เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 18

มิตรภาพที่มากกว่านั้น

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าพวกคุณยังมีเวลามานั่งวิเคราะห์โปรไฟล์ความสัมพันธ์ของผมกับคุณรินรดาแบบละเอียดยิบขนาดนี้ ผมแนะนำให้เอาสมองส่วนเกินนี่ไปตรวจเช็คแบบแปลก้านโครงสร้างโซน C อีกรอบดีกว่าครับ... ก่อนที่คานชั้นสี่จะพังลงมาทับหัวพวกคุณตายคาไซต์งาน" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยกระแสความหงุดหงิดระคนเย็นชาดังขึ้น แทรกกลางวงสนทนารสแซ่บของเหล่าทีมงานซับคอนแทคเตอร์และวิศวกรสนามที่กำลังล้อมวงจิบกาแฟกระป๋องกันอยู่บริเวณมุมเสาหลักของอาคาร อคินยืนกอดอก ใบหน้าคมคายเรียบสนิทจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบกวาดมองพนักงานสามคนที่สะดุ้งโหยงทำท่าทางเลิกลั่กด้วยความตกใจ แก้วกาแฟในมือของหัวหน้าโฟร์แมนเกือบหลุดร่วงลงพื้นเมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุประหนึ่งพญายมของวิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและปากจัดเป็นที่หนึ่ง "โหย... คุณอคินครับ พวกผมก็แค่แซวเล่นแก้เครียดน่า งานหน้างานมันเครียดจะตายไป ใครๆ ในออฟฟิศเขาก็พูดกันทั้งนั้นแหละครับว่าช่วงนี้คุณกับคุณรินรดานี่ตัวติดกันยิ่งกว่าตังเม แถมเวลาเถียงกันเรื่องแบบแปลนทีไร สายตานี่มันวิบวับเหมือนคนกำลังบอกรักกันอ้อมๆ..." โฟร์แมนหนุ่มกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ยังไม่วายหยอดทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อคินขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ได้เอ่ยปากแก้ตัวหรือปฏิเสธเสียงแข็งเหมือนทุกครั้ง ทว่าหัวใจใต้เสื้อเชิ้ตทำงานสีฟ้าอ่อนกลับเต้นระรัวผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด คำพูดพวกนั้น... มันแทงใจดำเขาเสียยิ่งกว่าอะไร เพราะลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าสิ่งที่คนอื่นมองเห็น มันไม่ใช่แค่เรื่องเข้าใจผิด แต่มันคือความจริงที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งๆ มาตลอด "ว่างมากนักใช่ไหมครับ ถึงได้มีเวลามาสนใจเรื่องชาวบ้าน" เสียงใสแต่กังวานและทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง อคินชะงักเล็กน้อยก่อนจะเหลือบสายตาไปมอง รินรดาก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา เธออยู่ในชุดกางเกงสแลคเข้ารูปกับเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ แต่กลับดูเท่และทรงอำนาจในเวลาเดียวกัน ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวววาวโรจน์อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เธอตวัดสายตาคมกริบมองกลุ่มพนักงานที่รีบแยกย้ายวงแทบไม่ทัน "แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้วค่ะ! หรือถ้าใครอยากจะโดนหักเบี้ยเลี้ยงข้อหาจับกลุ่มนินทาท้าวความเรื่องชาวบ้านในเวลางาน ก็เชิญมาลงชื่อไว้ตรงนี้ได้เลยนะคะ ดิฉันยินดีจัดให้" สิ้นเสียงประกาศิตของสถาปนิกสาวจอมขบถ เหล่าพนักงานก็สลายตัวราวกับนกแตกตื่น เหลือเพียงอคินและเธอยืนอยู่ท่ามกลางโครงสร้างคอนกรีตเปลือยโล่งกว้างของไซต์งานที่ลมพัดโชยเข้ามาปะทะผิวกาย อคินผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด เขาคลายแขนที่กอดอกออก ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม ทว่าความรู้สึกอึดอัดบางอย่างยังคงลอยวนอยู่ในอากาศระหว่างพวกเขาทั้งคู่ "ใครใช้ให้เธอมาออกหน้าแทน..." อคินเอ่ยเสียงเรียบ สายตามองตรงไปยังวิวเมืองเบื้องหน้าโดยไม่ยอมหันไปสบตากับคนข้างกาย รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอหันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของวิศวกรหนุ่มสายซึน ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนประชิดตัวอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ ลอยเข้าจมูก "ทำไมคะ? กลัวคนอื่นรู้ความจริงหรือไงว่า... วิศวกรผู้แสนจะเย็นชาคนนี้ จริงๆ แล้วแอบห่วงฉันจนเนื้อเต้น" อคินหันขวับมามองทันที ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อย "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยรินรดา ผมแค่รำคาญเสียงน่ารำคาญของพวกนั้นที่ทำให้งานมันช้าลงต่างหาก" "ปากแข็ง..." รินรดาว่าพลางยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน เธอไม่ได้ถอยหนีออกห่าง แต่กลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนไหล่แทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากกายสาวส่งผ่านเนื้อผ้าบางเบาเข้ามาในความรู้สึกของอคิน จนเขาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ปากบอกว่ารำคาญ แต่เมื่อกี้คุณยืนจ้องหน้าจะกินหัวพวกเขาแทนฉันชัดๆ นะอคิน" "ผมแค่ทำหน้าที่ควบคุมงาน" "ค่ะ... ควบคุมงานคุมใจด้วยหรือเปล่าล่ะช่วงนี้" รินรดาเอียงคอมองด้วยแววตาท้าทาย รอยยิ้มพรายบนเรียวปากอิ่มนั้นช่างเย้ายวนและชวนให้คนมองสติหลุดได้ง่ายๆ "เนี่ย... ขนาดคนนอกเขายังดูออกเลยนะอคิน ว่าเราสองคนมันมีอะไรที่ 