กลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นจนแสบจมูก นั่นไม่ใช่กลิ่นของเลือดสดๆ ที่เพิ่งไหลริน แต่มันคือกลิ่นของเลือดที่ถูกสูบฉีดจนแห้งกรัง ผสมปนเปไปกับกลิ่นออразึกของความตายที่หมักหมมอยู่ภายใต้เงาตึกอิฐแดงโบราณของตลาดมืด
กรันต์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าซากร่างไร้วิญญาณ ดวงตาข้างซ้ายของเขาซึ่งสวมทับด้วยแว่นกรอบทองเลนส์พิเศษกำลังสั่นระริก ภาพที่สะท้อนผ่านนัยน์ตาซ้ายไม่ใช่เพียงศพของชายเร่ร่อนผู้หนึ่ง แต่เป็นมิติที่บิดเบี้ยวของร่องรอยพลังงานสีม่วงคล้ำที่ยังคงลอยวนอยู่รอบกะโหลกศีรษะของเหยื่อ
"มันไม่ได้ต้องการชีวิตของเขา... มันต้องการสิ่งที่มีค่ามากกว่านั้น"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลัง มาญาก้าวออกมาจากความมืดของตรอกแคบ รองเท้าบูทหนังของเธอส่งเสียงกระทบพื้นผิวที่เปียกชื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงสลัวจากตะเกียงแก๊สข้างทางสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกของเธอ เผยให้เห็นแววตาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความครุ่นคิดและร่องรอยของความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยชา
"คุณเห็นอะไรจากดวงตานั้นบ้าง กรันต์?" มาญาถามพลางกอดอก สายตาคมกริบมองสำรวจรอยแผลฉีกขาดบริเวณท้ายทอยของศพ ซึ่งถูกกรีดด้วยของมีคมอย่างแม่นยำ ราวกับฝีมือของศัลยแพทย์ผู้ไร้ความปรานี
"ความว่างเปล่า" กรันต์ตอบเสียงแหบพร่า นิ้วเรียวยาวขยับขึ้นถอดแว่นตาออกช้าๆ ก่อนจะใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับ "ไม่ใช่แค่ความตายที่พรากวิญญาณไป แต่มันคือการ 'ควัก' เอาความทรงจำทั้งหมดออกจากสมอง รอยแผลนี้... ไม่ได้เกิดจากมีดธรรมดา แต่มันคือร่องรอยของการใช้ 'ตะขอโลหิต' ของวิเศษต้องสาปประเภทกวาดล้างจิตสำนึก"
ศพรายนี้เป็นศพที่สามในรอบสัปดาห์ที่ถูกพบในสภาพเดียวกัน ความน่าสะพรึงกลัวไม่ใช่การตาย แต่คือการที่เหยื่อกลายเป็นคนไร้ตัวตน ความทรงจำ ชื่อเสียง อดีต และแม้แต่ความรู้สึกนึกคิดถูกควักออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเปลือกมนุษย์ที่ว่างเปล่า
กรันต์ก้มตัวลงต่ำ กลิ่นอายความทรงจำที่หายไปเตะจมูกเขาอย่างรุนแรง มันทำให้แผลเป็นรูปกุญแจที่หน้าอกใต้เสื้อเชิ้ตของเขาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วผ่านกระดูกสันหลัง ภาพความทรงจำสีเทาที่ขาดหายของตัวเขาเองแวบเข้ามาในหัว สมองของเขารู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่าง—ความเชื่อมโยงที่น่ารังเกียจระหว่างฆาตกรรายนี้กับปริศนาในอดีตที่เขาตามหา
"มีร่องรอยของพลังงานเวทมนตร์ดำหลงเหลืออยู่" กรันต์พึมพำ พลางใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ขอบแผลของศพ ทันใดนั้น ภาพหลอนบางอย่างก็พุ่งเข้าใส่สติของเขา ความมืดมิด เสียงกรีดร้องโหยหวน และเงาร่างของชายสวมหน้ากากโลหะที่กำลังถือขวดแก้วบรรจุแสงสีฟ้าเรืองรอง—แสงแห่งความทรงจำที่ถูกขโมยไป
กรันต์สะعدถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลมหายใจหอบกระชั้น หน้าอกข้างซ้ายกระเพื่อมไหวด้วยความเจ็บปวด
