ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงสัญญาณชีพจรแห่งความตายดังแข่งกับจังหวะเต้นของหัวใจในอก แสงสีแดงวาบขึ้นทุกครั้งที่เสียงนั้นถูกขับออกมาจากกล่องชนวนระเบิดขนาดเท่าฝ่ามือในมือของชายสวมชุดช่างซ่อมบำรุง
อคินขยับตัวตามสัญชาตญาณ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนพุ่งเข้าไปหมายจะตะปบข้อมือของอีกฝ่าย ทว่าช่างปลอมกลับหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบใต้ปีกหมวกแก๊ปฉายแววเย้ยหยันก่อนจะถอยฉากหลบได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับนิ้วโป้งที่กดค้างอยู่บนปุ่มสีดำสนิท
"อย่าขยับดีกว่าครับคุณวิศวกร... ถ้าไม่อยากให้ตึกฝั่งนี้กลายเป็นจุลไปพร้อมกับผลงานชิ้นโบว์แดงของสถาปนิกคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นดังลอดออกมาจากหน้ากากอนามัยสีดำ
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทนที่ความหวาดกลัว สัญชาตญาณนักออกแบบและสายตาอันเฉียบคมกวาดมองโครงสร้างรอบตัวอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้สติหลุดเหมือนที่ใครหลายคนคาดคิด สมองของเธอกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าคอมพิวเตอร์
สายไฟสีฟ้าและสีส้มที่โยงใยเข้ากับแผงวงจรชั่วคราวหลังผนังปูนเปลือย... นั่นไม่ใช่จุดระเบิดหลัก แต่มันคือตัวจุดชนวนแรงอัดอากาศเพื่อทำลายเสาหลักรับน้ำหนักโซน C ต่างหาก!
"นายอคิน... หลบไปแป๊บ" เสียงหวานติดจะห้วนห้าวเอ่ยขึ้นสั้นๆ แต่เฉียบขาด
อคินชะงัก สีหน้าเคร่งเครียดหันขวับมามองคนตัวเล็กที่ก้าวขึ้นมาขวางหน้าเขาทั้งที่อันตรายอยู่ตรงหน้า "รินรดา อย่าบ้า..."
"ถ้าไม่อยากตายหมู่ก็หุบปากแล้วเชื่อฉัน!" รินรดาตวาดกลับเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายไร้ซึ่งความเกรงกลัว เธอไม่ได้ก้มหัวให้ใคร และไม่มีวันก้มหัวให้สถานการณ์เฮงซวยนี่ด้วย
ช่างปลอมหรี่ตาลงอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นสถาปนิกสาวก้าวเท้าย่างสามขุมเข้าหาเขาโดยไม่ถอยหนี รินรดาอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังลังเลพุ่งตัวเข้าชาร์จ เธอไม่ได้เล็งที่รีโมทในมือ แต่อาศัยความคล่องตัวเตะตัดขาเข้าที่ข้อพับของชายแปลกหน้าเต็มแรง!
*ตุบ!*
ร่างของช่างปลอมเสียหลักทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นปูน อคินซึ่งตั้งสติได้ในเสี้ยววินาทีไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขากระโจนเข้าล็อกแขนทั้งสองข้างของคนร้ายไว้แน่นด้วยพละกำลังมหาศาล มือหนากดหัวอีกฝ่ายกระแทกกับพื้นจนหมวกแก๊ปหลุดกระเด็น เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่กกหูถึงคาง
แต่ทว่า... นิ้วของคนร้ายยังคงกดปุ่มค้างไว้!
"มันตั้งระบบล็อกอัตโนมัติ... รีโมทนี่ปล่อยสัญญาณคลื่นวิทยุตลอดเวลา!" รินรดาร้องเตือนเสียงหลงเมื่อก้มมองหน้าจอเล็กๆ ที่ตัวเครื่อง ตัวเลขถอยหลังเปลี่ยนจากสิบเป็นเก้าอย่างรวดเร็ว
"เวรเอ๊ย!" อคินสบถออกมาอย่างหัวเสีย สมองระดับหัวกะทิของวิศวกรหนุ่มทำงานอย่างหนักหน่วง เขาไม่มีเวลาลังเลอีกต่อไป ในเมื่อแย่งรีโมทไม่ทัน เขาก็ต้องตัดสัญญาณมันทิ้งเสีย!
"ริน! คีมปอกสายไฟในกระเป๋าเครื่องมือเธอ ส่งมานี่!"
รินรดาไม่ถามให้มากความ เธอควานหากระเป๋าคาดเอวแล้วโยนเครื่องมือชิ้นนั้นใส่มือแกร่งที่ยื่นมารับได้อย่างแม่นยำ อคินใช้มือข้างหนึ่งกดล็อกคอมออาชญากรไว้ด้วยน้ำหนักตัวทั้งหมด ส่วนมืออีกข้างใช้คีมตัดฉับลงไปที่สายไฟสีส้มที่เชื่อมต่อกับแผงวงจรบนผนังอย่างเด็ดเดี่ยว
ติ๊ด... ติ๊ด... แปด... เจ็ด...
เสียงสัญญาณเตือนสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงที่ไร้ผู้คน อคินกลั้นหายใจ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมและกรอบหน้าคมคาย สมาธิของเขาลดหลั่นเหลือเพียงศูนย์จุดศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ปลายคีมเหล็กคมกริบจ่ออยู่ตรงเส้นใยทองแดงเส้นเล็กจิ๋วที่หากตัดผิดเส้น... ทุกอย่างคือจบ
หก... ห้า...
