ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 1

เงาในหมอกควัน

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"ของชิ้นนี้ไม่ใช่สินค้าที่จะนำมาวางขายบนโต๊ะไม้ขัดเงาให้พวกนักสะสมหน้าโง่มาต่อราคาเล่นหรอกนะครับ, คุณกรันต์" เสียงของมายาแหบพร่าและเย็นเยียบราสายลมที่พัดผ่านหลุมศพ เธอไม่ได้มองหน้าเขาด้วยซ้ำ นัยน์ตาสีเทาหม่นภายใต้แสงไฟสลัวของร้านขายของเก่าไร้ป้ายชื่อ กำลังจดจ่ออยู่กับการใช้คีมทองเหลืองคีบถ่านสีแดงฉานลงในเตาสำริด กลิ่นอายของความอับชื้น ฝุ่นผงโบราณ และกลิ่นจางๆ ของฟอร์มาลีนลอยอวลอยู่ในอากาศแคบๆ นี้จนแทบหายใจไม่ออก กรันต์ถอนหายใจยาว ดวงตาข้างซ้ายของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง—ความเจ็บปวดคุ้นเคยที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อวัตถุอาคมเข้าใกล้รัศมีสายตา เขาไม่จำเป็นต้องเงยหน้ามองกระจกเพื่อรู้ว่าม่านตาข้างซ้ายของตนกำลังเปลี่ยนเป็นสีเทาจัดและสะท้อนภาพซ้อนของอดีต เขากวาดสายตามองกล่องไม้แกะสลักขนาดเท่าฝ่ามือที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า มันคือกล่องไม้พะยูงดำที่ขึ้นเงาด้วยน้ำมันดิบ ลวดลายแกะสลักบนนั้นไม่ใช่ลวดลายวิจิตรบรรจงทั่วไป หากแต่เป็นรูปสลักของมนุษย์นับร้อยชีวิตที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ร่างกายพันธนาการเข้าหากันราวกับพยายามตะกุยตะกายหนีออกจากความมืดมิดภายในกล่อง และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังส่ง "กลิ่น" ออกมา ไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพ แต่เป็นกลิ่นอายของความตายที่เย็นเยือก กลิ่นอายของคนที่หมดลมหายใจทั้งเป็น "ผมไม่ได้มาเพื่อซื้อขาย ผมมาเพื่อหาคำตอบ" กรันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะเบาๆ บนขอบโต๊ะไม้ "คุณก็รู้ว่ารอยแผลเป็นที่หน้าอกของผมมันเริ่มปวดแปลบอีกแล้ว และทุกครั้งที่มันเตือน... ของพวกนี้ก็จะโผล่มาหาผมเสมอ มันบังเอิญเกินไปหน่อยไหมครับ, มายา" มายางดการกระทำทุกอย่าง เตาสำริดส่งเสียงปะทุเบาๆ ประกายไฟสีส้มสาดกระทบใบซีดเซียวของเธอ เธอยกศีรษะขึ้นช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย "คำตอบมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอครับคุณกรันต์... และบางที ราคานั้นอาจไม่ใช่เงินตรา แต่อาจเป็นวิญญาณครึ่งหนึ่งของคุณเอง" เธอดันกล่องไม้พะยูงดำนั้นเข้ามาใกล้ตัวเขาอีกนิด แรงเสียดทานของไม้เนื้อแข็งครูดกับพื้นโต๊ะเป็นเสียงแหลมบาดหู กรันต์หรี่ตามองกล่องใรนั้น สัญชาตญาณของนักประเมินของเก่ามือฉกาจเตือนภัยสีแดงฉาน เขารู้จักวัตถุต้องสาปมานับไม่ถ้วน รู้จักวิธีทำลาย รู้จักวิธีปิดผนึก แต่กล่องใบนี้แตกต่าง มันมีความ "กระหาย" บางอย่างซ่อนอยู่ข้างในราวกับมันมีชีวิต และกำลังรอคอยให้ใครสักคนโง่พอที่จะเปิดฝาออก "ใครเป็นคนส่งมันมา?" กรันต์ถาม เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อยเมื่อความร้อนที่ตาซ้ายเริ่มลามเลียขึ้นมาถึงขมับ "ไม่มีชื่อผู้ส่ง... ไม่มีรหัสไปรษณีย์ ไม่มีแม้กระทั่งรอยนิ้วมือของมนุษย์" มายาตอบเสียงกระซิบ เอนตัวพิงพนักเก้าอี้หวายเก่าๆ "มีเพียงจดหมายฉบับเดียวที่แนบมาใต้กล่อง