ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 5

รอยแผลที่หน้าอก

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณยังคงติดตรึงอยู่ในโพรงจมูก แม้เปลือกตาของกรันต์จะยังปิดสนิท และสติสัมปชัญญะยังคงล่องลอยอยู่กึ่งกลางระหว่างความจริงกับความฝัน ความฝันนั้น... มันไม่ใช่ภาพฝันธรรมดา หากแต่เป็นเศษเสี้ยวความทรงจำที่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด ปรากฏภาพของห้องใต้ดินที่มืดมิด เสียงกรีดร้องโหยหวนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ และเงาร่างของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ที่กำลังใช้เหล็กแหลมเผาไฟประทับลงบนเนื้อหนัง พร้อมกับเสียงกระซิบพร่าเลือนที่ดังก้องอยู่ในหัวสม但这 *“ความเจ็บปวดนั้นไม่ใช่เรื่องอดีต แต่มันกำลังเกิดขึ้นจริงในตอนนี้”* กรันต์สะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลงขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอนแคบ ๆ ลมหายใจของเขาหอบกระdunkถี่รัว หน้าอกด้านซ้ายไหวสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกซี่โครง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อผ้าชุ่มโชก ความเย็นยะเยือกของอากาศยามวิกาลไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ภายในร่างกายเลยแม้แต่น้อย มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกอย่างเร่งรีบ สัญชาตญาณดิบเตือนภัยลั่นระฆังดังสนั่นอยู่ในหัว ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับผิวเนื้อบริเวณหน้าอก—จุดที่เคยเป็นเพียงรอยแผลเป็นนูนหนา รูปร่างประหลาดคล้ายดอกกุญแจโบราณ แต่วินาทีนี้... มันไม่ได้เย็นเฉียบไร้ความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว รอยแผลนั้นกำลังเปล่งแสงเรืองรองสีแดงฉานราวกับเหล็กกล้าที่ถูกเผาไฟในเตาหลอม มันร้อนระอุจนแทบจะละลายผิวหนัง และแผ่ไอความร้อนแผดเผารusลามไปทั่วร่างจนเขาต้องกัดฟันกรอดเพื่อกลั้นเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด “อึก...” กรันต์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นห้อง มือข้างหนึ่งจิกแน่นลงบนพรมเก่า ๆ เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ดวงตาข้างซ้ายของเขา—เนตรประหลาดที่มองเห็นคำสาปและอดีตอันดำมืดของวัตถุ—เวลานี้กำลังปวดตุบ ๆ ราวกับจะระเบิด ภาพหลอนของเศษเสี้ยวความทรงจำเมื่อครู่ไหลทะลักเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เงาของกุญแจดอกนั้น... กุญแจที่ไขไปสู่ประตูที่เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันนำไปสู่ที่ใด เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นดังขึ้นที่หน้าห้องพัก ฟوتสเต็ปที่คุ้นเคยพร้อมกับกลิ่นหอมจาง ๆ ของชาสมุนไพรจีนและควันบุหรี่ราคาแพง ประตูกระจกบานเลื่อนถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องเคาะ ร่างเพรียวระหงในชุดโค้ทตัวยาวสีดำสนิทของมายาปรากฏขึ้นที่กรอบประตู แสงสลัวจากภายนอกสาดส่องกระทบใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา และดวงตาคู่คมที่ซ่อนความกังวลไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ เธอปรายตามองสภาพอันน่าเวทนาของชายหนุ่มที่กำลังดิ้นรนอยู่บนพื้น ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็ว “ฉันบอกคุณแล้ว... ว่าอดีตมันไม่เคยตาย มันแค่รอเวลาที่จะกลับมาทวงคืน” เสียงหวานเรียบเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงไปด้วยความเยียบเย็นที่บาดลึก เธอย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นตรงหน้ากรันต์ โดยไม่สนใจว่าชายผ้าโค้ทจะเปื้อนฝุ่นแม้แต่น้อย ดวงตาของมายากวาดมองรอยแผลรูปกุญแจที่หน้าอกซ้ายของเขา ซึ่งตอนนี้เปล่งแสงสว่างวาบจนทะลุเนื้อผ้าออกมา กรันต์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ เม็ดเหงื่อไหลย้อยลงมาตามสันจมูก ลมหายใจร้อนผ่าว “เธอ... รู้อะไรมาตั้งแต่แรกใช่ไหมมายา? รอยแผลนี่... มันไม่ใช่แค่แผลเป็นอุบัติเหตุบ้า ๆ นั่น” มายาไม่ตอบทันที เธอยื่นมือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทออกไป ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงที่ขอบรอยแผลนั้นอย่างแผ่วเบา ทันทีที่สัมผัส เสียงคำรามต่ำ ๆ คล้ายกลไกนาฬิกาโบราณกำลังหมุนวนก็ดังขึ้นจากหน้าอกของกรันต์ พร้อมกับไอความร้อนที่สะท้อนกลับจนมายาต้องชักมือกลับเล็กน้อย “คุณคิดว่ารอยแผลนั่นคือคำสาปเหรอ กรันต์?” มายาแค่นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอลดต่ำลงจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ “มันไม่ใช่คำสาป... แต่มันคือ ‘ตราประทับ’ ต่างหาก ตราประทับที่บ่งบอกว่าคุณคือผู้ถือกุญแจ และในขณะเดียวกัน... คุณก็คือห้องขังที่กัก Nก ‘บางสิ่ง’ เอาไว้” “หมายความว่ายังไง?” กรันต์เค้นเสียงถาม ความเจ็บปวดที่หน้าอกเริ่มลามขึ้นมาถึงลำคอ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว ทว่าในความมืดมิดนั้น ดวงตาซ้ายของเขากลับมองเห็นบางอย่าง เส้นด้ายสีดำนับร้อยเส้นพวยพุ่งออกมาจากรอยแผลรูปกุญแจ พยายามเกี่ยวพันล้อมรอบตัวเขาไว้ราวกับโซ่ตรวน “หมายความว่า... ความทรงจำที่คุณพยายามตามหา และสิ่งที่อยู่ในตลาดมืดประตูที่แปดกำลังจะบรรจบกันในคืนนี้” มายาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอมองออกไปนอกหน้าต่างที่กระจกเริ่มขึ้นฝ้าขาวจากความเย็นภายนอก “และที่แย่ไปกว่านั้นคือ... มีคนอื่นที่รู้เรื่องนี้ก่อนเรากำลังก้าวเข้ามาในตึกนี้แล้ว” สิ้นคำพูดของหญิงสาว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่ฝีเท้าของมนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเสียงลากโลหะที่ขูดกับพื้นปูนดัง *แกรก... แกรก...* และกลิ่นอับของศพไร้ญาติที่โชยทะลุเข้ามาในห้อง กรันต์กัดฟันฝืนความเจ็บปวด ยันกายลุกขึ้นยืนโดยมีโต๊ะไม้เก่าเป็นที่พยำ หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วยิ่งกว่าเดิมเมื่อแสงที่หน้าอกเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วงเข้ม ลวดลายของกุญแจเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ฉีกกระชากผิวเนื้อราวกับมันกำลังจะไขออกด้วยตัวเอง เคาะประตูสามครั้งดังสนั่น... ตามด้วยเสียงหัวเราะแหบพร่าจากชายปริศนาที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก *“เปิดประตูให้ฉันที... สหายเก่า นายเก็บของของฉันไว้มานานเกินไปแล้ว”* ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%