กลิ่นอายของกำยานสนิมเหล็กและไขมันสัตว์ป่าเผาไหม้คละคลุ้งจนแสบจมูก ทัศนียภาพเบื้องหน้าของกรันต์ถูกย้อมด้วยสีแดงก่ำจากแสงเทียนไขมนุษย์นับร้อยเล่มที่ปักเรียงรายเป็นรูปวงแหวนอักขระโบราณ ในห้องใต้ดินที่ถูกซ่อนเร้นอยู่ภายใต้พื้นไม้อันผุกร่อนของโรงประมูลร้างริมท่าเรือเก่า
เสียงสวดพึมพำด้วยภาษาที่มนุษย์มิอาจออกเสียงได้ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีดำสนิท พวกเขาคือ "สมาคมนักสะสมเงามืด" กลุ่มคนที่ยอมเอาวิญญาณเข้าแลกเพื่อครอบครองอำนาจเหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ และในจุดศูนย์กลางของวงแหวนอักขระนั้น คือแท่นหินออบซิเดียนสีดำสนิท ซึ่งมี "กุญแจทองเหลืองขึ้นสนิมเขียว" วางนิ่งสนิทอยู่
ดวงตาข้างซ้ายของกรันต์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกรอบบางสั่นกระตุกอย่างรุนแรง เส้นเลือดฝอยในตาขาวแดงก่ำขึ้นทีละน้อย ภาพอดีตอันน่าสะพรึงกลัวของวัตถุชิ้นนั้นหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเขาดั่งกระแสน้ำวน มันไม่ใช่แค่กุญแจธรรมดา แต่มันคือ "สลักประตู" ที่กักขังเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณนับพันเอาไว้ และตอนนี้ สมาชิกกลุ่มเงามืดกำลังใช้เลือดสดๆ ของมนุษย์หยดลงไปเพื่อถอนผนึกนั้น
"หยุดเถอะครับ... สิ่งที่พวกคุณกำลังทำอยู่ มันไม่ใช่การครอบครอง แต่มันคือการอัญเชิญหายนะที่จะกลืนกินพวกคุณเอง"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสงบของกรันต์ดังขึ้นท่ามกลางพิธีกรรม เขาไม่ได้ซ่อนตัวอีกต่อไปแล้ว ร่างสูงในเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มก้าวเท้าออกจากความมืดของเสาหินทีละก้าวอย่างมั่นคง แม้ในใจจะรู้ดีว่าบาดแผลรูปกุญแจที่หน้าอกใต้ร่มผ้ากำลังร้อนผ่าราวกับถูกเหล็กเผาไฟลุกโชนเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย
หัวหน้าคณะพิธีกรรม หันมามองผู้บุกรุกด้วยแววตาดุจสัตว์ป่ากระหายเลือด ภายใต้หน้ากากโลหะรูปกา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"นักประเมินกรันต์... เจ้ามาช้ากว่าที่ข้าคิดเสียอีกนะ นึกว่าจะวิ่งหนีหางจุกตูดกลับไปซุกตัวอยู่หลังร้านของยายแม่มดมายาเสียแล้ว" เสียงแหบแห้งราดรดด้วยความเย้ยหยันดังลอดออกมาจากหน้ากาก "เจ้าคิดว่าตัวคนเดียวจะขัดขวาง ‘พิธีกรรมปลุกคำสาป’ ของพวกเราได้งั้นหรือ? วัตถุชิ้นนี้ถูกกำหนดให้ตื่นขึ้นมาเพื่อเปิดประตูมิติขั้นต่อไป... และเลือดของเจ้า จะเป็นเครื่องบูชาชั้นดีที่จะทำให้กุญแจสมบูรณ์แบบที่สุด"
สิ้นคำสั่งของหัวหน้าคณะ กลุ่มชายชุดดำนับสิบคนชักกริชโบราณออกพร้อมกัน รังสีอำมหิตพุ่งเข้าใส่กรันต์ราวกับคลื่นลมพายุ
กรันต์ไม่แม้แต่จะขยับถอยหลัง มือขวาของเขาควักด้ามมีดสั้นเงินบริสุทธิ์สลักอักขระออกจากเสื้อโค้ท ขณะที่มือซ้ายยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดเผยให้เห็นรอยแผลเป็นรูปกุญแจที่กำลังเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ ท่ามกลางความมืด แผลเป็นนั้นเต้นตุบๆ ราวกับมีหัวใจอีกดวงกำลังสูบฉีดความเจ็บปวดและพลังงานบางอย่างเข้าสู่ร่างกายของเขา
ความเร็วของกรันต์ในตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้ เมื่อมีดสั้นในมือปะทะเข้ากับกริชเล่มแรก ประกายไฟสว่างวาบพร้อมกับเสียงเหล็กกระทบกันแสบแก้วหู เขาหมุนตัวหลบคมมีดที่พุ่งมาจากด้านหลังอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้สันมีดกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของศัตรูคนแรกจนล้มฟาดไปกองกับพื้น
แต่จำนวนคนมันมากเกินไป...