"อย่าฝืนใช้พลังงานของดวงตาข้างนั้นมากเกินไปนักเลย กรันต์" มาญาเอ่ยเตือน น้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความห่วงใยที่พยายามปิดบังไว้ภายใต้ความแข็งกระด้าง "ถ้าคุณยังดึงดันจะอ่านความทรงจำจากศพที่ถูกสูบพลังไปจนหมดสิ้น สมองของคุณเองนั่นแหละที่จะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป"
"ผมต้องรู้ว่ามันคือใคร มาญา" กรันต์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนัยน์ตาคมกริบฉายแววแน่วแน่ "ฆาตกรรายนี้ไม่ได้สุ่มเลือกเหยื่อ ผู้ชายคนนี้... เขาเคยเป็นลูกค้าร้านของคุณเมื่อสามวันก่อน เขามาเพื่อขาย 'สมุดบันทึกหน้ากากเงา' และไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เขาก็กลายเป็นศพไร้ความทรงจำ"
มาญาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม แต่กรันต์ผู้มีสัญชาตญาณเฉียบคมย่อมสังเกตเห็นความผิดปกตินั้น
"คุณรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับสมุดบันทึกเล่มนั้นใช่ไหม มาญา?" กรันต์ก้าวเข้าไปประชิด น้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจังจนน่าเกรงขาม "บอกผมมา สมุดเล่มนั้นเกี่ยวอะไรกับรอยแผลรูปกุญแจบนอกผม และเกี่ยวอะไรกับการฆาตกรรมควักความทรงจำพวกนี้"
มาญาหลบสายตาเธอชั่วขณะ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากชายคา
"ฉันไม่ได้ซ่อนอะไรจากคุณ กรันต์... อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้" มาญาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาสั่นไหวเล็กน้อย "แต่สิ่งที่คุณกำลังไล่ล่าอยู่นั้น มันไม่ใช่แค่นักฆ่ารับจ้างในตลาดมืด แต่มันคือ 'ผู้ดูแลประตู' ระดับสูงที่ต้องการใช้ความทรงจำของคนนับร้อยเพื่อปลดผนึกบางอย่างที่ถูกฝังไว้ใต้ตลาดมืดแห่งนี้"
เธอยื่นมือเรียวบางออกมาแตะที่แขนของเขา สัมผัสนั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
"และถ้าคุณยังเดินหน้าต่อไป... คนที่จะสูญเสียความทรงจำรายต่อไป อาจจะไม่ใช่คนเร่ร่อนไร้ชื่อเสียงพวกนี้" มาญาเว้นจังหวะ ก่อนจะกระซิบเบาๆ ริมหูเขา "แต่มันจะเป็นตัวคุณเอง กรันต์... ตัวคุณที่อาจจะลืมแม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร"
ก่อนที่กรันต์จะได้ทันเอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากปากตรอกมืด แสงไฟฉายสว่างวาบสาดส่องเข้ามาจนแสบตา พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"ล้อมไว้ให้หมด! อย่าให้ใครหนีไปได้!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความเกรี้ยวกราดมาพร้อมกับสัญลักษณ์รูปกุญแจไขว้บนเสื้อคลุมของกลุ่มบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาขวางทางออกทุกด้าน กลุ่มคนที่แม้แต่เจ้าหน้าที่ทางการยังไม่กล้าแตะต้อง—"หน่วยกวาดล้างความทรงจำ" แห่งตลาดมืด
และในวินาทีที่กรันต์หันกลับไปมองหัวหน้าของหน่วยดังกล่าวที่ค่อยๆ ก้าวพ้นเงาดำออกมา ร่างทั้งร่างของเขาก็แข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อชายสวมหน้ากากเหล็กคนนั้นเอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด—น้ำเสียงที่เป็นเจ้าของเดียวกับเสียงในความทรงจำที่หายไปของเขาเอง
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉัน"
***
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 8
กลิ่นอายเลือดในตรอกมืด
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!