เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 16

คำสารภาพที่ไม่ได้พูด

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
แฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่มีสัญลักษณ์รูปเฟืองสลักไว้ นอนนิ่งสนิทอยู่บนขั้นบันไดเหล็กขั้นสุดท้าย แสงไฟสีขาวนวลจากไฟฉายคาดหัวของอคินสาดส่องลงไปกระทบผิววัสดุด้านนอกจนเกิดเงาสะท้อนคมกริบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่อับทึบชั่วขณะ ราวกับออกซิเจนรอบตัวถูกสูบหายไปในพริบตา รินรดาก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง เธอชะโงกหน้าลงมองวัตถุชิ้นนั้น ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัยระคนเคลือบแคลง สัญชาตญาณของสถาปนิกสาวร้องเตือนทันทีว่า สิ่งนี้ไม่ใช่เศษขยะหรืออุปกรณ์หลงเหลือจากการก่อสร้างทั่วไป แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกจงใจทิ้งไว้ หรือ... ทำตกไว้ในนาทีวิกฤต "นั่นมัน..." รินรดากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง "เงียบก่อน" อคินสวนขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงของเขาทุบทำลายความเงียบลงอย่างเฉียบขาด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่มองวัตถุตรงหน้าอย่างใช้ความคิด สันกรามของวิศวกรหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่ถือไฟฉายอยู่ขยับปรับความสว่างให้โฟกัสชัดขึ้น รินรดาเบะปากเล็กน้อยอย่างหมั่นไส้กับท่าทีเผด็จการนั้น แต่ก็ยอมปิดปากเงียบตามที่เขาบอก เพราะเธอเองก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่เริ่มผิดปกติ เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนเรียกจากทีมกู้ภัยด้านบนที่ดังแว่วลงมา ยิ่งทำให้สถานการณ์บีบคั้นมากขึ้น อคินย่อตัวลงต่ำ มือข้างหนึ่งเอื้อมออกไปคว้าแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับความเย็นเฉียบของโลหะผสม ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้าก็แล่นย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองวิเคราะห์ประมวลผลอย่างรวดเร็ว—แฟลชไดรฟ์ตัวนี้มีข้อมูลดิบของโครงสร้างอาคารชุดที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติ และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสิทธิ์แตะต้องมัน และหนึ่งในนั้น... คือคนที่ไม่ควรจะมาอยู่ตรงนี้ในเวลาวิกฤตแบบนี้มากที่สุด "คุณอคิน เจออะไรข้างล่างนั่นหรือเปล่าครับ เสียงทางวิทยุตะโกนถามลงมาจากปากทางออก" เสียงของเจ้าหน้าที่กู้ภัยตะโกนแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อคินกำแฟลชไดรฟ์ในมือแน่นจนข้อกระดูกนิ้วขึ้นสีขาว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว ซ่อนวัตถุชิ้นนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างแนบเนียน ก่อนจะหันมามองสถาปนิกสาวที่ยืนกอดอกรอคำตอบอยู่ "ไม่มีอะไร แค่เศษขยะแถวนี้" อคินตอบเสียงเรียบ สีหน้าเรียบสนิทไร้พิรุธ "เศษขยะเหรอคะ? หน้าตาคุณดูเหมือนเพิ่งเจอผีสางมากกว่านะ" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นสูง ดวงตาคู่สวยจ้องมองทะลุปรุโปร่งไปถึงความอึดอัดที่เขากำลังปกปิด "แฟลชไดรฟ์ตัวนั้นมีตราสัญลักษณ์ของบริษัทที่ปรึกษาโครงการใช่ไหมล่ะคะ? ฉันเห็นทันน่า" อคินถอนหายใจยาวพรืด เขาขยับเข้าไปประชิดตัวเธอโดยไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของสถาปนิกสาวลอยเข้าแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นฝุ่นและเหงื่อจากการติดอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินนานนับชั่วโมง รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่รักดีเมื่อเงาของเขาทาบทับลงมาบังแสงไฟจนมืดมิด "รินรดา..." อคินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม มันทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าใจหาย "อะ...