'มากกว่า' แค่เพื่อนร่วมงานหรือคู่กัดในโปรเจกต์นี้" อคินนิ่งงัน คำพูดของเธอเหมือนกุญแจดอกสำคัญที่ไขเปิดห้องลับในใจที่เขาพยายามลงกลอนแน่นหนามาตลอดหลายเดือน ตั้งแต่วันแรกที่ต้องมาร่วมงานกับสถาปนิกสาวหัวรั้นคนนี้ ชีวิตที่เคยเป็นระเบียบแบบแผนของวิศวกรหนุ่มก็พังทลายไม่เป็นท่า เขาพบว่าตัวเองคอยมองหาเงาของเธอ คอยแอบตรวจเช็คความปลอดภัยของเธอยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง และที่แย่ที่สุดคือ... เขาเสพติดรอยยิ้มกวนๆ กับสายตาดื้อรั้นคู่นั้นไปเสียแล้ว "ถ้าคนอื่นเขาพูดกันขนาดนี้..." อคินตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้เธอช้าๆ จนรินรดาต้องเป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตา ความสูงที่ต่างกันทำให้เขาต้องโน้มใบลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างลมหายใจเริ่มลดแคบลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง "แล้วเธอ... คิดเหมือนกับที่พวกเขาลือหรือเปล่าล่ะรินรดา" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงเครื่องจักรและเสียงก่อสร้างรอบข้างพลันเงียบหายไปในโสตประสาท เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นรัวแข่งกัน รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววับด้วยความประหลาดใจระคนตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่อคินเป็นฝ่ายรุกเข้าหาเธอก่อนด้วยท่าทีจริงจังและกดดันเช่นนี้ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความปากเก่งและมั่นใจที่เคยมีหายวับไปกับตาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอัดแน่นของชายหนุ่มตรงหน้า "ฉัน..." รินรดาอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธหรือหาเรื่องกวนประสาทกลบเกลื่อนความเขินอายตามนิสัย ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดออกจากเรียวปาก พรึ่บ! พลั่ก! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลดังลั่นมาจากด้านหลังของโครงสร้างเสาหลัก เสียงเอะอะโวยวายของคนงานทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ "ระวัง! คานไม้ค้ำยันด้านบนหลุด!" อคินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความเป็นวิศวกรและผู้ชายพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องคิด ชีวิตของรินรดาสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ในเสี้ยววินาทีที่วัตถุหนักกำลังร่วงหล่นลงมาจากด้านบน รินรดายังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ อคินก็พุ่งเข้าคว้าตัวเธอเข้าสู่อ้อมอกกว้างทันที พร้อมกับใช้แผ่นหลังของตัวเองบังร่างบางไว้แล้วหมุนตัวหลบเศษวัสดุที่ร่วงกราวลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น! ฝุ่นปูนตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ร่างของทั้งคู่ล้มลงไปนอนกอดก่ายกันอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ อคินใช้สองแขนโอบกอดปกป้องศีรษะและลำตัวของรินรดาไว้แน่นแนบชิดอกแกร่งของเขา ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น รินรดาลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าคมคายของอคินที่อยู่ห่างกันแค่คืบ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความห่วงใยที่ฉายชัดจนปิดไม่มิด "รินรดา..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มสาง รินรดานิ่งค้าง หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่หลบเศษวัสดุเสียอีก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang ทุกคำพูดที่เคยคิดจะเถียง หายวับไปกับตา เหลือเพียงความจริงที่สะท้อนอยู่ในแววตาของวิศวกรหนุ่มสายซึน "คุณ... เจ็บตรงไหนหรือเปล่าอคิน" เธอเอ่ยถามเสียงสั่นเล็กน้อย มือเรียวบางยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อสำรวจความปลอดภัย อคินส่ายหน้าช้าๆ สายตาคมกริบยังคงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ มือหนาที่โอบกอดเอวบางไว้กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปจากอ้อมแขน "ผมไม่เป็นไร..." อคินกระซิบเสียงพร่า แววตาฉายประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน "แต่ถ้าเธอเป็นอะไรไป... ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองแน่ๆ" รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินประโยคที่ไมเคยคิดว่าจะได้ยินจากปากผู้ชายปากแข็งอย่างเขา ใบงดงามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีระหว่างทั้งคู่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด... "คุณอคินครับ! คุณรินรดา! อยู่แถวนี้ไหมครับ ทางเขตส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจหน้างานกะทันหันครับ!" เสียงตะโกนเรียกดังลั่นมาจากระยะPประชิด พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทางมุมเสาโครงสร้าง! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของความสัมพันธ์นี้ด้วยกันเสมอนะครับ ราชันย์หอกทมิฬ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%