ในจังหวะที่กรันต์กำลังปัดป้องการโจมตีจากด้านข้าง ร่างเพรียวบางในชุดคลุมหนังสีดำสนิทก็พุ่งทะยานผ่านหน้าต่างกระจกสีที่แตกละเอียดลงมาตรงกลางวงแหวนพิธีกรรม กลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ลอยมาแตะจมูกทันทีก่อนที่เสียงคมกริบของโซ่ตรวนเหล็กกล้าจะฟาดกวาดร่างของชายชุดดำกระเด็นไปคนละทิศละทาง
มายา ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าแท่นหินออบซิเดียน ดวงตาสนุกสนานและเย่อหยิ่งของเธอมองไปยังหัวหน้าคณะพิธีกรรมด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
"พวกแกนี่มันน่ารำคาญเสียจริง ขโมยของในตลาดมืดฉันยังไม่พอ ยังกล้าขโมย ‘ของเล่น’ ชิ้นสำคัญที่ฉันกำลังจับตาดูอยู่อีกงั้นเหรอ?" มายาเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่กดดันจนอีกฝ่ายชะงัก
"มายا! เจ้าสารเลว... แกกล้าหักหลังสมาคมงั้นเรอะ!" หัวหน้าคณะกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว
"หักหลัง? ฉันไม่เคยอยู่ฝ่ายพวกแกตั้งแต่แรกต่างหากล่ะ" หญิงสาวแค่น "และที่สำคัญ... ฉันบอกแล้วไงว่าของทุกชิ้นในตลาดมืด มีราคาที่ต้องจ่าย และพวกแกยังจ่ายไม่ไหวหรอก"
ทันใดนั้นเอง กุญแจทองเหลืองบนแท่นหินก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงเสียดแก้วหู อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่น รอยร้าวสีดำทมิฬปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือแท่นพิธีกรรม มันไม่ใช่แค่การปลุกคำสาปธรรมดา แต่มิติเบื้องหน้ากำลังฉีกขาดออก และสิ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น ไม่ใช่ปีศาจ... แต่มันคือเงาโครงกระดูกสวมชุดสูทโบราณที่ถือนาฬิกากระเป๋า ซึ่งส่งยิ้มให้กรันต์ด้วยใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... กรันต์ ลูกชายของฉัน" เงานั้นเอ่ยทักทายด้วยเสียงที่ก้องกังวานอยู่ในหัวของกรันต์โดยตรง ทำให้ร่างของนักประเมินหนุ่มแข็งทื่อไปในทันที ขณะที่มายาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักว่าพวกเธอกำลังเล่นกับสิ่งที่มีอำนาจเกินกว่าจะควบคุมได้แล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 12
พิธีกรรมปลุกคำสาป
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!