อะไรคะ อยู่ๆ ก็ทำเสียงแบบนี้" เธอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับผนังปูนเปลือยเย็นเฉียบ เส้นทางถูกปิดตายโดยสมบูรณ์เมื่อร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มก้าวเข้ามาบล็อกพื้นที่ด้านหน้าไว้ทั้งหมด อคินไม่ได้พูดอะไรต่อ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ดวงตาคู่ที่มักจะดื้อรั้นและเถียงเขาฉอดๆ เสมอ แต่ในยามนี้กลับมีความไหววับสะท้อนภาพของเขาอยู่ข้างใน ความรู้สึกอัดอั้นบางอย่างที่สะสมมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ถล่มพังทลายตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ตลอดเวลาที่ติดอยู่ข้างล่าง... วินาทีที่คิดว่าผนังปูนอาจจะถล่มลงมาทับพวกเขาให้จมดิ่งไปพร้อมกัน ความคิดที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่เรื่องงานที่ยังไม่เสร็จ หรือโปรเจกต์ที่อาจจะพังไม่เป็นท่า แต่คือความกลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็นอันตราย อคินเกือบจะหลุดปากพูดมันออกไปแล้ว—คำพูดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้มามาดของวิศวกรผู้เย็นชา คำพูดที่ว่าเขาเป็นห่วงเธอแทบคลั่งแค่ไหนในวินาทีที่วิกฤต ริมฝีปากหยักได้รูปขยับเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นเตรียมจะเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนของเธอ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงรอบข้างเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดรดกันและกัน ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาเกือบจะแตะโดนผิวแก้มของเธอ อคินก็เบิกตากว้างราวกับเพิ่งได้สติ สัมผัสได้ถึงความเปราะบางของสถานการณ์และความรู้สึกที่กำลังจะก้าวล้ำเส้น สมองสั่งการให้เขาดึงมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก สันกรามถูกขบเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิมเพื่อระงับความสั่นไหวในอก "คุณนี่มัน..." อคินเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งสูงปรี๊ด "ชอบทำตัวให้คนอื่นต้องคอยตามเช็ดตามล้างอยู่เรื่อย! ถ้าเกิดโครงสร้างตรงนี้ทรุดตัวซ้ำสองขึ้นมาจริงๆ คุณคิดว่าตัวเองจะมีปัญญาเอาชีวิตรอดออกไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใครเลยหรือไง!" รินรดาที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศและรอฟังคำสารภาพที่เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจเมื่อครู่ ถึงกับกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลคำด่าที่ไม่เข้ากับสถานการณ์เมื่อครู่ไม่ทัน "ฮะ? นี่คุณ... อยู่ๆ ก็มาโมโหใส่ฉันเรื่องอะไรเนี่ย!" เธอย้อนถามเสียงสูง ความกรุ่นโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่ความหวามไหวเมื่อครู่ทันที "ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาเป็นห่วงสักหน่อย! แล้วอีกอย่าง ฉันก็ช่วยเหลือตัวเองได้ดีกว่าที่คุณคิดเยอะ วิศวกรปากร้ายอย่างคุณเก็บคำเทศนาพวกนี้ไว้ใช้ตอนตรวจแบบเถอะค่ะ!" "ปากดีให้มันตลอดเถอะรินรดา!" อคินตอกกลับเสียงเข้ม ปارการทำเป็นเกรี้ยวกราดคือเกราะป้องกันเดียวที่เขามีในตอนนี้ เพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวและความรู้สึกคลั่งรักที่เกือบจะทะลักออกมา "ถ้าไม่อยากให้ผมต้องอุ้มคุณแบกขึ้นไปอับอายชาวบ้านเขา ก็หุบปากแล้วเดินตามมาเงียบๆ!" พูดจบทف วิศวกรหนุ่มก็สะบัดหน้าหนี หมุนตัวเดินนำลิ่วไปทางบันไดเหล็กที่มุ่งสู่แสงสว่างด้านบนทันที โดยไม่รอฟังเสียงบ่นกระปอดกระแปดที่ไล่หลังมา รินรดายืนกำหมัดแน่น มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินหนีไปด้วยความหมั่นไส้ระคนหงุดหงิด "ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร ปากหมาแล้วยังชอบตัดบทหนีทุกที!" เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนจะก้าวเท้าเดินตามขึ้นไป ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นขอบประตูปูนขึ้นสู่พื้นที่โล่งด้านบน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังสวนลงมาจากมุมอับของทางเดินอีกฝั่ง ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ปิดตายตามแบบแปลนเดิม อคินที่เดินนำไปก่อนหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที รินรดาชะโงกหน้าเลยไหล่ของเขาออกไปมอง เงาร่างของชายสวมชุดช่างซ่อมบำรุงคนหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกบังด้วยหมวกแก๊ปสีเข้ม ทว่าสิ่งที่ทำให้อคินและรินรดาต้องช็อกจนแทบหยุดหายใจ คือในมือของชายคนนั้น... กำลังถือรีโมทคอนโทรลชนวนระเบิดขนาดเล็ก ที่มีไฟสัญญาณสีแดงกะพริบถี่ๆ พร้อมกับเสียงนับถอยหลังที่ดังติ๊ด... ติ๊ด... แว่วมาจากผนังฝั่งตรงข้าม! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%