"ฉันเตือนนายแล้วว่าอย่ารนหาที่... แต่อคิน คนเก่งอย่างนายดันชอบเดินเข้าหาพายุด้วยตัวเองทุกทีสินะ"
น้ำเสียงเยียบเย็นที่เจือความสะใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองพิเศษ แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามา
ขับให้เงาร่างของผู้มาใหม่ดูราวกับมัจจุราชที่ก้าวออกมาจากขุมนรก อคินชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน—บุคคลที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในโลกนี้กำลังยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงหน้า... 'ภาคิน' พี่ชายต่างมารดาผู้จ้องจะฮุบทุกอย่างและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาให้จมดินมาตลอดชีวิต
กล้ามเนื้อทั่วร่างของวิศวกรหนุ่มเกร็งแน่นจนขึ้นสันนูน สันจรามบดเข้าหากันจนได้ยินเสียงฟันกระทบกันเบาๆ มือหนาทั้งสองข้างกำหมัดเข้าหากันแน่นเสียจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดหลายปีระเบิดออกมาราวกับเขื่อนแตก ภาพวันนั้น วันที่เขาถูกตราหน้าว่าเป็นตัวถ่วงของตระกูล วันที่เขาต้องเดินออกมาจากบ้านหลังนั้นด้วยตัวเปล่าและศักดิ์ศรีที่แหลกสลาย มันย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก
"แกมาทำไม..." อคินเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความมั่นใจ กลับสั่นพร่าด้วยคลื่นความโกรธและแผลเก่าที่ถูกกระชากให้เปิดออกอย่างรุนแรง
"มาดูผลงานของน้องชายคนเก่งไง หึ... คิดว่าจะปีนป่ายขึ้นมาเป็นใหญ่ในวงการวิศวกรรมได้ด้วยลำแข้งตัวเองรึไงวะไอ้อคิน? แกก็เป็นได้แค่ไอ้ลูกนอกสมรสที่คอยเก็บเศษเนื้อข้างจานของฉันไปวันๆ นั่นแหละ!" ภาคินก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงยิ้มเยาะด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ รอยยิ้มนั้นกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของอคิน ทำให้เกราะป้องกันทุกชั้นที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองพังทลายลงในพริบตา
อคินหายใจติดขัด อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น โลกทั้งใบเริ่มหมุนเคว้ง ความรู้สึกไร้พลังและอ่อนแอที่เขาเกลียดชังที่สุดกำลังกัดกินขั้วหัวใจ หัวใจเต้นรัวเร็วอย่างบ้าคลั่งจนหน้ามืดวิงเวียน เขาล้มตัวลงพิงกับผนังห้องเย็นเฉียบอย่างไร้แรงต้าน มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมขมับ พยายามควบคุมลมหายใจที่ติดขัดและอาการแพนิคที่กำลังกำเริบอย่างหนักหน่วง
*ให้ตายสิ... ทำไมต้องเป็นตอนนี้...*
ในขณะที่อคินกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความมืดมิดและอดีตอันโหดร้าย ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของใครบางคน
"อคิน! นายอยู่ในนี้ม—"
รินรดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของอคินที่กำลังนั่งทรุดตัวพิงผนังด้วยใบซีดเผือด ไรเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า และลมหายใจหอบกระชั้นผิดปกติ เธอชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่สัญชาตญาณของสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครจะทำงานทันที
เธอเห็นภาคินที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ใกล้ๆ และปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ในเสี้ยววินาที
"เฮ้ย แกเป็นใครวะ? ออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้ นี่มันพื้นที่ส่วนตัว!" รินรดารemวาดสายตาคมกริบใส่ผู้มาใหม่ทันที น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าวและทรงพลังพอที่จะหยุดการคุกคามของภาคินได้ชั่วขณะ
ภาคินหันมามองสถาปนิกสาวหัวรั้นด้วยหางตา หัวเราะในลำคออย่างดูแคลน "อ๋อ... สถาปนิกคู่หูคนเก่งนี่เอง หน้าตาก็ใช้ได้ ทำไมน่ะ? ถึงมาหลงคารมไอ้เด็กมีปมคนนี้ หรือว่าเธอยังไม่รู้ว่าเบื้องหลังมันเน่าเฟะแค่ไหน?"
"หุบปากเน่าๆ ของแกซะ แล้วไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาลากคอแกออกไป!" รินรดาไม่รอช้า เธอสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวภาคินอย่างไม่เกรงกลัว รังสีอำมหิตจากแววตาของเธอทำให้ภาคินถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้อคิน..." ภาคินชี้หน้าวิศวกรหนุ่มที่ยังคงนั่งตัวสั่น ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกไหล่รินรดาออกไปจากห้อง ปิดประตูเสียงดังสนั่น
ปัง!
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง รินรดารีบพุ่งเข้าไปหาอคินทันที เธอนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าชายหนุ่ม เอื้อมมือเรียวไปแตะที่หัวไหล่กว้างที่กำลังสั่นเทาเบาๆ
"อคิน... เฮ้ มองฉัน มองหน้าฉันนี่" เสียงของรินรดานุ่มนวลแต่หนักแน่น เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากฝ่ามือของเขาที่พยายามกำแน่น
อคินเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเปราะบางอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็น รินรดากลั้นหายใจเมื่อสบตากับเขา แววตาของวิศวกรหนุ่มในตอนนี้มันทั้งเจ็บปวด หวาดกลัว และร้องขอความช่วยเหลืออย่างเงียบงัน—ภาพของเสาหลักที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงเหลือเพียงเด็กชายผู้โดดเดี่ยวในอดีต
"ริน..." อคินเรียกชื่อเธอด้วยเสียงแหบพร่า น้ำเสียงที่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ฉัน... ฉันไม่ไหว..."
รินรดาไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอดึงร่างสูงใหญ่ของอคินเข้ามาสวมกอดไว้แน่นทันที ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา มือบางลูบแผ่นหลังหนาขึ้นลงอย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจของเขา
"ไม่เป็นไรนะอคิน... มีฉันอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำอะไรนายได้ทั้งนั้น นายปลอดภัยแล้ว" รินรดากระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและจริงใจที่สุด
อคินสะท้านเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากร่างเล็กที่โอบกอดเขาไว้ ความแข็งกระด้างทั้งหมดละลายหายไปจนหมดสิ้น เขาซบหน้าลงกับซอกคอระหงของเธอ ปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นที่กลั้นมานานหลายปีไหลรินลงมาเงียบๆ สัมผัสได้ถึงหัวใจของรินรดาที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงคอยประคับประคองหัวใจที่แตกสลายของเขา
ในโลกที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยการหักหลัง รินรดากลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยแห่งเดียวที่เขายอมทิ้งเกราะป้องกันทุกอย่าง และยอมเปิดเผยด้านที่อ่อนแอที่สุดให้เธอได้เห็น...
มือหนาที่เคยสั่นเทาค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอดเอวบางของเธอไว้แน่น ราวกับว่าถ้ายืนขึ้นตอนนี้เขาจะแตกสลายเป็นผุยผง ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึก
ทว่า ในขณะที่อคินกำลังปล่อยให้ความอบอุ่นของรินรดาเยียวยาแผลใจ ประตูห้องที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา...
"อ้าว... ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะเวลาส่วนตัว... แต่ดูเหมือนพวกเธอจะมีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวนะ คุณอคิน"
................................................................................
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยโอบกอดหัวใจของอคินไปพร้อมกับรินรดานะครับ
เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 22
ที่พึ่งหนึ่งเดียว
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!