กลิ่นอายของสนิมเหล็กผสมคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องโถงใต้ดินชั้นสามของโรงฆ่าสัตว์ร้าง แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันวาบแสงสีส้มสลัวสาดส่องลงบนโต๊ะไม้สักยาวขัดเงา รอบตัวพวกเขามีแต่เงามืดทึบที่ทอดตัวยาวราวกับสัตว์ประหลาดไร้ร่าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเหล่าพ่อค้าตลาดมืดและพวกนอกกฎหมายดังสะท้อนก้องกังวาน ทุกคนสวมหน้ากากโลหะซ่อนใบหน้า ปิดบังแววตาที่จ้องมองมายังเวทีกลางห้องด้วยความโลภที่แทบไม่คิดจะปิดบัง
กรันต์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลิ่นควันบุหรี่ฉุนกึกและกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวล เขาขยับปกเสื้อโค้ตตัวยาวให้กระชับ มือขวาลูบแผลเป็นรูปกุญแจใต้ร่มผ้าอย่างเผลอไผล มันกำลังร้อนผ่าว... สัญญาณเตือนภัยจากร่างกายที่บอกชัดเจนว่า "เป้าหมาย" อยู่ใกล้แค่เอื้อม
ดวงตาข้างซ้ายของเขาเริ่มสั่นระริก ม่านตาหดแคบลง เส้นเลือดฝอยสีแดงฉานแตกซ่านจนมองเห็นโลกผ่านม่านหมอกสีเทาหม่น วัตถุทุกชิ้นในรัศมีสิบเมตรเริ่มเปล่งแสงออร่าสีดำทมิฬ แต่วันนี้... แสงที่เขารอคอยไม่ใช่สีดำแห่งคำสาปทั่วไป หากแต่เป็นประกายแสงสีทองหม่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ "กุญแจดอกที่สอง"
"คุณดูตึงเครียดเกินไปแล้วนะครับ, คุณกรันต์"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากด้านข้าง มายาสวมชุดคลุมกำมะหยี่สีรัตติกาล ใบหน้าใต้หน้ากากครึ่งซีกเผยให้เห็นเพียงเรียวปากหยักลึกที่กำลังยกยิ้มเยาะ เธอกำลังถือพัดขนนกสีดำสนิทเคาะเบาๆ กับฝ่ามืออย่างใจเย็น "ถ้าคุณแสดงพิรุธออกมาแม้แต่นิดเดียว พวกมันจะฉีกคุณเป็นชิ้นๆ ก่อนที่ค้อนประมูลจะเคาะครั้งแรกเสียอีก"
"ผมไม่ได้กลัวพวกมัน, มายา" กรันต์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบมองตรงไปยังแท่นประมูลเบื้องหน้า "แต่ผมกำลังคิดว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนเอาของชิ้นนั้นมาปล่อยประมูลในตลาดมืดแห่งนี้ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันจะดึงดูดวิญญาณอาฆาตครึ่งค่อนเมืองมาไว้ที่นี่"
บนแท่นประมูลไม้เก่าคร่ำคร่า ชายชราหลังค่อมสวมสูทสากlเปื้อนคราบไคล กำลังยืนถือค้อนไม้พะยูง เผยรอยยิ้มเหี่ยวย่นน่ากลัวเมื่อเขาดึงผ้าสักหลาดสีแดงออก เผยให้เห็นกุญแจสำริดโบราณขนาดยาวเท่าฝ่ามือ ลวดลายสลักบนเนื้อโลหะบิดเบี้ยวคล้ายใบหน้ามนุษย์กำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังส่งเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ได้ยินเพียงแค่คนที่มีสายตาแห่งคำสาปเท่านั้น
*"ปล่อยฉัน... ปล่อยฉันจากร่างนั้น..."*
เสียงกรีดร้องในหัวทำให้กรันต์ต้องหลับตาลงชั่วขณะเพื่อตั้งสติ เขาจำรอยสลักนั้นได้แม่นยำ มันคือชิ้นส่วนเดียวกับที่เคยถูกฝังไว้ในความทรงจำสีดำสนิทของเขาเอง
"รายการต่อไป... เป็นวัตถุโบราณระดับวิกฤต คลาส S-3" เสียงแหบแห้งของพิธีกรดังขึ้นทะลุกรรมวิธีความเงียบงัน "กุญแจแห่งพันธนาการ... สิ่งที่จะเปิดประตูไปสู่ความลับที่ถูกลืมเลือน ราคาเริ่มต้นที่สามสิบล้าน... หรือแลกด้วย 'เศษเสี้ยวความทรงจำ' ที่มีค่าเท่าเทียมกัน!"
