แฟ้มเอกสารสีดำในมือของน่านเวลานี้ หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าแผ่นดินไหวระดับแปดริกเตอร์เสียอีกค่ะ ไม่ใช่เพราะตัวเลขงบการเงินไตรมาสล่าสุดของบริษัทมีปัญหา แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างตัวเขากับประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาอย่าง ‘ธาม’ มันหดแคบลงจนเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
“คุณน่านดูจะสมาธิสั้นเป็นพิเศษตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะคะ หรือว่า... กำลังคิดเรื่องที่ผมสอนวิธีอ่านใจคนจนเอาไปใช้กับผมเองอยู่กันแน่”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าหยวนแบบฉบับของธามดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสนิทของห้องทำงานเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวน่านโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นสดชื่นของมินต์ลอยเข้าแตะจมูก จนหัวใจดวงน้อยที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับรัวเร่งราวกับกลองเพล
น่านถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือกระจกใส เสียงแฟ้มกระดาษกระทบกันดังแกรก กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่แผ่ออกมาจากตัวธามกำลังบีบให้เขากลายเป็นมุมอับทางจิตวิทยาที่ไร้ทางหนีทีไล่ นี่คือกลยุทธ์ ‘Proxemics’ หรือการใช้วิทยาศาสตร์ว่าด้วยระยะห่างทางกายภาพที่ธามถนัดนักแล เพื่อเข้ามาคุกคามพื้นที่ส่วนตัวและทำลายเกราะป้องกันทางอารมณ์ของคู่สนทนา
“ผมไม่ได้สมาธิสั้นครับ... เอ้ย! ผมไม่ได้สมาธิสั้นค่ะ ท่านประธาน” น่านเผลอหลุดคำสรรพนามเดิมออกมาด้วยความลนลาน ก่อนจะรีบตวัดสายตาคมกริบกลับไปมองเจ้านายหนุ่มด้วยรอยยิ้มมุมปากที่พยายามฝืนปั้นให้ดูแข็งกระด้างที่สุด “ถ้าท่านประธานว่างนัก จนต้องมาเดินตรวจพื้นที่ส่วนตัวของเลขาฯ ผมเกรงว่าโปรเจกต์ของบริษัทคู่แข่งอย่างคุณกวินคงจะทำลายสมาธิคุณได้ดีกว่าการมาจ้องจับผิดผมนะคะ”
ชื่อของ ‘กวิน’ ถูกหยิบยกขึ้นมาทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังอย่างจงใจ แววตาของธามไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ความเยือกเย็นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความไม่พอใจที่วาบขึ้นมาในดวงตาสคมเข้ม ธามไม่ชอบให้ใครดึงชื่อของคู่แข่งคนนี้เข้ามาในพื้นที่ของเขายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อมันถูกพูดออกมาจากริมฝีปากสีระเรื่อของคนที่เขากำลังพยายามจะดึงเข้ามาอยู่ในกำมือ
ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านปลายจมูกรั้นของน่าน ความใกล้ชิดนี้ทำให้น่านต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองส่วนอะมิกดาลากำลังส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงแจ๋ว่าเขากำลัง ‘เล่นกับไฟ’ และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ... เขากำลังสนุกกับความร้อนรุ่มนี้เสียด้วย
“หึงเหรอคะ หรือว่ากลัวผมจะไขว้เขวไปทางนั้นจนไม่สนใจคุณ” ธามกระซิบเสียงพร่าชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือความคลั่งรักที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความซึนแตกตามสไตล์ผู้ชายปากแข็ง “จำใส่สมองเอาไว้ให้ดีนะคะคุณเลขาฯ พื้นที่ตรงนี้... และตัวคุณเอง ไม่มีสิทธิ์ไปอยู่ในสายตาใครทั้งนั้นนอกจากผม”
