ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 6

ลูกค้าผู้กระหาย

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอานิสซอนและควันธูปโบราณลอยวนอวลอยู่ในอากาศจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน มายาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนทันทีที่เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูบานหนักส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา เธอยังคงใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือหนังสีดำขัดคราบออกไซด์สีเขียวออกจากเหรียญเงินโรมันยุคสาธารณรัฐอย่างใจเย็น ขณะที่กรันต์—ซึ่งยืนพิงชั้นไม้สักทึบอยู่มุมห้อง—หรี่ตาลงมองเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางร้าน ดวงตาข้างซ้ายของกรันต์เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดั่งถูกนาบด้วยถ่านแดง เส้นใยสีดำคล้ายราเมือกขยับยุกยิกอยู่ใต้ผิวหนังรอบเบ้าตา มันคือก,ลไกเตือนภัยอัตโนมัติเมื่อวัตถุเปี่ยมอาถรรพ์ก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขต "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขายเหรียญราคาถูกพวกนั้นหรอกครับคุณมายา" น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบราวกับลมหนาวพัดผ่านหลุมศพ ชายหนุ่มในเสื้อโค้ทกันหนาวสีดำสนิทก้าวล่วงเข้ามาในเขตแสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมัน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินชื้นแฉะราวกับเพิ่งขุดขึ้นมาจากหลุมศพโชยออกมาจากตัวเขา กรันต์สังเกตเห็นรอยเปื้อนโคลนแห้งกรังที่ชายกางเกงและปลายนิ้วมือที่สั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ชายปริศนาวางหีบไม้เนื้อแข็งหุ้มหนังสีดำใบย่อมลงบนเคาน์เตอร์ไม้ เสียงกระทบหนักหน่วงจนเครื่องเงินบนโต๊ะสั่นสะเทือน มายาวางเหรียญในมือลงอย่างเชื่องช้า เธอดันแว่นขยายขึ้นไปเหน็บไว้บนหน้าผาก ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองแขกยามวิกาลนิ่งสนิทโดยไร้ความหวาดกลัว "ของในหีบนั้น... คงไม่ใช่แค่เครื่องประดับชิ้นโบว์แดงหรอกกระมังครับ คุณลูกค้า" มายาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความกดดัน ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและขื่นขม เขายกมือขึ้นปลดตัวล็อกทองเหลืองทั้งสองข้างของหีบออกอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเปิดฝาโลงศพของคนที่รักที่สุด "มันมีค่ามากกว่าเครื่องประดับครับ... มันคือความจริงที่มนุษย์หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์หลีกหนี" ฝากล่องถูกเปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของที่นอนนิ่งอยู่ภายใน มันสั่นไหว... ไม่ใช่เพราะแรงสะเทือน แต่เพราะพื้นผิวด้านในของมันมีชีวิต กระจกเงาโบราณทรงรี กรอบทำจากโลหะผสมสีดำคล้ำที่ดูคล้ายกระดูกสัตว์สลักลวดลายประหลาด ผิวหน้ากระจกไม่ได้สะท้อนภาพเคาน์เตอร์หรือใบหน้าของมายาและกรันต์ แต่มันกลับเป็นกลุ่มควันสีเทาหมุนวนหนาแน่น คล้ายพายุหมุนขนาดจิ๋วที่กำลังกักเก็บเสียงกรีดร้องอันแผ่วเบาเอาไว้ภายใน กรันต์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองก้าว ลมหายใจของเขาติดขัดชั่วขณะ ดวงตาข้างซ้ายเต้นตุบด้วยความเจ็บปวดรุนแรง ภาพอดีตของกระจกบานนี้ทะลักเข้าสู่สมองของกรันต์ราวกับเขื่อนแตก—ภาพเลือดสีดำที่สาดกระเซ็นลงบนผิวหน้ากระจก เสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งของหญิงสาวผู้ถูกขังวิญญาณ และเงาสะท้อนของใครบางคนที่ยืนมองดูเหตุการณ์ฆาตกรรมด้วยรอยยิ้ม "กระจกเงาแห่งความตาย... หรือที่ตลาดมืดเรียกกันว่า 'เนตรทมิฬพันปี'" กรันต์พึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงของเขาแหบแห้ง ชายปริศนายิ้มกว้าง ใบหน้าซีกหนึ่งหลบอยู่ในเงาของปีกหมวก "คุณตาสว่างไวดีนี่ครับ คุณกรันต์... สมกับที่เป็นนักประเมินมือหนึ่งของตลาดมืด" กรันต์สะดุ้งเล็กน้อยที่ชายผู้นี้รู้จักชื่อตน