ความโกลาหลขนาดย่อมเกิดขึ้นทันที เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ การประมูลในตลาดมืดไม่ได้ใช้แค่เงินตรา แต่มันใช้สิ่งที่มีค่ามากกว่านั้น... "อายุขัย" หรือ "ความทรงจำ" ของผู้เสนอราคา
"สี่สิบล้าน!" เสียงทุ้มต่ำจากมุมมืดด้านขวาตะโกนขึ้น ชายร่างใหญ่สวมหน้ากากรูปหัวกระโหลกควายยกป้ายหมายเลขขึ้นสูง ออร่ารอบตัวเขามืดมนจนน่าขนลุก มันคือพ่อค้าของเถื่อนจากแดนใต้ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการใช้มนמהดำ
กรันต์ไม่รอช้า เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ยกป้ายหมายเลขของตนเองขึ้นช้าๆ "ห้าสิบล้าน... และผมขอเพิ่มข้อเสนอพิเศษ"
สายตาทุกคู่ในห้องโถงหันขวับมามองเขาเป็นตาเดียว มายาขมวดคิ้วเล็กน้อย เอื้อมมือมาคว้าชายเสื้อโค้ตของกรันต์ไว้โดยไม่รู้ตัว แต่กรันต์สะบัดไหล่เบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธ
"คุณบ้าไปแล้วหรือครับ?" มายาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน "คุณกำลังจะเอาอะไรไปแลก?"
กรันต์ไม่ตอบ เขาถอดถุงมือหนังสีดำออก เผยให้เห็นฝ่ามือซ้ายที่มีรอยสักประหลาดจางๆ เขาก้าวขึ้นไปบนบันไดสองขั้น จ้องมองหน้าผู้ดำเนินรายการด้วยแววตาที่ว่างเปล่าแต่เด็ดเดี่ยว "ผมขอแลกมันด้วย... 'ความทรงจำในวัยเด็กสิบปีแรก' ของผมทั้งหมด"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาจะดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิม การเอาความทรงจำช่วงแรกของชีวิตมาแลก หมายความว่าตัวตนของเขาจะถูกลบเลือนไปครึ่งหนึ่ง เขาอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่คือใคร หรือรอยแผลเป็นที่หน้าอกได้มาจากไหน
พิธีกรชราหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แววตาภายใต้หน้ากากโลหะเป็นประกายวาวโรจน์ "ข้อเสนอช่างน่าสนใจยิ่งนัก... นักประเมินกรันต์ คุณแน่ใจแล้วหรือว่าการยอมสูญเสียตัวตน คุ้มค่ากับการได้กุญแจดอกนี้กลับมา?"
"เคาะราคาเถอะครับ" กรันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ความลังเล แต่หัวใจข้างในกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก
"หمسสิบล้าน... และความทรงจำครึ่งชีวิต... ครั้งที่หนึ่ง..." พิธีกรเงื้อมค้อนไม้ขึ้นสูง
มายากลั้นหายใจ เธอกำพัดในมือแน่นจนก้านไม้ไผ่หักคามือ สายตาเธอมองสลับระหว่างกรันต์และกุญแจสำริดบนโต๊ะด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"ครั้งที่สอง..."
ทันใดนั้นเอง... ไฟในห้องโถงทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ!
ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังขึ้นระลอกหนึ่ง ตามมาด้วยเสียงโลหะกระทบกันและเสียงฉีกกระชากของเนื้อหนัง กรันต์ชักมีดสั้นอาคมออกจากฝักในเสี้ยววินาที ดวงตาซ้ายของเขาเบิกกว้างขึ้นเพื่อปรับรับกับความมืด
ในแสงสลัวจากเปลวไฟประหลาดที่ลุกโชนขึ้นที่มุมห้อง กรันต์เห็นร่างเงาสีดำนับสิบกำลังพุ่งเข้าใส่แท่นประมูล แต่เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่เงิน... และไม่ใช่กุญแจ
พวกมันกำลังพุ่งตรงมาที่ "เขา"
"ระวังตัวด้วยครับ!" เสียงตะโกนของมายาดังลั่นจากความมืด พร้อมกับเสียงคมดาบพุ่งแหวกอากาศ
กรันต์ปัดป้องการโจมตีจากด้านหลังได้อย่างเฉียดฉิว คมมีดของศัตรูเฉี่ยวหัวไหล่จนเสื้อโค้ตขาดวิ่น แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่เงาดำพวกนั้น... หากแต่เป็นกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่ลอยมาแตะจมูก ท่ามกลางความโกลาหลและกลิ่นคาวเลือด
ร่างระหงในชุดคลุมสีดำก้าวออกมาจากเงื้อมเงาของเสาหิน มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบ "กุญแจสำริด" บนแท่นประมูลที่ไร้คนเฝ้าขึ้นมาถือไว้ได้อย่างง่ายดาย
กรันต์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อแสงไฟสำรองติดขึ้นอีกครั้ง เผยให้เห็นใบหน้าที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในสถานที่อัปมลเช่นนี้
"เสียใจด้วยนะ, กรันต์..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นชาจนจับขั้วหัวใจเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่กรันต์จำได้ไม่มีวันลืม "กุญแจดอกนี้... อยู่ในมือฉันแล้ว และนายไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอื้อมมือมาแตะมันอีกต่อไป... พี่ชาย"
...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 18
การประมูลวิญญาณ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!