำหน้าเคร่งเครียดขนาดนั้น" มายาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟจากตะเกียงวูบไหวตามลมหายใจที่แผ่วเบาของนาง เงาของหญิงสาวทอดonยาวไปบนผนังห้อง บิดเบี้ยวผิดรูปราวกับสัตว์ประหลาด "ข้อแรก..." มายายกนิ้วเรียวยาวขึ้นมาหนึ่งนิ้ว น้ำเสียงของนางกดต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ "ห้ามซื้อขายด้วยเงินตราธรรมดาเด็ดขาด" กรันต์ขมวดคิ้ว "เงินตราธรรมดา? หมายความว่าธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ที่ผมพกมาใช้ไม่ได้งั้นหรือ?" "ถูกต้องครับ" มายาตอบทันควัน "เงินของโลกมนุษย์เป็นเพียงกระดาษไร้ค่าในดินแดนนี้ สกุลเงินเดียวที่ตลาดมืดประตูที่แปดใช้แลกเปลี่ยน คือ 'สิ่งที่มีอยู่จริงในตัวคุณ'... อาจจะเป็นความทรงจำที่งดงามที่สุด, เวลาในชีวิตที่เหลืออยู่สามสิบปี, เสียงหัวเราะครั้งสุดท้าย, หรือแม้กระทั่ง... ดวงตาข้างซ้ายที่คุณกำลังใช้มองหน้าผมอยู่ตอนนี้" ความหนบหนาของบรรยากาศทำให้กรันต์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายกมือขึ้นแตะผ้าก๊อซที่ปิดตาข้างซ้ายโดยสัญชาตญาณ ดวงตาที่มองเห็นคำสาปและอดีตอันเน่าเฟะของสิ่งของ... มันคือสิ่งที่เขาใช้แลกกับการมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ และถ้าหากต้องแลกมันกับข้อมูลเรื่องอดีตของตนเอง เขากล้าพอหรือเปล่า? "ส่วนข้อที่สอง..." มายาชูนิ้วที่สองขึ้นมา ดวงตาของนางหรี่แคบลงราวกับกำลังประเมินคุณค่าของเหยื่อ "ห้ามเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ไม่ว่ากับใครก็ตาม ทั้งชื่อจริง อดีตที่แท้จริง หรือแม้กระทั่งความปรารถนาลึกๆ ในใจ" "ทำไมล่ะครับ?" กรันต์ถามแทรกขึ้นมาด้วยความสงสัย "เพราะชื่อคือกุญแจผูกพันวิญญาณครับคุณกรันต์" มายาตอบเสียงเฉียบขาด "ถ้าคุณบอกชื่อจริงแก่สิ่งมีชีวิตหรือพ่อค้าเถื่อนในตลาดมืดแห่งนี้ พวกมันจะสามารถควบคุมวิญญาณของคุณได้ตลอดกาล นามปากกาหรือนามแฝงคือเกราะป้องกันเดียวที่คุณมี... จำไว้ว่า 'ประตูมิติที่แปด' ไม่ต้อนรับคนโง่ที่เอาตัวตนที่แท้จริงมาเดินเร่ขาย" กรันต์พยักหน้ารับช้าๆ แม้ในใจจะรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปตามกระดูกสันหลัง เขารู้ดีว่ากฎข้อนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะลำ แค่ชื่อที่เขาใช้แนะนำตัวในบางครั้ง ยังทำให้เขารู้สึกแปลกแยกจากตัวตนเดิมเสียเหลือเกิน "และข้อสุดท้าย..." มายายกนิ้วที่สามขึ้น น้ำเสียงของนางจริงจังและทรงพลังที่สุดในบรรดากฎทั้งหมด จนทำให้ลมหายใจของกรันต์สะดุด "ห้ามย้อนกลับเด็ดขาด" "ห้ามย้อนกลับ... หมายความว่าอย่างไร?" "เมื่อคุณก้าวขาเข้ามาในตลาดมืดแห่งนี้ผ่านประตูบานนั้นแล้ว..." มายาชี้ไปยังประตูไม้ผุพังที่อยู่ด้านหลังร้าน ซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มหมอกสีดำทึบ "...และเมื่อการเจรจาเริ่มต้นขึ้น หรือคุณได้ตกลงแลกเปลี่ยนบางสิ่งไปแล้ว แม้ว่าคุณจะพบว่ามันเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต แม้ว่าคุณจะหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ... คุณก็ไม่มีสิทธิ์หันหลังเดินกลับทางเดิมอีก" มายาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบงันและแรงกดดันเข้ากัดกินความมั่นใจของชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของกรันต์เย็นเฉียบ "ทางเดียวที่จะออกจากตลาดมืดแห่งนี้ได้ คือการเดินหน้าไปจนสุดทางผ่านประตูบานถัดไป... หรือไม่ก็... อยู่ที่นี่ในฐานะ 'สินค้า' ตลอดกาล" ความเงียบเข้าปกคลุมร้านค้าชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากมุมห้องที่ดัง *ติ๊ง... ติ๊ง...* เป็นจังหวะราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง กรันต์นั่งนิ่งสนิท สมองของเขากำลังประมวลผลข้อแลกเปลี่ยนและอันตรายมหาศาลที่รายล้อมอยู่รอบตัว กฎสามข้อนี้ไม่ใช่แค่กฎระเบียบของตลาด แต่มันคือพันธนาการที่รัดตรึงเขาไว้กับชะตากรรมที่หลีกหนีไม่พ้น เขารู้ดีว่าตนเองไม่มีทางเลือกอื่น ตั้งแต่รอยแผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกเริ่มกรีดร้องหาคำตอบเมื่อคืนก่อน เขาก็ได้ก้าวเท้าข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงและความมืดมิดมาเรียบร้อยแล้ว กรันต์สูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เงยหน้าขึ้นสบตากับมายาตรงๆ แววตาของนักประเมินของเก่าฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาวบหนึ่ง "เข้าใจแล้วครับ" กรันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก "ในเมื่อผมไม่มีทางถอยหลังอยู่แล้ว งั้นก็ช่วยบอกผมที... ว่าผมต้องใช้ 'อะไร' ถึงจะแลกกับข้อมูลเกี่ยวกับกุญแจดอกนี้ได้" มายายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่บางเบาเสียจนแทบมองไม่เห็น แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของนางเสียอีก นางค่อยๆ เลื่อนลิ้นชักไม้ใต้เคาน์เตอร์ออกมาช้าๆ เผยให้เห็นวัตถุบางอย่างที่นอนนิ่งอยู่ภายใน ก่อนที่กรันต์จะได้ทันก้มลงมองว่าสิ่งนั้นคืออะไร เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงลากโซ่ตรวนอันน่าสยดสยองก็ดังขึ้นจากตรอกมืดสนิทหน้าร้าน *เคร้ง... เคร้ง...* เสียงนั้นหยุดลงตรงหน้าประตูร้านพอดี เงาสูงใหญ่ทาบทับลงบนกระจกหน้าร้าน เงาของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวผิดมนุษย์ และกำลังเคาะกระจกเบาๆ สามครั้งด้วยเล็บที่แหลมคม *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* "ดูเหมือนว่าจะมี 'ลูกค้า' อีกคนมาเยือน และเขากำลังถือสัญญาซื้อขายที่คุณเคยทำไว้ในอดีตชาติเสียด้วยสครับ คุณกรันต์" มายาเอ่ยกระซิบ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นชัดเจนบนใบหน้าของนาง "คำถามคือ... คุณจำได้ไหมว่าคุณเอาอะไรไปแลกกับมัน?" ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%