และฉันคิดว่าคุณควรจะอ่านมันด้วยตาของคุณเอง... ก่อนที่คุณจะรู้ตัวว่าคุณก้าวขาเข้ามาใน 'ตลาดมืดประตูที่แปด'ลึกเกินกว่าจะหันหลังกลับเสียแล้ว" กรันต์นิ่งงัด ปลายนิ้วของเขาขยับเข้าใกล้กล่องไม้ช้าๆ สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วแตะโดนผิวไม้คือความเย็นยะเยือกราวกับจับน้ำแข็งขั้วโลก ทันทีที่สัมผัสโดน ภาพความทรงจำที่ขาดวิ่นก็กรีดแทรกเข้ามาในหัวสมองของเขา—เสียงกรีดร้องของผู้คน ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์ และกุญแจดอกใหญ่ที่ถูกเสียบคาไว้ที่หน้าอกของใครบางคน... คนที่มีรอยแผลเป็นพิมพ์เดียวกับเขา เขากลั้นหายใจ เอื้อมมือไปหยิบแผ่นกระดาษสีเหลืองกรอบที่ซ่อนอยู่ใต้กล่องขึ้นมา กลิ่นกระดาษเก่าคละคลุ้ง ทว่าตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทกลับดูสดใหม่ราวกับเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อครู่นี้เอง *‘ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ผู้คุมประตู’* ข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียว แต่กลับทำให้เลือดในกายของกรันต์เย็นเฉียบลงในพริบตา เขารู้จักลายมือนั้น... มันคือลายมือของเขาเอง ทั้งที่เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเขียนมันขึ้นมาตอนไหน ก่อนที่กรันต์จะได้ตั้งสติจากความตกตะลึง เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น "กร๊ิ้ง..." ทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบงันทันที มายาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ เพราะในเวลานี้ ตลาดมืดโซนนี้ควรจะปิดตายและไม่มีผู้ใดกล้าก้าวย่างเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสิ่งอื่นใดก็ตาม เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเชื่องช้าดังขึ้นที่หน้าประตู เสียงนั้นลากยาวคล้ายกับคนขาพิการ แต่มีจังหวะจะโคนอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับผู้มาเยือนกำลังเดินตามจังหวะการเต้นของหัวใจกรันต์ทีละก้าว... ทีละก้าว *แอ๊ด...* ประตูกระจกสีชาค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก ปะทะกับลมหมอกยามวิกาลที่พัดพาเอาฝุ่นผงแปลกประหลาดเข้ามาในร้าน ร่างสูงโปร่งในชุดโค้ทกันหนาวสีดำสนิทก้าวเข้ามาภายใน เงาสูงใหญ่ทาบทับลงบนร่างของกรันต์จนมืดมิด ชายปริศนาคนนั้นหยุดยืนอยู่ตรงข้ามโต๊ะ เขายื่นมือสวมถุงมือหนังสีดำวางวัตถุชิ้นหนึ่งลงข้างกล่องไม้พะยูงดำของกรันต์อย่างถือวิสาสะ มันคือ "กุญแจโบราณ" ดอกใหญ่ที่สนิมเขรอะ รูปร่างของมันถอดแบบมาจากรอยแผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกของกรันต์อย่างไร้ที่ติ และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ... ที่ปลายดอกกุญแจนั้น มีหยดเลือดสกดสดที่ยังคงไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย "ของของคุณตกไว้เมื่อสามร้อยปีก่อนครับ... ท่านประธาน" ชายในชุดโค้ทสีดำเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้เงาหมวก ปรากฏดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่กรันต์ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ประตูมิติที่แปด" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%