ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 14

ร้านค้าหมายเลขศูนย์

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นไอสนิมเหล็กและกลิ่นเน่าเปื่อยของกาลเวลาอบอวลอยู่เบื้องหน้า จนกรันต์ต้องยกปลายนิ้วขึ้นแตะรอยแผลเป็นรูปกุญแจบนหน้าอกโดยไม่รู้ตัว มันกำลังเต้นตุบๆ ราวกับรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่อยู่หลังบานประตูไม้ผุกร่อนตรงหน้า “หยุดยืนกอดอกทำเท่เป็นพระเอกละครเวทีอยู่ได้แล้วครับคุณกรันต์ ถ้าไม่อยากให้วิญญาณของคุณถูกย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยให้แก่รากไม้ใต้ตลาดมืดแห่งนี้ ก็จงก้าวตามฉันมาเงียบๆ” เสียงราบเรียบแต่แฝงความเฉียบคมของมายาดึงสติเขากลับมา หญิงสาวในชุดโค้ตยาวสีดำสนิทขยับปีกหมวกปานามาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบตรอกอันมืดมิดที่ไม่มีแม้แต่แสงไฟจากตะเกียงวิญญาณดวงใดกล้าส่องมาถึง ที่นี่คือเขาวงกตแห่งตลาดมืดที่ลึกที่สุด ลึกเสียจนแม้แต่กฎเกณฑ์ของความตายก็ยังถูกบิดเบือน “ผมแค่กำลังคิดว่า… รอยแผลนี่มันเต้นแรงแปลกๆ นะครับมายา เหมือนมันกำลังเต้นรำต้อนรับเจ้าของบ้าน” กรันต์แย้มยิ้มบางๆ บนมุมปาก แม้ดวงตาข้างซ้ายที่มีม่านตาเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างจะกำลังสั่นไหวด้วยความระแวงก็ตาม เขาใช้ดวงตานั้นมองทะลุผ่านความมืด ทว่าสิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่โครงสร้างของตึกรามบ้านช่อง แต่เป็นเส้นใยสีดำนับล้านเส้นที่โยงใยพุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียว… ‘ร้านค้าหมายเลขศูนย์’ ไม่มีเลขป้ายบอก ไม่มีเสียงระฆังต้อนรับ มีเพียงความเงียบงันที่กดทับแก้วหูจนปวดหนึบ มายาหยุดยืนอยู่หน้าบานประตูไม้สักเก่าคร่ำคร่าที่สลักลวดลายประหลาด รูปงูกินหางที่พันธนาการรอบลูกกุญแจโบราณ เธอยื่นมือที่สวมถุงมือหนังสีดำเคาะลงบนเนื้อไม้สามครั้ง—จังหวะที่สามหนักหน่วงและยาวนาน ราวกับการส่งสัญญาณเตือนภัยมรณะ เอี๊ยด… บานประตูเปิดออกเองโดยไม่มีแรงผลัก ความมืดมิดภายในร้านดูหนาแน่นเสียยิ่งกว่ารัตติกาลข้างนอก มันคือความมืดที่กลืนกินแม้กระทั่งเงาของพวกเขาเอง “ตามมาครับ… อย่าปล่อยมือจากชายเสื้อฉันเด็ดขาด ถ้าคุณไม่อยากหลงหายไปในห้วงมิติที่ไม่มีวันได้กลับออกมา” มายากระซิบเสียงต่ำ เธอเอื้อมมือไปควชายเสื้อโค้ตของกรันต์ไว้แน่น แม้ท่าทีจะดูแข็งกระด้าง แต่ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งของเธอกลับสั่นเทาเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่กรันต์สังเกตเห็นได้ ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นอายรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง ภายในร้านค้าหมายเลขศูนย์ไม่ได้กว้างขวางอย่างที่คิด มันอัดแน่นไปด้วยโหลแก้วดองสิ่งประหลาด ตำราโบราณที่หน้ากระดาษเปลี่ยนสีไปตามอารมณ์ของผู้มอง และที่น่ากลัวที่สุดคือ ‘ของวิเศษต้องสาป’ ทุกชิ้นที่กรันต์เคยประเมินมาตลอดชีวิต ดูเหมือนจะเป็นเพียงเศษขยะไร้ค่าเมื่อเทียบกับวัตถุโบราณที่แขวนอยู่บนผนังร้านเหล่านี้ ทุกชิ้นมี ‘ดวงตา’ กำลังจ้องมองพวกเขาเป็นตาเดียว “ยินดีต้อนรับสู่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของทุกสิ่งครับ… คุณนักประเมินผู้หลงทาง” เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกับพื้นไม้ดังมาจากมุมมืดลึกที่สุดของร้าน ชายชราคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงา แผ่นหลังโค้งงอสวมชุดคลุมสีเทาเก่าซอมซ่อ ทว่าสิ่งที่ทำให้กรันต์ต้องชะงักงันจนลมหายใจสะดุด คือใบหน้าครึ่งซีกของชายชราผู้นั้น… มันมีรอยแผลเป็นรูปกุญแจลักษณะเดียวกับหน้าอกของเขาไม่มีผิดเพี้ยน! กรันต์ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตาข้างซ้ายพยายามกวาดมองประวัติของชายชรา