แต่วินาทีนี้ความสงสัยเรื่องตัวตนถูกกลบด้วยความอันตรายของวัตถุตรงหน้า "คุณเอาของอันตรายระดับนี้มาที่นี่ทำไม? กระจกบานนี้ไม่ได้แค่กักขังวิญญาณ แต่มันกลืนกินอนาคตของผู้ที่มองมัน" "ถูกเผงเลยครับ" ชายหนุ่มเคาะนิ้วลงบนขอบไม้ของหีบ "และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ... ผมไม่ได้มาเพื่อขายมันเพื่อแลกกับเงินตราสกุลต่ำต้อยพวกนั้น แต่ผมมาเพื่อ 'จำนำ'" มายายกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธออย่างเยือกเย็น "การจำนำในตลาดมืดแห่งนี้มีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่ง คุณลูกค้ารู้ใช่ไหมครับ? ของที่จะนำมาค้ำประกันต้องมีมูลค่าทางวิญญาณเทียบเท่ากับสิ่งที่คุณอยากได้... แล้วสิ่งที่คุณอยากได้จากเราล่ะ คืออะไร?" ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ดวงตาที่เคยหลบซ่อนเงยขึ้นสบตากับกรันต์ตรงๆ ดวงตาคู่นั้นไม่มีแววตาของมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าและรอยดำคล้ำรอบขอบตา "ผมอยากเห็นอนาคตของตัวเอง..." ชายหนุ่มเน้นทีละคำ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด "...ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า" ความเงียบเข้าปกคลุมร้านชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำเก่าหลังร้านที่ดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายความตายแผ่ขยายออกจากตัวกระจกจนไอเย็นเกาะพราวบนเส้นผมของกรันต์ การขอก시อนาคตตัวเองล่วงหน้าในตลาดมืด ไม่ใช่เรื่องของการพยากรณ์ แต่มันคือการ 'ดึง' ช่วงเวลาอันเลวร้ายนั้นให้เกิดขึ้นจริงเร็วขึ้น หรือไม่ก็เป็นการทำลายเจตจำนงเสรีจนวิญญาณแตกสลาย มายาหันไปมองกรันต์ สายตาของเธอบ่งบอกเป็นนัยว่าให้ตัดสินใจ เพราะสิทธิ์ขาดในการรับจำนำวัตถุอาถรรพ์สายมืดตกอยู่กับการประเมินของเขา กรันต์ก้มตัวลงต่ำ ใบหน้าอยู่ห่างจากผิวกระจกเงาเพียงคืบเดียว ดวงตาข้างซ้ายของเขาเปิดกว้างจนสุดขีด เส้นเลือดฝอยในตาขาวแตกซ่านกลายเป็นสีแดงฉาน ภาพอนาคตเจ็ดวันข้างหน้าที่ถูกกักเก็บไว้ในกระจกเริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านกระแสจิตของเขา—ภาพเลือด ความมืด และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของใครบางคน "ถ้าคุณเห็นอนาคตนั้น... คุณอาจจะอยากตายเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยก็ได้นะครับ" กรันต์กระซิบเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง ชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ไหล่ของเขาสั่นสะท้อน "ผมตายไปตั้งแต่เจ็ดวันก่อนแล้วล่ะครับ... เชิญเปิดกระจกเถอะครับคุณกรันต์" กรันต์สูดลมหายใจเข้าปอดเป็นครั้งสุดท้าย นิ้วมือที่สั่นเทายื่นออกไปสัมผัสกับกรอบโลหะเย็นเฉียบ ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะโดน ควันสีดำในกระจกก็ระเบิดวูบออกมาราวกับสัตว์ประหลาดที่ตื่นจากการจำศีล ภาพเหตุการณ์ในอีกเจ็ดวันข้างหน้าปรากฏชัดขึ้นบนผิวหน้ากระจก—ภาพที่ทำให้หัวใจของกรันต์กระตุกวูบด้วยความตกใจสุดขีด ในกระจกนั้น... ไม่ได้มีเพียงภาพของชายหนุ่มปริศนาคนนี้คนเดียว แต่มีเงาร่างของกรันต์เอง ที่กำลังยืนถือมีดอาบเลือดอยู่เบื้องศพของชายผู้นี้ พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของกรันต์เองในอนาคตที่เขาไม่มีทางจดจำได้เลยว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร! ก่อนที่กรันต์จะทันได้ชักมือกลับ เสียงเคาะประตูด้านนอกร้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างรุนแรง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* พร้อมกับเสียงประกาศกร้าวที่ลอดผ่านเข้ามาในความเงียบ ทำให้ทั้งมายาและกรันต์ต้องผวาเฮือก "เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! กองปราบปรามอาชญากรรมเหนือธรรมชาติ... เราพบสัญญาณวัตถุต้องห้ามระดับภัยพิบัติในร้านนี้!" ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ --- **ประตูมิติที่แปด**
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%