*แกร๊ก!*
เสียงตัดผ่านโลหะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน... และทันทีที่เส้นสายไฟสีส้มขาดออกจากกัน แสงไฟสีแดงกะพริบที่เคยสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท เสียงนับถอยหลังเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ห้องทั้งห้องกลับคืนสู่ความสงบ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งสามดังแข่งกัน
อคินทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอย่างหมดแรง มือหนายังคงกดร่างของคนร้ายไว้แน่น เขาสบถเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า รินรดากำลังยืนกอดอก ใบหน้าเนียนใสเปื้อนฝุ่นปูนเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับทอประกายความเหนือกว่าอย่างชัดเจน
"มองอะไรคะคุณวิศวกร... หน้าฉันมีรอยเปื้อน หรือว่าทึ่งในความฉลาดของฉันจนพูดไม่ออก?" รินรดายกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่แต่แฝงด้วยความอวดดีแบบที่ทำให้อคินต้องหมั่นไส้จนอยากจะดึงตัวมาตี้นสักทีสองที
อคินพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาทางจมูก เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าตัวเองลวกๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวคนตัวเล็กที่ยังคงเชิดหน้าท้าทายเขาไม่เลิก
"เก่งนักนะ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ร่างสูงก้มลงมองสถาปนิกสาวที่สูงเพียงแค่ระดับอกของเขา แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึงและความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ภายใต้ความซึน "ถ้าเมื่อกี้เธอช้าไปวินาทีเดียว เราคงได้ไปคุยกับราชาโลกยมโลกด้วยกันแล้ว รู้ตัวไหม"
"แต่ฉันก็เร็วพอ... และที่สำคัญที่สุด ฉันพิสูจน์ให้คุณเห็นแล้วนะว่า สถาปนิก 'อินดี้' คนนี้ ไม่ได้มีดีแค่เก่งแต่ปากอย่างที่คุณคอยค่อนขอด" รินรดาเชิดคางขึ้นอีกนิด ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง "ยอมรับความสามารถของฉันซะดีๆ อคิน... อย่าทำฟอร์ม"
อคินนิ่งงัดไปชั่วขณะ หัวใจดวงที่ปกติเคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับกระหน่ำรัวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุเมื่อได้ยินน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจนั้น รอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปี่ยมไปด้วยความทระนงตนอย่างนึกยอมจำนนในใจ... ยัยนี่มันร้ายกาจเป็นบ้า ปากก็เก่ง หัวก็รั้น แถมยังกล้าหาญจนน่าโมโห
แต่มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... หัวใจของเขากำลังพ่ายแพ้ให้กับความเด็ดเดี่ยวนี้เข้าเต็มเปลา
"เออ ยอมรับก็ได้..." อคินยอมเอ่ยปากออกมาช้าๆ น้ำเสียงทุ้มเจือความอ่อนโยนลงเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "เธอเก่งมาก... รินรดา"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ไออุ่นจากร่างกายของกันและกันแผ่ซ่านผ่านอากาศ อคินโน้มใบหน้าลงต่ำอย่างลืมตัว สายตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาเมื่อครู่ หัวใจของวิศวกรหนุ่มเต้นระรัวราวกับกลองศึก มือหนาข้างหนึ่งเผลอยื่นออกไปหมายจะแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียน
ทว่า... ก่อนที่ปลายนี้วจะได้สัมผัสผิวเนื้อนุ่ม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"คุณอคิน! คุณรินรดา! เกิดอะไรขึ้นครับ เสียงระเบิดเมื่อกี้..."
อคินชะงักกึก เขาดึงมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งเช่นเดิมในเสี้ยววินาที รินรดากะพริบตาปริบๆ หันขวับไปมองทางต้นเสียงด้วยความตกใจ ขณะที่ร่างของคนร้ายที่นอนสลบอยู่บนพื้นกลับส่งเสียงหัวเราะแหบแห้งออกมาเบาๆ ก่อนที่ดวงตาของมันจะเบิกโพ้าง and เลือดสดๆ จะทะลักออกจากมุมปากของชายแปลกหน้า ร่างทั้งร่างกระตุกเกร็งขึ้นวูบหนึ่งแล้วแน่นิ่งสนิทไปอย่างฉับพลัน!
อคินพุ่งเข้าไปตรวจชีพจรที่ลำคอของชายคนนั้นทันทีก่อนจะหันขวับมามองรินรดาด้วยใบหน้าที่ถอดสีจนซีดเผือด
"สารพิษในแคปซูลฟันกราม... มันถูกตั้งเวลาให้แตกตัวถ้าภารกิจล้มเหลว" อคินกระซิบเสียงลอดไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยความตระหนก "พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว..."
พรึบ!
ไฟโถงทางเดินทั้งหมดดับวูบลงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งในพริบตา และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว แสงเลเซอร์สีแดงนับสิบจุดก็พุ่งตรงเข้ามาประทับนิ่งอยู่บนหน้าอกของอคินและรินรดาจากทุกทิศทุกทาง!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ราชันย์หอกทมิฬ
เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 17
รินรดาผู้ไม่ยอมก้มหัว
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!