"คุณน่านคิดทบทวนข้อเสนอของผมใหม่อีกสักครั้งดีไหมครับ ตำแหน่งรองประธานฝ่ายกลยุทธ์ที่บริษัทผม พร้อมให้อิสระที่คุณไม่เคยได้รับจากคนเผด็จการอย่างธาม..."
ปลายนิ้วเรียวยาวของกวินเคาะลงบนโต๊ะกาแฟกระจกใสในร้านอาหารกึ่งส่วนตัวเบาๆ จังหวะการเคาะนั้นจงใจสร้างความกดดันเชิงจิตวิทยา นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความโลภและความเจ้าเล่ห์ที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพบุรุษ น่านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช กลไกการป้องกันตัวของเขาทำงานทันที—เมื่ออีกฝ่ายรุกคืบ น่านยิ่งถอยหลังออกห่างด้วยรอยยิ้มเคลือบยาพิษ
"ข้อเสนอของคุณกวินน่าสนใจจนผมเกือบจะเคลิ้มเลยค่ะ..." น่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้ทุกอณูคำพูด "แต่เสียดาย... ที่ผมชอบรสชาติความกดดันแบบโรคจิตของท่านประธานมากกว่า จะให้ไปนั่งกินหญ้าสวยๆ รับเงินเดือนสูงลิ่วที่บริษัทคุณ ผมเกรงว่าสมองจะฝ่อตายก่อนจะได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์น่ะสิคะ"
กวินหุบยิ้มลงชั่วขณะ แววตาฉายความไม่พอใจที่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แต่ความทะเยอทะยานที่จะดึงตัวมือขวาคนสนิทของธามไปเป็นพวกทำให้เขายังต้องรักษาฟอร์มเอาไว้ กวินขยับตัวโน้มเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนมากับอากาศ พร้อมกับมือที่ทำทีเป็นยื่นเข้าไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ แต่กลับเฉียดเข้าใกล้ข้อมือของน่านโดยเจตนา
"ระวังตัวหน่อยดีกว่าครับคุณน่าน ธามน่ะ... เขาไม่ได้มองคุณเป็นแค่เลขาหรอกนะ เขาเป็นพวกหวงก้างที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่เข้ามาใกล้ของรักของหวง... รวมถึงตัวคุณด้วย"
ในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่ปลายนิ้วของกวินจะทันได้สัมผัสโดนผิวเนื้อของน่าน แสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งก็สาดวาบเข้าที่ตาของทั้งคู่จนต้องกะพริบตาปริบๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของน่านอย่างไร้ซุ่มเสียง
"มือสกปรกแบบนี้... ไม่น่าเอามาแตะต้องของๆ คนอื่นนะคะคุณกวิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็นจนกระดูกสันหลังวาบหวิว กลิ่นอายความคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาพร้อมกับแรงกดดันอันมหาศาลทำให้น่านชะงัก ธามยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง เกือบจะแนบชิด ไหล่กว้างของประธานหนุ่มบังแสงไฟจนเกิดเงาทอดทับร่างของน่านเอาไว้ทั้งหมด ราวกับประกาศอาณาเขตกลายๆ ว่าคนตรงนี้เป็นของใคร
กวินหน้าเสียไปถนัดตา รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก "ธาม... นายมาทำอะไรที่นี่?"
"ถ้าฉันไม่มา... ก็คงพลาดฉากที่คุณกำลังพยายามฉกฉวยของรักของหวงของฉันไปต่อหน้าต่อตาสินะคะ" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่ามองกวินด้วยสายตาสمเพชระคนคุกคาม เขายื่นมือหนาออกไปคว้าต้นคอของน่านเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนที่กดลงมาทำให้หัวใจของน่านกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "กลับบริษัทค่ะน่าน... คุณหมดเวลาเสวนาพาทีกับพวกหมาลอบกัดแล้ว"
น่านเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกไม่ใช่เพราะกวิน แต่เป็นเพราะอוריเอ็นテーションของธามในตอนนี้มันชัดเจนเสียจนเกินกว่าจะเรียกว่า 'เจ้านายกับลูกน้อง' ธามไม่ได้รอให้เขาตอบ มือใหญ่รั้งท้ายทอยของเขาให้ลุกขึ้นยืนตามแรงบังคับอย่างถือวิสาสะ แต่น่านไม่ยอมจำนนโดยง่าย เขาเอี้ยวตัวกลับไปกระซิบข้างใบหูของคนตัวโตด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่จงใจยั่วเย้า
"ท่านประธานหึงผมเหรอคะ? ถึงได้ตามมาจิกกัดถึงนอกสถานที่แบบนี้..."