ประโยคคำสั่งที่แฝงความเผด็จการนั้นทำให้น่านรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง นี่ไม่ใช่แค่เกมจิตวิทยาธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการรุกรานทางความรู้สึกที่ลึกซึ้งจนน่ากลัว น่านเริ่มตระหนักรู้แล้วว่า ในขณะที่เขากำลังพยายามใช้หลักจิตวิทยาเพื่อ ‘บริหารเสน่ห์’ ให้เจ้านายตายใจ ตัวเขาเองต่างหากที่กำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางทางใจที่อีกฝ่ายขุดเอาไว้ลึกยิ่งกว่าเหวลึก
น่านพยายามรวบรวมสติที่กระเจิงไปไกลให้กลับคืนมา มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างของธามเอาไว้เบาๆ แม้สัมผัสผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพงจะทำให้เขารู้สึกได้ถึงมัดกล้ามเนื้อที่ตึงเกร็ง แต่เขาก็ฝืนทำใจแข็งสู้กลับด้วยสายตาที่ท้าทายไม่แพ้กัน
“ท่านประธานกำลังหลงตัวเองเกินไปแล้วนะคะ ผมก็แค่มืออาชีพที่ทำหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ทางธุรกิจให้ราบรื่น... ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าเจ้านายกับลูกน้องแน่นอนค่ะ” น่านเน้นย้ำคำว่า ‘เจ้านายกับลูกน้อง’ ชัดเจน เพื่อดึงสติทั้งของตัวเองและอีกฝ่ายให้กลับมาอยู่บนร่องบนรอย
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกريบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความดื้อดึง มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือน่านที่ดันอกเขาไว้อย่างรวดเร็ว รวบมันไว้ด้วยมือเดียวเหนือศีรษะ แนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ความเร่าร้อนและดุดันในแววตาของธามเวลานี้ กำลังบอกชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น
“มืออาชีพเหรอคะ? งั้นบอกผมหน่อยสิ ว่าหัวใจที่เต้นรำเป็นจังหวะรัวเร็งอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตของคุณตอนนี้ มันเป็นส่วนหนึ่งของ ‘หน้าที่เลขาฯ’ ด้วยหรือเปล่า?” ธามกระซิบชิดริมฝีปาก ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ข้อมือน่านเบาๆ อย่างจงใจหยอกเย้าให้เสียอาการ
น่านเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป มากเกินกว่าที่กำแพงเหตุผลและทฤษฎีจิตวิทยาเล่มไหนในโลกจะต้านทานไหว เขากำลังจะพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาของผู้ชายคนนี้
ก่อนที่น่านจะทันได้คิดหาคำพูดคมคายมาโต้กลับ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่รอให้อذنอนุญาต!
ร่างสูงโปรดของกวิน คู่ปรับตัวฉกาจก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวด้วยรอยยิ้มเยาะเจนจัด สายตาดุดันกวาดมองภาพความแนบชิดระหว่างธามและน่านด้วยแววตาสสมเพชแกมสนุกสนาน ก่อนกวินจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
“อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของ ‘เจ้านายกับลูกน้อง’ คู่สำคัญเข้าซะแล้วสิ พอดีผมมีข้อเสนอใหม่ที่น่าสนใจกว่าเงินเดือนที่คุณธามให้คุณน่านตั้งเยอะ... สนใจจะฟังหน่อยไหมครับ คุณเลขาฯ คนเก่ง”
ธามตวัดสายตาดุดั่งคมมีดพุ่งเข้าใส่กวินทันที ร่างสูงผละออกจากน่านช้าๆ แต่ทว่ามือข้างหนึ่งยังคงคว้าเอวบางของน่านเอาไว้แน่นราวกับประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตาเมื่อสงครามประสาทครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาติดกับดักจิตวิทยาบทนี้ และเตรียมตัวพบกับการหักมุมที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนถัดไปนะคะ!
บริหารเสน่ห์เจ้านายให้ตกหลุมรักแบบมือโปร•ตอนที่ 10
สัญญาที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริหารเสน่ห์เจ้านายให้ตกหลุมรักแบบมือโปร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!