"ถ้าคุณคิดว่ารอยร้าวบนคานคอนกรีตตัวนี้มันซ่อมง่ายแค่ฉาบปูนทับ... งั้นคุณก็คงไม่รู้จักความหมายของคำว่า 'โครงสร้างที่ปลอดภัย' เลยสักนิดครับ คุณอคิน"
เสียงของรินรดาตวัดขึ้นเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมสำนักงานชั่วคราวหน้าไซต์งาน กลิ่นอายของฝุ่นคอนกรีตและไอน้ำฝนจางๆ ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกาแฟดำที่ยังกรุ่นอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอยืนกอดอกพิงขอบกระจกใส บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและถือดีอย่างที่วิศวกรหนุ่มคุ้นเคยดี... และหมั่นไส้เป็นที่สุด
อคินถอนหายใจยาว พับแบบแปลนสถาปัตยกรรมในมือลงกระทบโต๊ะเสียงดังปั้ง ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาตำหนิที่ซ่อนความห่วงใยไว้มิดชิด เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างกดดัน จนรินรดาต้องเผลอขยับไหล่ถอยหลังไปชนกับกระจกเย็นเฉียบ
"ผมไม่ได้บอกว่ามันซ่อมยาก รินรดา" อคินกดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นคาเฟอีนเป่ารดลงบนหน้าผากมนเพราะส่วนสูงที่ต่างกัน "แต่ผมกำลังบอกว่าไอ้ดีไซน์เปิดโล่งรับลมสไตล์อินดี้ที่คุณดราฟต์มาเนี่ย มันกำลังจะทำให้ตึกนี้พังลงมาก่อนที่คุณจะได้เห็นมันตัดริบบิ้นเปิดอาคารซะอีก คุณจะเอาความอาร์ตมาแลกกับชีวิตคนไม่ได้ เข้าใจไหมครับ"
รินรดาเชิดคางขึ้น ไม่ยอมหลบสายตาที่ดุดันนั้นแม้แต่น้อย ปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ ด้วยความฮึดฮัด "ตึกนี้ไม่ใช่แค่คอนกรีตแท่งทึบๆ ที่คุณใช้วัดสเกลคำนวณความปลอดภัยไปวันๆ นะอคิน! มันคือพื้นที่... พื้นที่ที่ฉันตั้งใจสร้างให้คนกลุ่มเล็กๆ ในชุมชนแออัดเขาได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีที่หลบภัย มีพื้นที่สาธารณะให้เด็กๆ วิ่งเล่น... ถ้าโครงสร้างมันต้องแข็งทื่อไร้หัวใจแบบที่คุณต้องการ แล้วมันจะต่างอะไรกับกรงขังล่ะ?"
คำพูดนั้นสะดุดกึกลงในลำคอ บรรยากาศในห้องที่เคยคุกรุ่นด้วยการถกเถียงเรื่องงาน กลับเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่หนักอึ้ง อคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มที่เคยฉายแววดุดันค่อยๆ อ่อนแสงลงเมื่อมองเห็นประกายบางอย่างในดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้น—ประกายของความฝันที่รินรดาไม่เคยปริปากบอกใครมาก่อนตลอดหลายเดือนที่ร่วมงานกัน
วิศวกรหนุ่มถอนหายใจออกมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีร่องรอยของความหงุดหงิดหลงเหลืออยู่ เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ดึงแฟ้มประวัติโครงการเก่าๆ ขึ้นมาเปิดผ่านๆ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"คุณฝันอยากสร้างตึกแบบนั้นเหรอ..." อคินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจังกว่าทุกครั้ง "ตึกที่ไม่มีผลกำไร ตึกที่ต้องเจอกับปัญหาร้อยแปดจากคนในชุมชนที่คุณก็รู้ว่าจัดการยากแค่ไหน... ทำไมถึงอยากทำล่ะครับ ในเมื่อมือระดับคุณ จะรับงานออกแบบคอนโดมิเนียมหรูหราราคาแพงลิบลิ่วที่ไหนก็ได้เงินมานอนกอดสบายๆ"
รินรดาลดแขนที่กอดอกลง เธอมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่นั่งหันหลังให้ แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำ เธอก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขาแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีเข้มมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพตึกแถวเก่าๆ และผู้คนที่กำลังเดินฝ่าสายฝนปรอยๆ ข้างนอก
"เพราะฉันเคยอยู่ในที่แบบนั้นมาแล้วไงล่ะคะ..." เสียงของเธอแผ่วเบaลง ราวกับกำลังย้อนเวลากลับไปในอดีตที่ฝังลึก
อคินหันกลับมามองเธอเต็มตา เขานิ่งฟังโดยไม่เอ่ยปากขัดจังหวะ รินรดากลืนน้ำลายลงคอเบาๆ ก่อนจะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้นทีละน้อย