ทว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นกลับมีเพียงความว่างเปล่าสีขาวโพลน ไร้ซึ่งอดีต ไร้ซึ่งอนาคต ราวกับตัวตนของเขาถูกลบออกไปจากสารบบของกาลเวลา “แกเป็นใคร…” กรันต์เค้นเสียงถาม มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามมีดสั้นอาคมในกระเป๋าเสื้อโค้ตแน่น “และทำไมหน้าแกถึงมีรอยแผลแบบเดียวกับฉัน” ชายชราหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและน่าขนลุก เขายกมือเหี่ยวย่นขึ้นถอดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นดวงตาสองข้างที่บอดสนิทเป็นสีขาวขุ่น ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้างจนน่ากลัว “ข้าก็คือเจ้าในอีกสามสิบปีข้างหน้าอย่างไรล่ะ… กรันต์” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ “เจ้ามาที่นี่เพื่อตามหาต้นกำเนิดของคำสาปสับเปลี่ยนวิญญาณใช่ไหม? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นคนไขว่คว้าหาความจริง… แต่ความจริงต่างหาก ที่กำลังกลืนกินเจ้าเข้าไปทีละน้อย” มายาหน้าถอดสี เธอก้าวขึ้นมาขวางหน้ากรันต์พร้อมกับชักปืนพกบรรจุกระสุนอาคมขึ้นเล็งทันที “อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของมัน! มันไม่ใช่แกในอนาคต แต่มมันคือ ‘ปีศาจแห่งความทรงจำ’ ที่คอยกัดกินจิตใจของพวกที่มาตามหาความจริงต่างหาก!” “ปีศาจงั้นหรือ?” ชายชราหัวเราะเยาะ พลางชี้เรียวนิ้วเหี่ยวย่นไปยังโหลแก้วใบใหญ่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกลางร้าน ภายในนั้นมีดวงวิญญาณดวงหนึ่งกำลังกรีดร้องอย่างเงียบงัน รูปร่างหน้าตาของวิญญาณดวงนั้น… ช่างคล้ายคลึงกับมายาเสียเหลือเกิน “ถามแม่สาวน้อยคนนี้ดูสิ… ว่าทำไมเธอถึงพาเจ้ามาที่ร้านนี้ เธอบอกความจริงกับเจ้าหรือยัง ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตลาดมืดแห่งนี้… เริ่มต้นขึ้นจากความผิดพลาดของใคร?” กรันต์หันขวับไปมองมายาทันที ดวงตาข้างซ้ายจับจ้องไปยังปฏิกิริยาของหญิงสาว เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมของมายา ริมฝีปากของเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทว่าเธอกลับหลบสายตาเขา “มายา…” กรันต์เอ่ยเสียงแผ่วเบา ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากหน้าอก “เขาพูดเรื่องอะไร? ร้านค้าหมายเลขศูนย์นี่… เกี่ยวอะไรกับความทรงจำที่หายไปของผม?” มายากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เธอยกปืนในมือขึ้นเล็งตรงไปที่ชายชรา แต่ปลายนิ้วที่เหนี่ยวไกกลับสั่นเทาอย่างรุนแรง เธอหันมามองกรันต์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด “ฉันขอโทษ… กรันต์” มายากล่าวเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาใสไหลรินลงมาอาบแก้ม “แต่ถ้าฉันไม่พาคุณมาที่นี่… วิญญาณของคุณก็จะถูกสลับร่างกับมันในคืนพระจันทร์ดับพรุ่งนี้… และคนที่จะต้องตายในฐานะ ‘เจ้าของร้านหมายเลขศูนย์’ คนต่อไป ก็คือตัวคุณเอง” สิ้นคำพูดของมายา พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าของกรันต์ก็ยุบตัวลงทันที! ความมืดมิดเบื้องล่างอ้าปากกว้างราวกับเหวลึก พริบตานั้นเอง ประตูไม้ด้านหลังร้านก็ถูกกระแทกจนเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยที่กำลังกรูเข้ามาล้อมร้านไว้จากทุกสารทิศ—และเสียงแหบห้าวที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาในความโกลาหล “จับพวกมันไว้ให้หมด! อย่าให้ใครรอดออกไปจากร้านค้าหมายเลขศูนย์ได้แม้แต่คนเดียว!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดประตูที่แปด: บันทึกสาปสับเปลี่ยนวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%