ธามชะงักไปนิด กรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเยือกเย็น เขาก้มหน้าลงกระซิบตอบจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับใบหูของน่าน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนผิวแก้มจนขนลุกซู่
"ฉันไม่ได้หึง... แต่ฉันเกลียดเวลาที่ใครมามองของๆ ฉันด้วยสายตาโลภมากต่างหากล่ะคะ" ธามกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน "และคืนนี้... เราเคลียร์กันยาวแน่ค่ะ คุณเลขautoclose"
ธามออกแรงดึงข้อมือน่านให้เดินตามออกไปจากร้านทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองกวินที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความแค้นเคือง กวินมองตามแผ่นหลังของทั้งคู่ด้วยสายตาดุดลาน มือที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขารู้ว่าแผนการเข้าหาเพื่อล้วงความลับบริษัทผ่านน่านล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินควบคุมระหว่างเจ้านายกับเลขาคู่นี้
ภายในรถยนต์คันหรูที่แล่นฝ่าความมืดของถนนยามค่ำคืน บรรยากาศภายในห้องโดยสารอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก น่านนั่งกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนจากสัมผัสและคำพูดของธามเมื่อครู่ แต่ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่แฝงไปด้วยกระแสอารมณ์อันตราย
"คุณกล้าดียังไงไปพบมันตามลำพัง?" ธามเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถนน มือขวาบิดพวงมาลัยรถจนแน่น
"ผมจะไปพบใคร มันก็สิทธิ์ของผมนี่คะท่านประธาน..." น่านหันกลับมาเถียงทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย "อีกอย่าง... ผมไปในฐานะตัวแทนเจรจา ไม่ได้ไปทำเรื่องเสียหายเหมือนที่คุณกำลังคิดสักหน่อย"
"ตัวแทนเจรจา?" ธามแค่นหัวเราะเสียงดังลั่นรถ รถเบนซ์คันหรูถูกเหยียบเบรกกะทันหันจนจอดนิ่งสนิทชิดฟุตบาทในซอยเปลี่ยวที่ไม่มีรถผ่าน ธามหันขวับมามองน่าน นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นลุกโชนด้วยไฟโทสะและอารมณ์บางอย่างที่รุนแรงจนน่ากลัว เขาก้มตัวเข้าไปใกล้น่านจนพื้นที่ในรถแคบลงถนัดตา
"คุณคิดว่าตัวเองฉลาดมากใช่ไหมถึงกล้าเล่นกับไฟอย่างกวิน?" ธามกระชากเสียงต่ำ มือใหญ่เอื้อมไปล็อกคางของน่านไว้ให้หันมารับสายตา "มันต้องการใช้คุณเป็นเครื่องมือทำลายฉัน... และคุณก็ทำตัวเป็นเด็กใจแตกวิ่งเข้าหาอันตรายเอง!"
"ปล่อยนะครับ!" น่านปัดมือธามออกอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ "ผมไม่ใช่เด็กสมองนิ่มนะที่จะตามเกมใครไม่ทัน! ผมแค่อยากรู้ว่ามันเล่นตลกอะไรอยู่ต่างหากล่ะคะ!"
"แล้วถ้ามันทำอะไรคุณมากกว่านั้นล่ะ?" เสียงของธามอ่อนลงชั่วขณะ แต่แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเกรี้ยวกราด "ถ้าคุณพลาดท่าขึ้นมาจริงๆ... คุณคิดว่าฉันจะรู้สึกยังไงฮึ?"
คำถามนั้นทำให้น่านชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธกลับพลิกผันมาเต้นระส่ำด้วยความหวั่นไหว น่านจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของธาม—ผู้ชายที่มักจะใช้เหตุผลและจิตวิทยาควบคุมคนอื่นเสมอ แต่ตอนนี้กลับแสดงความเปราะบางออกมาให้เห็นผ่านการควบคุมที่ไม่ยอมปล่อยมือจากเขา
"คุณ... เป็นห่วงผมเหรอคะ?" น่านถามเสียงแผ่ว ความซึนเดระของธามในตอนนี้มันชัดเจนเสียจนเขาแทบอยากจะยิ้มออกมา
ธามเม้มปากแน่น ไม่ยอมตอบคำถามนั้นตรงๆ แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดกลับฟ้องทุกอย่าง เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของน่านจนสติกระเจิง
"ฉันไม่ได้เป็นห่วง... ฉันแค่หวงของของฉัน" ธามกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันตระหนก "และคืนนี้... ฉันจะลงโทษที่คุณทำให้ฉันต้องตามไปลากตัวคุณกลับมาแบบนี้ด้วยวิธีทางจิตวิทยาที่คุณไม่มีวันลืม..."
ธามไม่เปิดโอกาสให้พูดยึดเยื้ออีกต่อไป ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำของน่านอย่างอุกอาจและเอาแต่ใจ สัมผัสที่เริ่มต้นด้วยความดุดดันและลงโทษ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มและลึกซึ้งจนน่านแทบละลายคาอ้อมแขน สติสัมปชัญญะทั้งหมดหลุดลอยไปพร้อมกับจูบที่ดูดดื่มและเร่าร้อนในความมืดมิดของค่ำคืน
ทว่า... ในจังหวะที่น่านกำลังจะเคลิ้มตามไปกับรสจูบอันตรายนั้น เสียงเคาะกระจกรถด้านนอกก็ดังขึ้น "ก๊อกๆๆ!" ขัดจังหวะความสัมพันธ์อย่างไม่รู้กาลเทศะ
ธามผละริมฝีปากออกอย่างหงุดหงิด นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปมองที่กระจกด้านคนขับด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะลุดัชนี
ร่างเงาสูงโปร่งที่ยืนอยู่หลังกระจกใสหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบหู พร้อมกับเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของธามที่ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบในรถทันที หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด... ชื่อของคนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศและไม่มีวันรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่นี่
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาติดกับดักจิตวิทยาบทนี้ และเตรียมตัวพบกับการหักมุมที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนถัดไปนะคะ!
บริหารเสน่ห์เจ้านายให้ตกหลุมรักแบบมือโปร•ตอนที่ 14
มือที่สามเริ่มคุกคาม
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริหารเสน่ห์เจ้านายให้ตกหลุมรักแบบมือโปร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!