"ตอนเด็กๆ ครอบครัวฉันไม่ได้มีพร้อมหรอกค่ะ เราย้ายบ้านบ่อยเพราะปัญหาเศรษฐกิจ เคยอยู่แม้กระทั่งชุมชนริมคลองที่เวลาฝนตกหนักทีไร น้ำจะเอ่อล้นทะลักเข้ามาในบ้านจนข้าวของลอยคละคลุ้ง สิ่งที่ฉันจำได้แม่นไม่ใช่ความลำบากเรื่องเงินนะอคิน... แต่คือ 'ความอึดอัด' ของพื้นที่ เราไม่มีพื้นที่หายใจ ไม่มีที่ปลอดภัย ไม่มีแม้กระทั่งแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาถึงตัวบ้านได้ตรงๆ มันเหมือนชีวิตถูกขังไว้ในกล่องทึบที่รอวันพุพัง"
เธอหันกลับมาสบตากับเขา แววตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน "ตอนนั้นฉันสัญญาไว้กับตัวเองเลยว่า... ถ้าวันหนึ่งฉันโตขึ้น และมีความรู้พอ ฉันจะสร้างอาคารที่ไม่ได้มีไว้แค่กันแดดกันฝน แต่จะเป็น 'เซฟโซน' ให้คนที่ไม่มีแม้แต่ทางเลือกในชีวิต อาคารที่เปิดรับลมธรรมชาติ แสงสว่าง และความหวัง... เหมือนที่คุณกำลังบอกว่ามันอันตรายนั่นแหละค่ะ"
อคินมองผู้หญิงตรงหน้า หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบอัดด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก ผู้หญิงที่ปากเก่ง หัวรั้น และพร้อมจะชนกับเขาทุกเรื่องคนนี้ แท้จริงแล้วแบกความฝันที่ยิ่งใหญ่และอ่อนโยนขนาดนี้เอาไว้ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกระด้าง
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ รินรดาเงยหน้าขึ้นมองตาม ร่างสูงโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจ
"โง่ชะมัด..." อคินเอ่ยพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เจือความเอ็นดูระคนตัดพ้อเล็กน้อย "ฝันอะไรของ2คุณ... มันเหนื่อยเปล่าแถมยังไม่มีใครเขาเห็นค่าหรอกนะ รินรดา"
"แต่ฉันเห็น..." เธอย้อนกลับทันควัน ดวงตาวาวโรจน์ "และความฝันของฉัน ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเห็นค่า แค่ฉันทำให้มันเกิดขึ้นจริงได้... นั่นก็พอแล้ว"
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนมุมปากหยักลึก เขาเอื้อมมือออกไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงบนกลุ่มผมสลวยของเธอเบาๆ แล้วออกแรงโยกเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู
"ดื้อด้านไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" อคินกระซิบเสียงนุ่ม ทว่าแววตาที่มองเธอนั้นลึกซึ้งจนคนถูกมองต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยแดงเรื่อบนพวงแก้ม "แต่... ในฐานะวิศวกรโครงสร้างที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคุณและตึกหลังนี้..."
เขาก้มหน้าลงไปกระซิบชิดใบหูของเธอ จนรินรดารู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลัง
"ถ้าคุณอยากสร้าง 'เซฟโซน' ให้คนอื่นนัก... งั้นช่วยเชื่อใจวิศวกรปากร้ายคนนี้สักครั้งได้ไหมครับ? ผมจะคำนวณโครงสร้างบ้าๆ ของคุณให้มันแข็งแรงที่สุดในโลก... เพื่อให้แน่ใจว่า ความฝันของคุณ จะไม่มีวันพังลงมาเด็ดขาด"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่จังหวะนั้นเอง...
*ปัง!*
เสียงประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะเตือน ร่างสูงโปรดของ "กรณ์" นักลงทุนรายใหญ่ของโครงการก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตากวาดมองคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกันด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
"อคิน รินรดา... พวกคุณสองคนออกมาข้างนอกด่วนเลยครับ เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าไซต์งานแล้ว! มีตัวแทนจากเขตมาสั่งระงับการก่อสร้างกะทันหัน!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 23
ความลับของสถาปนิกสาว
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!